ประเด็นตลาดวันนี้
ดัชนีตลาดหุ้น SET วันอังคารปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยที่ปิดลบร้อยละ 1.27 สู่ระดับ 669.80 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างปานกลางที่ 21,833.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,236.11 ล้านบาทจากวันก่อนหน้า
– เงินบาท อ่อนค่าลงในวันนี้ มาอยู่ที่ระดับ 39.480 บาท/ดอลลาร์ ในขณะที่เงินเยน และเงินยูโรแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 109.64 เยน/ดอลลาร์ และ 1.2326 ดอลลาร์/ยูโร ตามลำดับ
– ดัชนีตลาดหุ้น Nikkei วันอังคารปรับลดลงร้อยละ 0.67 สู่ระดับ 11,242.29 จุด
– ดัชนีตลาดหุ้น Hang Sang วันอังคารปิดบวกร้อยละ 0.10 สู่ระดับ 12,932.62 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางที่สุดในรอบปีนี้
ผลการประมูลพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
CB04916B ประเภทอายุ 182 วัน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.18% ลดลงจากสัปดาห์ก่อน -0.01
CB05317A ประเภทอายุ 364 วัน วงเงิน 5,000 ล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.32% ลดลงจากสัปดาห์ก่อน -0.03
– คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีโรงเรือน และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ประกอบการ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเวลา 3 ปี นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบในหลักการจัดทำโครงการระยะยาว ซึ่งเบื้องต้นอาจใช้งบประมาณราว 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
– ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดกลางและย่อม (SMEs) ของธนาคารในปีนี้อาจเติบโต 15% หรือเพิ่มขึ้น 3 หมื่นล้านบาทจากปีก่อน ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคหวัดนกคลี่คลายลงได้ในช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้
– ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติให้คงนโยบายการเงิน โดยการตรึงเป้าหมายเงินฝากกระแสรายวันที่สถาบันการเงินฝากไว้กับธนาคารกลาง ไว้ที่ระดับ 30-35 ล้านล้านเยน
ภาวะตลาดหุ้น
Japan Nikkei-225
ดัชนีตลาดหุ้น Nikkei วันอังคารปรับตัวลง 0.67% มาปิดที่ระดับ 11,242.29 จุด ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบจากการก่อการร้ายที่จะมีต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกดดันหุ้นกลุ่มไฮเทคและกลุ่มส่งออก ขณะที่ นักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนการประชุมของ FOMC อย่างไรก็ตาม จากทัศนคติบวกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายของผู้บริโภค กระตุ้นคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งช่วยฉุดให้ดัชนีตลาดโดยรวมไม่ปรับลงมากนัก
Hong Kong’s Hang Sang
ตลาดหุ้นฮั่งเส็งวันอังคารขยับขึ้น 0.10% มาปิดที่ 12,932.62 จุด ตามแรงซื้อเก็งกำไรหลังจากที่ปรับตัวลงติดต่อกัน 5 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของสถานการณ์โลกและการรอผลการประชุม FOMC ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่ปลีกตัวออกจากตลาด ทำให้มูลค่าการซื้อขายลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบปีนี้
Thailand’s SET
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันอังคารปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยที่ปิดลบ 1.27% สู่ระดับ 678.42 จุด ตามทิศทางของตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งได้รับแรงกดดันจากความวิตกต่อเหตุก่อการร้าย ขณะที่ ปัจจัยลบในเรื่องการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ยังหาข้อยุติไม่ได้และข่าวที่พบผู้เสียชีวิตจากเชื้อไข้หวัดในไทย ก็ยังกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาด อีกด้วย
จากการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ดัชนีหุ้นไทยวันพุธ คงมีแนวรับที่ระดับ 650 และ 660 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 675 และ 680 โดยตลาดคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากข่าวการระบาดของไข้หวัดนกและความยืดเยื้อเรื่องการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่อาจจะกระจายเป็นวงกว้างขึ้น ขณะที่ ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถาณการณ์ความปลอดภัยของโลกก็ยังจะส่งผลต่อความมั่นใจของนักลงทุนอยู่ อย่างไรก็ตาม อาจจะมีแรงช้อนซื้อกลับเพื่อเก็งกำไรเช้ามาระหว่างวันบ้าง หลังจากที่ดัชนีปรับตัวลงมามากแล้วในช่วงที่ผ่านมา
สรุปการเคลื่อนไหวของค่าเงิน
Baht/USD
เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย สวนทางกับเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น และค่าเงินในภูมิภาคที่ค่อนข้างทรงตัว โดยเงินบาทได้รับผลกระทบจากดัชนีหุ้นไทยที่ปิดตลาดติดลบเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ทั้งนี้ ตลาดรอฟังผลการประชุม FOMC ที่จะมีขึ้นในคืนนี้ของไทย ซึ่งคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ต่อไป
Yen/USD
เงินเยนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะยังคงแทรกแซงตลาดโดยการเข้าซื้อเงินดอลลาร์และขายเงินเยนก็ตาม ทั้งนี้ เงินเยนได้รับผลบวกจากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่ออกมาค่อนข้างดี ได้แก่ การฟื้นตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภค ซึ่งสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน รวมทั้งตัวเลขการส่งออกที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งแรงหนุนดังกล่าวก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
USD/Euro
เงินยูโรแข็งค่าขึ้น ในขณะที่ตลาดและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ภายในปีนี้ ในการประชุมนโยบายคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน ที่กำลังจะมีขึ้นในวันนี้
จากการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณว่า ค่าเงินบาทในวันพุธนี้ คงจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 39.40-39.48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินบาทน่าที่จะอ่อนค่าลงเล็กน้อย จากการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทย หลังนักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
สรุปการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้
Thai Gov. Bond 1 Year * / Thai Gov. Bond 5 Years * / Thai Gov. Bond 10 Years * / Thailand Bond Volume (MB)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ปรับลดลงในช่วง –1 ถึง –9 bps. ซึ่งลดลงค่อนข้างมากโดยเฉพาะในพันธบัตรระยะปานกลางและระยะยาว โดยสเปรดระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 2 และ 10 อยู่ที่ 2.63% แคบลงจาก 2.70% เมื่อวันก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ไทย เพิ่มขึ้น 53.40% จากวันก่อน ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดพันธบัตรได้รับแรงหนุนจากความกังวลต่อเหตุการณ์การก่อการร้าย ที่ทำให้นักลงทุนมีการย้ายเงินลงทุนออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ในขณะที่ การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันนี้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนตลาดพันธบัตรด้วยเช่นกัน