‘เลอโนโว’ มองปี 2026 AI ในองค์กรเลยจุด ‘ทดลอง’ แล้ว หลังลงทุน 1 ดอลลาร์ ต้องได้ผลรีเทิร์นกลับมา 2.85 เท่า

ในวันที่ AI เข้ามามีบทบาทต่อโลกการทำงานตั้งแต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มาปี 2026 เลอโนโว (Lenovo) ได้ชี้ให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคธุรกิจไทยและอาเซียนที่กำลังก้าวพ้น ยุคทดลอง เข้าสู่ ยุคใช้งานจริง อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงกำลังมองหาผลตอบแทน (ROI) ที่ต้องคืนทุนถึง 2.85 เท่า ของเงินที่ลงไป

จาก 29% สู่ 66% ในปีเดียว

วรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไปประจำไทย และภูมิภาคอินโดจีน เลอโนโว เปิดเผยว่า ในปีที่แล้วมีเพียง 29% ขององค์กรที่นำ AI ไปใช้งานจริง ส่วนที่เหลืออีก 56% อยู่ในระหว่างการพิจารณา แต่มาในปี 2026 นี้ ตัวเลขพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยองค์กรที่นำ AI ไปใช้จริงแล้วพุ่งขึ้นเป็น 66% ขณะที่กลุ่ม ขอดูก่อน หดตัวเหลือเพียง 19%

ในกลุ่มประเทศอาเซียนเองก็ไม่ต่างกัน 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าจะนำ AI ไปใช้อย่างจริงจังในปีนี้ และ 91% ระบุว่า Agentic AI ซึ่งหมายถึง AI ที่สามารถตัดสินใจและดำเนินการได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่งทุกขั้นตอน จะเป็นโจทย์หลักที่พวกเขาจะโฟกัส

เมื่อมองในระดับอุตสาหกรรม กลุ่ม Telco นำโด่งด้วยอัตรา AI adoption ที่ 88% ตามมาด้วยกลุ่ม Banking, Financial Services และ Retail ตามลำดับ ขณะที่ ภาครัฐ ยังคงเป็นกลุ่มที่ เดินช้าสุด โดย deploy AI ไปแล้วเพียง 41% และส่วนใหญ่ยังเป็นการใช้งานแบบกระจัดกระจาย ไม่ได้เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน

วรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไปประจำไทย และภูมิภาคอินโดจีน เลอโนโว

88% ของ CIO ต้องการผลตอบแทน “เดี๋ยวนี้”

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงในปีนี้คือความคาดหวังด้านผลตอบแทน จากการสำรวจพบว่า 88% ของ CIO ต้องการเห็น ROI จากการลงทุน AI อย่างชัดเจนและทันที ไม่ใช่รอดูผลในระยะยาว โดยมาตรฐานที่ตั้งไว้คือทุก 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนกับ AI จะต้องสร้างมูลค่ากลับมาอย่างน้อย 2.85 เท่า

ลำดับความสำคัญก็เปลี่ยนตามไปด้วย ปีที่แล้ว ผลกำไรและรายได้ อยู่ในลำดับที่ 8 ของสิ่งที่ CIO ให้ความสำคัญ ปีนี้กระโดดขึ้นมาเป็น อันดับ 1 ทันที นี่คือสัญญาณที่บอกว่า AI ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยตัวเลข ไม่ใช่แค่นวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นอีกต่อไป

Hybrid คือคำตอบ ไม่ใช่ Cloud อย่างเดียว

ประเด็นที่น่าสนใจมากคือทิศทางของ infrastructure ที่ใช้รัน AI หลายปีที่ผ่านมาองค์กรต่างแห่ขึ้น public cloud แต่ปีนี้กระแสกำลังเปลี่ยน 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามในอาเซียนระบุว่ากำลังมุ่งสู่ Hybrid strategy นั่นคือการผสมผสานระหว่าง cloud กับ on-premise

เหตุผลหลักมาจากสองเรื่อง คือ Data Security และความไม่แน่นอนของ cloud outage ที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา เมื่อข้อมูลสำคัญขององค์กรกระจุกตัวอยู่ใน cloud เพียงจุดเดียว ความเสี่ยงก็สูงขึ้นตามไปด้วย การมี mirror ข้อมูลไว้ที่ระบบของตัวเองจึงกลายเป็นกลยุทธ์ที่ CIO จำนวนมากให้ความสำคัญ

5 ความท้าทายที่องค์กรยังสะดุดอยู่

แม้ momentum จะแรง แต่ความท้าทายก็ยังมีอยู่ เรื่องแรกคือ Skill Gap คนมี AI แต่ใช้ได้แค่ระดับ search engine ไม่ได้ optimize ให้เกิดมูลค่าสูงสุด เรื่องที่สองคือ Hardware Shortage ซึ่งส่งผลต่อทั้งอุตสาหกรรม Memory, SSD, CPU และ GPU ล้วนอยู่ในภาวะขาดแคลน ราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

เรื่องที่สามคือ AI Infrastructure Cost โดยเฉพาะ AI Server ที่ราคาสูงกว่า server ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เรื่องที่สี่คือ Integration ปัญหาที่พบบ่อยคือ AI แต่ละฝ่ายในองค์กรไม่คุยกัน ฝ่าย IT มี AI, ฝ่าย Finance มี AI, ฝ่าย Warehouse มี AI แต่ระบบไม่เชื่อมโยงกัน ทำให้ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์จริง และเรื่องสุดท้ายคือ Data Security ที่กลายเป็นโจทย์ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลต้องวิ่งขึ้น cloud

ตลาดคอนซูมเมอร์ ซื้อเร็วก่อนราคาพุ่ง

ขณะที่ภาคองค์กรขับเคลื่อนด้วย ROI ตลาดคอนซูมเมอร์กลับมีพฤติกรรมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ความกังวลเรื่องราคาสินค้าไอทีที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคและองค์กรขนาดกลางรีบตัดสินใจซื้อก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นไปอีก ส่งผลให้ยอดขายใน 3 เดือนแรก spike ต่อเนื่อง

กลุ่มสินค้าที่ขายดีที่สุดในตลาดผู้บริโภคขณะนี้คือระดับราคา 15,000 – 25,000 บาท ซึ่งไม่ใช่กลุ่มราคาประหยัดอีกต่อไป สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อให้ได้สเปกที่รองรับการทำงานจริง ไม่ใช่แค่ใช้งานทั่วไป

อีกปัจจัยเร่งอีกตัวหนึ่งคือ การสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 อย่างเป็นทางการ ผู้ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเครื่องกำลังเริ่มพบข้อจำกัดในการใช้งานร่วมกับผู้อื่น ทำให้การตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องเร็วขึ้นกว่าที่วางแผนไว้ ส่วนกระแส AI PC ในประเทศไทยนั้นกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน

ปัจจุบัน portfolio ของ Lenovo มีสัดส่วน AI PC อยู่ที่ 50% แล้ว เพิ่มขึ้นจาก 20% ในปีก่อน และไม่ถึง 10% เมื่อสองปีที่แล้ว โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการตัดสินใจคือช่องว่างราคาระหว่าง PC ทั่วไปกับ AI PC ที่แคบลง เนื่องจากราคาของ PC ทั่วไปปรับขึ้นตาม component ส่วน AI PC ราคาไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มผู้ซื้อที่ซื้อ AI PC โดยยังไม่ได้ใช้ฟีเจอร์ AI อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดยังมีโอกาสด้านการให้ความรู้และการสร้าง use case ที่จับต้องได้ให้ผู้บริโภค

“ปี 2026 ไม่ใช่ปีที่จะถามอีกว่า “เราควรใช้ AI ไหม” คำถามที่ถูกต้องคือ “เราจะวัดผล AI ของเราอย่างไร” และ “ระบบ AI ของเราเชื่อมโยงกันครบหรือยัง” องค์กรที่ยังอยู่ในโหมดทดลองโดยไม่มีเป้าหมาย ROI ที่ชัดเจนกำลังเสียโอกาสในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ และสำหรับองค์กรที่กำลังวางแผน AI strategy ในปีนี้ โจทย์สำคัญที่ต้องตอบให้ได้คือ Hybrid หรือ Cloud อย่างเดียว, AI กระจัดกระจายหรือเชื่อมโยง และที่สำคัญที่สุดคือ ข้อมูลในองค์กรพร้อมให้ AI ทำงานด้วยหรือยัง” วรพจน์ ทิ้งท้าย