บริษัท เชฟโรเลด เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ล่าสุดเดินหน้ารณรงค์สร้างความมั่นใจ คุณภาพการบริการหลังการขายด้วยโฆษณาโทรทัศน์ชุดใหม่ “Chevrolet Credential Campaign” จำนวน 2 เรื่อง หวังสื่อถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งกลุ่มลูกค้าผู้ที่เป็นเจ้าของ และผู้ที่กำลังตัดสินใจจะเป็นเจ้าของรถเชพโรเลดทุกรุ่น เพื่อรับทราบถึงความพร้อมสรรพ ด้านการบริการที่มีประสิทธิภาพในเรื่องของอะไหล่ และบริการ ช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วประเทศ ที่เตรียมไว้ให้สำหรับลูกค้าของเชฟโรเลดทุกคัน โดยโฆษณาชุดดังกล่าวมีกำหนดแพร่ภาพ ในเดือนพฤษภาคม ศกนี้
โฆษณารณรงค์สร้างความมั่นใจ คุณภาพการบริการหลังการขายชุดล่าสุดนี้ ได้สร้างสรรค์และผลิตออกมาทั้งหมด 2 เรื่องด้วยกัน โดยมีชื่อเรื่องว่า “Showroom” และ “Can I Drive” โดยทั้ง 2 เรื่องมีแนวคิดหลักร่วมกัน คือ “ความมั่นใจในทุกๆ วันของการขับขี่ และการครอบครอง” ซึ่งเนื้อหาของภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง Showroom นั้นได้นำเสนอถึง การบริการ 24 Hour Road Side Assistance Service หรือบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วประเทศฟรี เป็นระยะเวลาถึง 3 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง
เนื้อเรื่องได้แสดงให้เห็นว่า การบริการดังกล่าวจัดมาพร้อมกับรถเชฟโรเลดทุกรุ่น เช่นเดียวกับอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ของรถทุกคัน ผู้ขับขี่จึงไม่ต้องกังวล เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นไม่ว่าที่ใดก็ตาม สามารถเรียกใช้บริการฉุกเฉินได้ทันที ส่วนเรื่อง “Can I Drive” ตอกย้ำถึงความเพียบพร้อมของการให้บริการด้านการจัดหาอะไหล่ที่จัดเตรียมไว้ให้บริการอย่างทั่วถึง และฉับไว สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ครอบครองรถเชฟโรเลดยิ่งขึ้น ทั้งนี้คาดว่าภาพยนตร์โฆษณาทั้ง 2 เรื่องจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจการเป็นเจ้าของรถยนต์เชฟโรเลดให้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์เชฟโรเลด ในเรื่องของบริการหลังการขาย การจัดหาอะไหล่ รวมทั้งบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงฟรี เป็นระยะเวลาถึง 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ทั้งโฆษณารณรงค์สร้างความมั่นใจ คุณภาพการบริการหลังการขายชุดนี้มีกำหนดออกอากาศในช่วงเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะตามด้วยสื่อสิ่งพิมพ์เป็นลำดับต่อไป เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าโดยทั่วถึงกัน
มร.จอห์น ธอมสัน รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย การตลาดและบริการหลังการขาย บริษัท เชฟโรเลด เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวย้ำว่า “เชฟโรเลด มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ได้ถึง 70 แห่งภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง นอกจากนั้นเรายังได้พัฒนาระบบการจัดส่งอะไหล่ให้แก่ผู้จำหน่ายภายใน 24 ชั่วโมง เพิ่มจำนวนคอร์สการฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ ผู้ให้บริการ พร้อมมอบการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดในด้านบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้าของเราอีกด้วย”
ภาพยนตร์โฆษณาทั้ง 2 เรื่องสร้างสรรค์และผลิตโดย ลีโอ เบอร์เน็ต กลุ่มบริษัท สตาร์ รีชเชอร์ ประเทศไทย
