อิทธิฤทธิ์ทิศทางดอกเบี้ย :เงินดอลลาร์รุ่ง เงินเยนร่วง

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเข้มแข็ง เมื่อเทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ โดยเฉพาะเงินเยน หลังจากที่ค่าเงินเยนต่ำสุดในรอบกว่า 6 เดือน เนื่องจากตลาดหุ้นโตเกียวหวั่นไหวจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯสดใส ส่งสัญญาณอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นในไม่ช้านี้ แม้ว่ารายงานยอดขาดดุลการค้าสหรัฐฯเดือนมีนาคมสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งส่งผลกดดันค่าเงินดอลลาร์ชั่วขณะ ก่อนที่เงินอเมริกันจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา ส่วนเงินปอนด์อังกฤษ มีค่าอ่อนแอลง จากค่าเงินดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก สำหรับราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ ผันผวนตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และสถานการณ์น้ำมันโลก รวมถึงเหตุการณ์รุนแรงในอิรัก

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยืนหยัดอยู่ในอัตราเฉลี่ยราว 1.18 ดอลลาร์/ยูโร และ 113 เยน ในช่วงต้นสัปดาห์ เป็นผลจากรายงานด้านการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเมษายนแจ่มใสต่อเนื่องจากเดือนมีนาคม ตอกย้ำให้ตลาดเงินมั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังฟื้นตัว และมีแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า ซึ่งก่อนหน้านี้ ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมีนาคมของสหรัฐฯ ก็อยู่ในเกณฑ์สูง กระตุ้นให้ตลาดเงินเก็งว่าสหรัฐฯน่าจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดอัตราเงินเฟ้อ

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ได้เขย่าให้ตลาดหุ้นหวั่นไหวไปทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นโตเกียว ดัชนีหุ้น Nikkei ร่วงลงอย่างหนัก ฉุดให้ค่าเงินเยนทรุดลง ทำสถิติต่ำสุดเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2546

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอื่นๆ ก็คือ รายงานเศรษฐกิจงวดครึ่งปีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่พยากรณ์ว่าสหรัฐฯอาจเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในอีก 2-3 เดือนข้างหน้านี้ เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯในปี 2547 จะเติบโตอยู่ในระดับราว 4.7% และประมาณ 3.7% ในปี 2548 ขณะเดียวกัน OECD ยังชี้ว่าเศรษฐกิจกลุ่มยูโรซบเซา ทำให้ธนาคารกลางยุโรปอาจต้องลดอัตราดอกเบี้ยลงราว 0.5% ส่วนญี่ปุ่นอาจต้องรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปจนถึงสิ้นปี 2548 เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเต็มที่ แต่หากเศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวเร็วกว่าที่คาด ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์มีค่าลดลงเล็กน้อยในช่วงกลางสัปดาห์ ทั้งนี้ เพราะสหรัฐฯประกาศยอดขาดดุลการค้าเดือนมีนาคมเป็นมูลค่าประมาณ 45.96 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ราว 42.60 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคาน้ำมันแพง ทำให้ตลาดเงินหันกลับมาวิตกเกี่ยวกับยอดขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐฯอีกระลอก ยิ่งไปกว่านั้น ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯประจำ Chicago และ Philadelphia ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นการปรับอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีส่วนช่วยคลายตื่นตระหนกว่าทางการสหรัฐฯอาจเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้

ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินดอลลาร์มีค่ากระเตื้องขึ้นอีกครั้ง เพราะรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเมษายนเพิ่ม 0.7% สูงกว่าที่คาดไว้ราว 0.3% กระตุ้นให้ตลาดกลับมามั่นใจว่าทางการสหรัฐฯน่าใช้นโยบายการเงินเข้มงวดเร็วขึ้น แม้ว่ารายงานตัวเลขเศรษฐกิจรายการอื่นๆ เช่น ยอดค้าปลีกเดือนเมษายนจะลดลง และยอดคนว่างงานจะเพิ่มขึ้น แต่นักลงทุนก็กว้านซื้อเงินดอลลาร์กันไว้

เงินปอนด์อังกฤษ มีค่าอ่อนตัวลงในระยะแรก เป็นผลจากค่าเงินดอลลาร์สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม เงินปอนด์มีพื้นฐานค่อนข้างมั่นคง จากระดับอัตราดอกเบี้ยอยู่ในเกณฑ์สูง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจอังกฤษสดใส และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายที่ธนาคารกลางกำหนด ทำให้อังกฤษมีโอกาสเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก ทั้งๆที่เพิ่งปรับเป็น 4.25% ในวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมาก็ตาม ด้วยเหตุนี้ เงินปอนด์จึงมีค่าแกว่งอยู่ในช่วง 1.75-1.77 ดอลลาร์/ปอนด์ แม้ว่าค่าเงินดอลลาร์จะเข้มแข็งอย่างมากก็ตาม

ราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ มีค่าผันผวนเคลื่อนไหวสวนทิศทางกับค่าเงินดอลลาร์ โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ยิ่งกดดันให้ราคาทองคำหวั่นไหว นักลงทุนหันไปถือสกุลเงินดอลลาร์มากขึ้นเพราะผลตอบแทนดีกว่า เมื่อเทียบกับทองคำ อีกทั้งกระแสข่าวที่ว่าธนาคารกลางของประเทศต่างๆ กำลังต้องการเทขายทองคำสำรอง เพื่อหารายได้เพิ่มขึ้น ก็คอยซ้ำเติมราคาทองคำซบเซา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงราคาทองคำเป็นระยะๆ ได้แก่ สถานการณ์รุนแรงในอิรัก และแนวโน้มราคาน้ำมันแพงขึ้น อาจเป็นชนวนเงินเฟ้อ จนทำให้ทองคำมีบทบาทเป็นหลักทรัพย์ปลอดภัยและประกันเงินเฟ้ออีกครั้ง

อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2547 เทียบกับวันที่ 13 พฤษภาคม 2547 (ตัวเลขในวงเล็บ) มีดังนี้

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเท่ากับ 1.1855 ดอลลาร์/ยูโร (1.1816 ดอลลาร์/ยูโร) 113.64 เยน (114.57 เยน) และ 1.7774 ดอลลาร์/ปอนด์ (1.7630 ดอลลาร์/ปอนด์)

ราคาทองคำในตลาดลอนดอน เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2547 เท่ากับ 377.15 ดอลลาร์/ออนซ์ เทียบกับราคา 376.95 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2547