รายงานภาวะตลาดหุ้นและการเงิน ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2547

ดัชนีตลาดหุ้นวันนี้

ตลาดหุ้นไทยในวันอังคารที่ 3 สิงหาคม ปิดตลาดลดลงไปอยู่ที่ 630.81 จุด ลดลงไป 5.89 จุด หรือร้อยละ 0.93 จากความวิตกกังวลในเรื่องของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ได้ปรับตัวสูงขึ้น และ ความเป็นไปได้ที่จะมีการก่อการร้ายสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ได้ทำให้นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ชะลอการซื้อชาย

– ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันนี้ โดยเพิ่มขึ้นไป 155.73 จุด หรือร้อยละ 1.28 ไปปิดที่ระดับ 12,357.12 จุด โดยได้แรงหนุนจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส2/2547 ที่ดีขึ้นของธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้

– ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดลดลงไปเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยลดไป 81.67 จุด หรือร้อยละ 0.73 ไปปิดที่ระดับ 11,140.57 จุด จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และการก่อการร้ายในสหรัฐฯซึ่งได้ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มส่งออกรายใหญ่ เช่น หุ้นแคนนอน อิงค์ และ โตโยต้า มอเตอร์ ลดลงอย่างต่อเนื่อง

– ตลาดหุ้น Dow Jones วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม ปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันนี้ โดยเพิ่มไป 39.45 จุด หรือร้อยละ 0.39 ไปอยู่ที่ระดับ 10,179.16 จุด โดยนักลงทุนได้คลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีสถาบันการเงินที่สำคัญของสหรัฐฯ หลังจากที่กระทรวงความมั่นคงภายในประเทศได้ออกมาประกาศเตือนภัยระดับสูงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

– เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร และบาท โดยอยู่ที่ระดับ 1.202 บาท/ยูโร, 41.34 บาท/ดอลลาร์ฯ และ แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 110.95 เยน/ดอลลาร์ฯในวันนี้

ภาวะตลาดหุ้น

Thailand’s SET
ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ปิดตลาดลดลง 5.89 จุด หรือร้อยละ 0.93 ไปอยู่ที่ 630.81 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ได้ชะลอการเข้าซื้อขายในวันนี้ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ได้สูงขึ้น และ ความเป็นไปได้ที่จะมีการก่อการร้ายสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ โดยราคาหุ้นที่ปรับลดลงไปอย่างมากในวันนี้ ได้แก่ หุ้นในกลุ่มธนาคาร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

Japan Nikkei-225
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดลดลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยปิดที่ระดับ 11,140.57 จุด ลดลงไป 81.67 จุด หรือร้อยละ 0.73 โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ได้ขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังจากที่ได้เข้าซื้อหุ้นล็อตใหญ่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และการก่อการร้ายในสหรัฐฯถึงแม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันก่อนก็ตาม ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มส่งออกหลายตัวได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง เช่น หุ้นแคนนอน อิงค์ และหุ้น โตโยต้า มอเตอร์ เป็นต้น

Hang Seng
ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันนี้ โดยเพิ่มขึ้น 155.73 จุด หรือร้อยละ 1.28 ไปปิดที่ระดับ 12,357.12 จุด โดยได้รับแรงบวกจากการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2547 ที่เพิ่มขึ้นของ ธนาคารฮ่องกง และ เซี่ยงไฮ้ (HSBC) อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากการปรับลดลงของราคาหุ้นบริษัทจีนในวันนี้ และ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการไหลออกของเงินทุนไปยังสหรัฐฯ ทำให้ตลาดไม่ได้ปรับขึ้นไปอย่างมาก

US ‘s Dow Jones
ตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม ปิดตลาดเพิ่มขึ้นไป 39.45 จุด หรือร้อยละ 0.39 ไปปิดที่ระดับ 10,179.16 จุด ในช่วงเช้าตลาดได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการก่อการร้ายในสถาบันการเงินขนาดใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ หลังจากที่กระทรวงความมั่นคงภายในประเทศได้ออกมาประกาศเตือนภัยที่ระดับสูง โดยการประกาศเตือนภัยดังกล่าวได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดสามารถกลับมาปิดในแดนบวกได้ จากการที่นักลงทุนได้เริ่มคลายความกังวลในเรื่องดังกล่าวในช่วงบ่าย ประกอบกับการปรับขึ้นของราคาหุ้นพร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล หลังจากที่ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส2/2547 ที่ดีขึ้น

US’s NASDAQ
ดัชนี NASDAQ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยได้ปิดตลาดที่ระดับ 1,892.09 จุด เพิ่มขึ้น 4.73 จุด หรือ ร้อยละ 0.25 โดยตลาดได้รับปัจจัยบวกจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี

สรุปการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

Baht/USD
เงินบาท/เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อ่อนค่าลงไปในวันนี้ โดยเงินดอลลาร์ฯได้แรงหนุนจากการประกาศตัวเลขดัชนีภาคการผลิต ของสถาบัน ISM ที่เพิ่มสูงขึ้นสู่ 62.0 ในเดือน ก.ค. จากที่ระดับ 61.1 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และทำให้เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯอ่อนแอลงไปเพียงชั่วคราว หลังจากที่เงินดอลลาร์ฯได้อ่อนค่าลงจากความวิตกกังวลในเรื่องการก่อการร้ายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

Yen/USD
เงินดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวอยู่ในช่วงแคบ และได้อ่อนค่าลงไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยนในวันนี้ โดยเงินดอลลาร์ฯได้อ่อนค่าลงไปอยู่ที่ระดับ 110.46 เยน/ดอลลาร์ฯในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการก่อการร้ายสถาบันการเงินขนาดใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ และการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ก่อนที่จะแข็งค่าขึ้นโดยได้รับแรงบวกจากดัชนีภาคการผลิตเดือน ก.ค.ที่เพิ่มขึ้น

USD/Euro
เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโรในวันนี้ หลังการประกาศตัวเลขดัชนีภาคการผลิตเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยนักลงทุนได้คลายความกังวลเกี่ยวกับการก่อการร้ายสถาบันการเงินในสหรัฐฯ ซึ่งได้เป็นปัจจัยที่ได้กดดันค่าเงินดอลลาร์ฯตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนั้น นักลงทุนจะรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายตัวที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขรายได้ส่วนบุคคลและการบริโภคเดือน มิ.ย. และ ดัชนีราคา PCE ที่จะประกาศในวันนี้ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค.ที่จะประกาศในวันศุกร์ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 10 ส.ค.

สรุปการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้

Thai Gov. Bond
มูลค่าการซื้อขายในวันนี้อยู่ที่ 6,455.87 ล้านบาท ลดลงจากวันศุกร์ร้อยละ 57 มูลค่าการซื้อขายส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มตั๋วเงินคลัง และ พันธบัตรรัฐบาล โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลส่วนใหญ่ได้ลดลงตั้งแต่ -0.5 ถึง –2.5 bps. ในขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะสั้นบางกลุ่มได้ เพิ่มขึ้นไปตั้งแต่ 0.5 ถึง 1.5 bps.

Us Treasury Bond 10 Years
ราคาพันธบัตรของสหรัฐฯในวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากที่กระทรวงความมั่นคงภายในประเทศได้ออกมาเตือนภัยการก่อการร้ายในระดับสูง ว่ามีความเป็นไปได้ที่กลุ่มอัล เคดาจะทำการโจมตีสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ซึ่งการเตือนภัยดังกล่าวได้ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น