THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เตรียมจัดยิ่งใหญ่ เต็มพื้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ผนึก หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse: KM) ประกาศความพร้อมจัด THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยกลับมาอย่าง BIGGER – BETTER – BOLDER ยิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น โดดเด่นขึ้น พร้อมดึงผู้ซื้อและผู้นำเข้าอาหารกว่า 130 ประเทศทั่วโลกร่วมงาน คาดสร้างมูลค่าการค้ากว่า 130,000 ล้านบาท ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติ พร้อมดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของโลก

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันแต่ละภูมิภาคมีบทบาททางการค้ามากขึ้น ส่งผลให้ซัพพลายเชนมีการปรับโครงสร้างใหม่ ทำให้อุตสาหกรรมอาหารมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เช่น ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องบริหารความเสี่ยงและมองหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน ความมั่นคงด้านอาหารเป็นประเด็นที่หลายประเทศให้ความสำคัญ เนื่องจากมีความต้องการอาหารที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ รูปแบบการแข่งขันยังเปลี่ยนไป โดยมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นในด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และยังมีกฎระเบียบใหม่ที่กลายเป็นเงื่อนไขบังคับของการค้า เช่น แนวคิด ESG

ในบริบทของโลกการค้าใหม่ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว งาน THAIFEX – ANUGA ASIA ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แสดงสินค้า แต่เป็นเวทีในการแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย รวมถึงขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศ เป็นกลไกในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยทุกขนาด ซึ่งระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา งานนี้ ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากผู้ประกอบการและผู้ซื้อทั่วโลก ขณะเดียวกัน งานนี้ก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน สำหรับปีนี้ ผู้จัดงานได้ร่วมกันยกระดับงานให้ BIGGER – BETTER – BOLDER ยิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น โดดเด่นขึ้น ในทุกมิติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานใช้เวทีนี้ในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ค้นหาโอกาสใหม่ และต่อยอดการเติบโตในตลาดโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ

“จุดแข็งของงานคือการเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ครบวงจร และมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชีย โดยรวบรวมทั้งสินค้า นวัตกรรม และผู้ซื้อจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว ทำให้เกิดทั้งการเจรจาการค้า การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และการต่อยอดความร่วมมือในระยะยาว โดยปีนี้ มีจำนวนผู้จัดแสดงสินค้าเกือบ 3,600 บริษัท มากกว่า 6,700 คูหา จาก 56 ประเทศ ครอบคลุมผู้ประกอบการจากภูมิภาคสำคัญทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา ลาตินอเมริกา และแอฟริกา และคาดการณ์ว่าจะมีผู้ชมงานกว่า 90,000 ราย จาก 130 ประเทศทั่วโลก และประมาณการมูลค่าการสั่งซื้อสินค้ารวมกว่า 130,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำบทบาทของงานในฐานะแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียและในระดับโลก และมีบทบาทในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของโลก” นางสาวสุนันทา กล่าว

นางสาวสุนันทา กล่าวเพิ่มเติมว่า งานปีนี้จะมีความยิ่งใหญ่ขึ้น โดยมีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น ครอบคลุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 4 ทำให้มีพื้นที่จัดงานรวม 140,000 ตร.ม. สามารถรองรับสินค้าที่จะนำมาจัดแสดงได้มากขึ้น โดยแบ่งเป็น 9 โซน ได้แก่ เครื่องดื่ม อาหารสำเร็จรูป เทคโนโลยีด้านอาหาร อาหารแช่แข็ง ผักและผลไม้ เนื้อสัตว์ ข้าว อาหารทะเล ขนมขบเคี้ยว ซึ่งในแต่ละโซนยังมีความหลากหลาย ทั้งอาหารสำหรับผู้บริโภคทั่วไป อาหารฮาลาล อาหาร ออร์แกนิก อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารโภชนาการเฉพาะด้าน อาหารแห่งอนาคตและความยั่งยืน ฯลฯ

นอกจากอาหาร เครื่องดื่ม เทคโนโลยีอาหารแล้ว ผู้ชมงานจะได้พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย โดยกิจกรรมไฮไลต์สำคัญในครั้งนี้ ได้แก่ นิทรรศการสินค้าผลไม้ไทยภายใต้แนวคิด THAILAND : The Land of Tropical Fruits นำเสนอแนวคิดการบริโภคผลไม้ไทยทั้งสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมจัดแสดงสินค้าที่ได้รับรางวัล Agri-Export Star Pitching Challenge จากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์    รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสะท้อนศักยภาพด้านคุณภาพและการพัฒนาสินค้าเกษตรของไทย

ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยมุ่งหวังให้งานนี้เกิด Business Matching ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เอสเอ็มอี สตาร์ตอัป และบริษัทขนาดใหญ่ เชื่อมโยงกับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก โดยปีนี้ มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดงสินค้า มากกว่า 1,300 บริษัท กว่า 3,500 คูหา

“เรามุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทุกระดับ ตั้งแต่เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายใหญ่ ไปจนถึงสตาร์ตอัป ให้มีโอกาสได้นำสินค้าและบริการเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมพบปะผู้นำเข้าและผู้ซื้อศักยภาพสูง ขณะเดียว กัน หอการค้าไทยยังมีเครือข่ายนักธุรกิจและสมาชิกกว่า 250,000 รายทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมพลังให้การเชื่อมโยงทางธุรกิจเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโต ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยได้รับการยอมรับจากสากล และครองอันดับในการเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 15 ของโลก  แต่เรามีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลกในอนาคต    ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก” ดร.กฤษณะ กล่าว

ดร.กฤษณะ กล่าวเพิ่มเติมว่า THAIFEX–ANUGA ASIA นับเป็นเวทีที่ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับเทรนด์โลกได้โดยตรง อาทิ อาหารแปรรูป อาหารแห่งอนาคต เช่น Plant-Based หรือสินค้าในกลุ่ม Sustainability เช่น Zero Waste บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ Organic Certified รวมถึง Functional Food อาหารเพื่อสุขภาพ โปรไบโอติกส์ และสมุนไพรไทย สินค้าเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้ซื้อกลุ่มใหม่ และเปิดโอกาสในการเจรจาธุรกิจ ขยายการส่งออก และสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

นายแมทเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการและประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โคโลญเมสเซ่ กล่าวว่า งานในปีนี้จะมุ่งให้ความสำคัญในด้านนวัตกรรม การจัดหาสินค้า และทิศทางตลาดในอนาคต โดยเฉพาะภายในพื้นที่ใหม่ที่ได้ขยายเพิ่มไปยังอาคาร 4 อิมแพ็ค ฟอรั่ม ซึ่งผู้ซื้อจะสามารถเข้าถึงสินค้าใหม่ แบรนด์ใหม่ รวมถึงโอกาสในการจัดหาสินค้าที่กำลังเติบโตได้ครบภายในพื้นที่เดียว หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ Future Food Experience+ ซึ่งมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ เช่น ความยั่งยืนของซัพพลายเชน การผลิตอาหารด้วยเทคโนโลยี AI และรูปแบบค้าปลีกยุคใหม่  ขณะที่โซน Startup Showcase จะเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อได้เข้าถึงแบรนด์รุ่นใหม่ก่อนขยายสู่ตลาดในวงกว้าง ส่วน tasteInnovation Show จะนำเสนอสินค้าในกลุ่มผู้เข้ารอบสุดท้ายและผู้ชนะรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมภายในงาน นอกจากนี้ ยังมี Trend Zone ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Innova Market Insights เพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดที่กำลังมีอิทธิพลต่อการพัฒนาสินค้า รวมถึงพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อในอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Alternative Protein Taste and Flavour Challenge และ Thailand Ultimate Chef Challenge ที่ทำให้ผู้ซื้อเห็นว่าสินค้าสามารถนำไปใช้และแสดงศักยภาพได้อย่างไรในงานด้านอาหารและการประกอบอาหารจริง พร้อมกันนี้ ปีนี้ยังมีไฮไลต์ใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ โซน Taste the Future ที่นำวัตถุดิบนวัตกรรมจากทั่วทั้งงานมารังสรรค์เป็นเมนูชิมพิเศษ (Curated Tasting Menu) และโซน New-to-Market Street ที่รวบรวมสินค้าที่เปิดตัวใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาไว้ในพื้นที่เดียว

นายแมทเธียส กล่าวเพิ่มเติมว่า งานในปีนี้จะต้อนรับผู้แสดงสินค้าต่างชาติรายใหม่จากหลายประเทศ ได้แก่ อาร์เมเนีย ฟินแลนด์ จอร์เจีย เลบานอน และมองโกเลีย ขณะที่ประเทศอย่าง อาร์เจนตินา เบลเยียม ชิลี (ในกลุ่มธุรกิจอาหารทะเล) อิตาลี ซาอุดีอาระเบีย สเปน และอุซเบกิสถาน ได้เข้าร่วมในรูปแบบพาวิลเลียนระดับประเทศ และยังมีผู้ซื้อที่เข้าร่วมในโปรแกรม Hosted Buyers กว่า 50% เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยมีผู้ซื้อที่ยืนยันเข้าร่วมแล้ว ได้แก่ NTUC FairPrice, City Mart Holding, Korea Seven และ Big C

THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 จัดขึ้นที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อาคาร 1-3, อิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 4, อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ อาคาร 5-12 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเปิดเจรจาธุรกิจในวันที่ 26-29 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00-18.00 น. เจรจาธุรกิจและจำหน่ายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไปในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00-18.00 น. ลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ที่ https://registration.thaifex-anuga.com/s/OAlRMg