เงินดอลลาร์อเมริกันเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบ เมื่อเทียบกับเงินยูโร ณ อัตราเฉลี่ยราว 1.20-1.21 ดอลลาร์/ยูโร ปัจจัยที่มีอิทธิพล ได้แก่ ถ้อยแถลงของผู้ว่าการแบงก์ชาติระดับภูมิภาคของสหรัฐฯ รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ และเหตุการณ์ระเบิดเรื้อรังในอิรัก ส่วนเงินปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ ได้รับผลดีจากความต้องการถือเงินปอนด์ยังคงหนาแน่น เมื่ออังกฤษมีแนวโน้มที่อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หลังจากที่เพิ่งปรับเพิ่มเมื่อต้นเดือนมิถุนายน สำหรับราคาทองคำในตลาดต่างประเทศกระเตื้องขึ้น แม้ว่าค่าเงินดอลลาร์โน้มสูงขึ้นก็ตาม เป็นผลจากความหวั่นวิตกเกี่ยวกับรัฐบาลชั่วคราวของอิรัก ท่ามกลางความรุนแรงต่อเนื่อง
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเข้มแข็งในช่วงต้นสัปดาห์ เมื่อบรรดาผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯประจำมลรัฐต่างๆ อาทิ Gary Stern แห่ง Minneapolis, Jack Guynn แห่ง Atlanta และ Sandra Pianalto แห่ง Cleveland ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันเกี่ยวกับบทบาทแบงก์ชาติที่ต้องให้ความสำคัญกับประเด็นเงินเฟ้อในอันดับต้นๆ และต้องรับผิดชอบควบคุมให้ภาวะเงินเฟ้อของประเทศอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ตลาดเงินคาดคะเนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อรุนแรงเสียแต่เนิ่นๆ ดังนั้น นักค้าเงินและนักลงทุนจึงทยอยซื้อเงินดอลลาร์ตุนเก็บไว้ เพื่อผลตอบแทนที่คาดว่าจะเพิ่มสูงในภายหน้า
แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สะดุดลดลงในเวลาต่อมา เนื่องจากตัวเลขยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 48.3 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ราว 45 พันล้านดอลลาร์ กระตุ้นให้ตลาดเงินหวนวิตกเรื่องยอดขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดเรื้อรังของสหรัฐฯอีกระลอก จนเกรงว่าจะส่งผลให้เงินทุนไหลเข้ามายังสหรัฐฯชะลอลง ซึ่งไม่เป็นผลดีแก่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะเดียวกัน รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯเดือนพฤษภาคมต่ำกว่าที่เก็งกันไว้ ช่วยบรรเทาความหวาดหลัวเรื่องเงินเฟ้อลงบ้าง อีกทั้งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ นาย Alan Greenspan ได้ชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างชัดเจนขึ้น โดยระบุว่าธนาคารกลางจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อป้องกันเงินเฟ้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง
ในช่วงกลางสัปดาห์ ทางการสหรัฐฯประกาศตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมที่เพิ่มขึ้นถึง 1.1% สูงกว่าที่คาดไว้ 0.8% กลับมาเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯใหม่ ขณะที่รายงานประเมินภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Beige Book ชี้ว่าเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์สดใส ตลาดแรงงานกำลังฟื้นตัว ขณะที่เงินเฟ้อไม่น่าวิตกมากนัก มีส่วนให้นักลงทุนเข้าถือเงินดอลลาร์มากขึ้น
แต่น่าเสียดายที่เหตุการณ์ระเบิดร้ายแรงในอิรักปะทุขึ้นอีก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก สะท้อนความรุนแรงที่ยังคุกรุ่น ทั้งๆที่มีการจัดตั้งรัฐบาลอิรักรักษาการชั่วคราวและกองกำลังทหารสหรัฐฯกำลังส่งมอบอำนาจการบริหารในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ แสดงว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในอิรักพยายามต่อต้านสหรัฐฯ รวมถึงรัฐบาลอิรักที่สหรัฐฯสนับสนุน มีผลเสียต่อเนื่องมายังค่าเงินดอลลาร์ในช่วงท้ายสัปดาห์ ประกอบกับการที่ธนาคารกลางสวิสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ได้ผลักดันให้ค่าเงินสวิสฟรังค์เข้มแข็งเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ด้วย
เงินปอนด์อังกฤษ มีค่าหวั่นไหวในช่วงแรก เพราะคะแนนนิยมในพรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Tony Blair ลดน้อยลง สะท้อนมาจากผลการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งรัฐสภายุโรป ทำให้ตลาดเงินหวั่นวิตกเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองอังกฤษ แต่ในที่สุดเงินปอนด์กลับมีค่าสูงขึ้น หลังจากที่ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ นาย Mervyn King ได้ออกมาระบุว่าเศรษฐกิจอังกฤษแข็งแกร่ง จนอาจส่งผลให้เงินเฟ้อสูงกว่าอัตราเป้าหมายที่กำหนดไว้ 2% หากทางการไม่ดำเนินการควบคุม อีกทั้งรายงานตัวเลขค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น ปลุกให้นักลงทุนคาดว่าอังกฤษมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกในไม่ช้านี้ เพื่อปรามเงินเฟ้อ ทั้งๆที่ทางการเพิ่งปรับเพิ่มเป็น 4.50% เมื่อต้นเดือนมิถุนายนไปแล้วก็ตาม การคาดคะเนดังกล่าวทำให้มีแรงซื้อสกุลเงินปอนด์กลับมาใหม่อีกครั้ง
ราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ ยังคงเคลื่อนไหวสวนทิศทางกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ราคาทองคำค่อนข้างอ่อนตัวลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซื้อขายอยู่ที่ระดับราคาเฉลี่ยราว 383 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากความเข้มแข็งของค่าเงินดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำกระเตื้องสูงขึ้นอยู่ที่ระดับราว 387 ดอลลาร์/ออนซ์ ในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่เกิดระเบิดรุนแรงทางตอนใต้ของอิรัก สร้างความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันในอิรักไปยังตลาดต่างประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอีก ปัจจัยเหล่านี้มีอิทธิพลทำให้ความต้องการซื้อทองคำในฐานะหลักทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น
อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเงินตราสำคัญสกุลต่างๆ ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2547 เทียบกับวันที่ 17 มิถุนายน 2547 (ตัวเลขในวงเล็บ) มีดังนี้
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีค่าเท่ากับ 1.2062 ดอลลาร์/ยูโร (1.2064 ดอลลาร์/ยูโร) 111.13 เยน (109.49 เยน) และ 1.8130 ดอลลาร์/ปอนด์ (1.8364 ดอลลาร์/ปอนด์)
ราคาทองคำในตลาดลอนดอน เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2547 เท่ากับ 385.10 ดอลลาร์/ออนซ์ เทียบกับราคา 387.40 ดอลลาร์/ออนซ์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2547