รายงานภาวะตลาดหุ้นและการเงิน ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2547


17-08-2004 00:00:00

ดัชนีตลาดหุ้นวันนี้

ตลาดหุ้นไทยในวันอังคารที่ 17 สิงหาคม ปิดตลาดเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สองอีก 5.77 จุด หรือร้อยละ 0.97 ไปอยู่ที่ 602.75 จุด จากการที่ปัจจัยลบต่างๆได้เริ่มคลี่คลายลงไป เช่น ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลง ความเชื่อมั่นต่อการแก้ไขปัญหา NPL ภาคธนาคารที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีแรงกลับเข้าซื้อหุ้นหลายตัวที่ราคาลดลงไปมากในช่วงที่ผ่านมา

• ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเล็กน้อยที่ 36.37 จุดหรือร้อยละ 0.3 ไปปิดที่ระดับ 12,256.12 จุด จากการที่นักลงทุนได้คลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนั้นตลาดยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น ลี แอนด์ ฟุง จากผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีขึ้น

• ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันนี้ หลังจากที่ได้ลดลงไปสามวันติดต่อกัน โดยเพิ่มไป 38.16 จุด หรือร้อยละ 0.36 ไปปิดที่ระดับ 10,725.97 จุด จากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวลงจากวันก่อนได้ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันเป็นจำนวนมาก

• ตลาดหุ้น Dow Jones ในวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเป็นวันที่สองอีก 129.2 จุด หรือร้อยละ 1.31 ไปอยู่ที่ระดับ 9,954.55 จุด โดยได้รับปัจจัยบวกจากการที่ราคาน้ำมันได้อ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันก่อน และการประกาศผลประกอบการที่ดีขึ้นของหุ้นในกลุ่มบริษัทค้าปลีก

• เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน และ บาท โดยอยู่ที่ระดับ 110.39 เยน/ดอลลาร์ฯ และ 41.48 บาท/ดอลลาร์ฯ และแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับเงินยูโรที่ 1.2349 ดอลลาร์ฯ/ยูโร

ภาวะตลาดหุ้น

Thailand’s SET
ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่สอง โดยเพิ่มไปอีก 5.77 จุด หรือร้อยละ 0.97 ไปอยู่ที่ระดับ 602.75 จุด จากการที่ปัจจัยลบที่ได้กดดันการซื้อขายในช่วงที่ผ่านมาเริ่มคลี่คลาย เช่น ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ การที่นักลงทุนได้มีความเชื่อมั่นต่อการแก้ไขปัญหา NPL ของระบบธนาคารพาณิชย์มากขึ้นหลังจากการชี้แจงของนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นหลายตัวที่ปัจจัยพื้นฐานดี เนื่องจากราคาได้ลดลงไปอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

Japan Nikkei-225
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดปรับตัวขึ้นหลังจากที่ได้ลดลงไปเป็นเวลาสามวันติดกัน โดยปิดที่ระดับ 10,725.97 จุด เพิ่มขึ้นไป 38.16 จุด หรือร้อยละ 0.36 ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันก่อน ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก และ เศรษฐกิจสหรัฐฯซึ่งเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มส่งออกส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้

Hang Seng
ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเพิ่มขึ้นไปเช่นเดียวกัน โดยได้เพิ่มไปอีก 36.67 จุด หรือร้อยละ 0.3 ไปปิดที่ระดับ 12,256.12 จุด จากการที่นักลงทุนได้คลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่ได้ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีการกลับเข้าลงทุนในหุ้นหลายตัวที่ราคาลดลงในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนั้นตลาดยังได้แรงหนุนจากหุ้นบริษัทลี แอนด์ ฟุง ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการรายงานผลประกอบการที่ดีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

US ‘s Dow Jones
ตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเป็นวันที่สองอีก 129.2 จุด หรือ ร้อยละ 1.31 ไปปิดที่ 9,954.55 จุด โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่ได้เริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันในตลาดโลก หลังจากที่ราคาได้ลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 46.9 ดอลลาร์ฯ/ บาร์เรล มาอยู่ที่ระดับเหนือกว่า 46 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรลเพียงเล็กน้อย นอกจากนั้นการประกาศผลกำไรไตรมาส 2 ที่ดีขึ้นของ บริษัท Lowe’s Cos. และ เคมาร์ท โฮลดิงส์ คอร์ป ได้ทำให้ราคาหุ้นดังกล่าวปรับตัวขึ้นอย่างมาก

US’s NASDAQ
ดัชนี NASDAQ ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปเช่นเดียวกัน โดยได้ปิดตลาดที่ระดับ 1,782.84 จุด เพิ่มขึ้น 25.62 จุด หรือ ร้อยละ 1.46 โดยได้รับแรงบวกจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีขึ้นของหุ้นในกลุ่มค้าปลีก และ การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีหลังจากมีแรงซื้อกลับเข้ามาเนื่องจากนักลงทุนได้ขายหุ้นกลุ่มดังกล่าวมากเกินไปในช่วงที่ผ่านมา

สรุปการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

Baht/USD
เงินบาท/เงินดอลลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่าขึ้นในวันนี้ เป็นการปรับตัวไปตามทิศทางของค่าเงินเยนซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง นอกจากนั้นค่าเงินบาทได้รับแรงหนุนเล็กน้อยจากการที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย R/P ในการประชุมสัปดาห์หน้า

Yen/USD
เงินดอลลาร์สหรัฐฯได้อ่อนค่าลงไปเมื่อเทียบกับเงินเยน ถึงแม้ว่าจะได้มีการประกาศตัวเลขเงินลงทุนสุทธิที่ไหลเข้าสู่สหรัฐฯเดือน มิ.ย.ซึ่งสูงเกินคาดเมื่อวานนี้ แต่เงินดอลลาร์ฯยังคงได้รับแรงกดดันจากตัวเลขยอดขาดดุลการค้าซึ่งอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือน มิ.ย. ที่ได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ นอกจากนั้นเงินเยนได้รับแรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวลดลง หลังจากที่ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาชนะการลงประชามติถอดถอนออกจากตำแหน่ง ซึ่งได้ช่วยลดความผันผวนต่อการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก

USD/Euro
เงินดอลลาร์สหรัฐฯยังคงทรงตัวอยู่ในช่วงแคบๆ เมื่อเทียบกับเงินยูโร โดยเงินดอลลาร์ฯ/ยูโรได้แข็งค่าขึ้นในช่วงแรกหลังจากที่ได้มีการประกาศตัวเลขยอดเงินทุนสุทธิที่ไหลเข้าที่สูงเกินคาด อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ฯได้กลับอ่อนค่าลงไปจากการประกาศตัวเลขผลการสำรวจภาคการผลิตของธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์คที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรอการประกาศข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.ค. ,การผลิตทางอุตสาหกรรม และการเริ่มสร้างบ้านประจำเดือน ก.ค. ที่จะเปิดเผยในวันนี้

สรุปการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้

Thai Gov. Bond
มูลค่าการซื้อขายในวันนี้อยู่ที่ 6,598.48 ล้านบาท ลดลงจากวันจันทร์ที่ผ่านมาร้อยละ 16.57 อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะกลาง และระยะยาวส่วนใหญ่ได้ปรับเพิ่มขึ้นไปตั้งแต่ 1 ถึง 2 bps.พันธบัตรอายุ 1 ปี ได้ปรับขึ้นไปมากที่สุดถึง 5 bps ในขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะสั้นแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน

Us Treasury Bond 10 Years
ราคาพันธบัตรของสหรัฐฯในวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคมได้ปรับตัวลดลง โดยการที่ราคาน้ำมันได้ปรับตัวลดลงและส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น ได้ทำให้นักลงทุนบางกลุ่มขายพันธบัตรออกมา และ กลับไปลงทุนในตลาดหุ้น ทั้งนี้นักลงทุนไม่ได้ให้ความสนใจมากนักกับตัวเลขผลการสำรวจภาคการผลิตของธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์คที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12.6 ในเดือน ส.ค.จาก 35.8 ในเดือนก่อน

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter