รายงานภาวะตลาดหุ้นและการเงิน ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2547

ดัชนีตลาดหุ้นวันนี้

ตลาดหุ้นไทยในวันอังคารที่ 19 ตุลาคม ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบสัปดาห์ โดยปิดที่ 661 จุด เพิ่มขึ้นไปถึง 14.49 จุดหรือร้อยละ 2.24 มูลค่าการซื้อขายที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงบวกจากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงไป และการซื้อเพื่อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 3 ส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน, สื่อสาร,เคมีภัณฑ์ และธนาคารปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้

– ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยปิดที่ 13,154.55 จุด เพิ่มไป 119.81 จุด หรือร้อยละ 0.92 จากแรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งราคาได้ลดลงไปในช่วงที่ผ่านมา และการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ

– ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 วัน โดยปิดที่ 11,064.86 จุด เพิ่มขึ้นไป 99.24 จุด หรือร้อยละ 0.91 โดยได้รับปัจจัยบวกจากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง ทั้งนี้ราคาน้ำมันได้ลดลงมาอยู่ที่ 53.38 ดอลลาร์/บาร์เรลในวันนี้ หลังจากที่ได้ขึ้นไปสู๋ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 55.33 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อวันก่อน

– ตลาดหุ้น Dow Jones ในวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม ปิดตลาดเพิ่มขึ้นไปอีกเล็กน้อย โดยปิดที่ 9,956.32 จุด เพิ่มขึ้น 22.94 จุดหรือร้อยละ 0.23 ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งได้ช่วยคลายความวิตกกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับแนวโน้มผลกำไรภาคธุรกิจ และได้ชดเชยปัจจัยลบจากข่าวการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าที่คาดของบริษัท 3 M

– เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงไปเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท ที่ 41.38 บาท/ดอลลาร์ฯ แต่แข็งค่าขึ้นเมื่อ เทียบกับเงินเยน และยูโร โดยอยู่ที่ระดับ 109.29 เยน/ดอลลาร์ฯ และที่ 1.2464 ดอลลาร์/ยูโร

ภาวะตลาดหุ้น

Thailand’s SET
ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบสัปดาห์ที่ 661 จุด เพิ่มขึ้นถึง 14.49 จุด หรือร้อยละ 2.24 มูลค่าการซื้อขายปานกลางที่ 15,212.68 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยบวกจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่จากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง และแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งได้ส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน, สื่อสาร, เคมีภัณฑ์ และธนาคารปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้

Japan Nikkei-225
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 วัน หลังจากที่ปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อวันก่อน โดยปิดที่ 11,064.86 จุด เพิ่มขึ้น 99.24 จุดหรือร้อยละ 0.91 ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงบวกจากการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ลดลงมาอยู่ที่ 53.38 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งอ่อนตัวลงไปจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 55.33 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อวานนี้ ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่คลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลกำไรภาคเอกชน นอกจากนั้นแล้ว ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ

Hang Seng
ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมากในวันนี้ โดยอยู่ที่ 13,154.55 จุด เพิ่มขึ้น 119.81 จุด หรือร้อยละ 0.92 โดยได้รับปัจจัยบวกจากแรงซื้อที่กลับเข้ามาในกลุ่มหุ้นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งราคาได้ลดลงไปหลังจากมีการประมูลที่ดินของรัฐบางเมื่อสัปดาห์ก่อน นอกจากนั้นแล้ว การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางของหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดในวันนี้

US ‘s Dow Jones
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันจันท์ที่ 18 ต.ค.โดยปิดที่ 9,956.32 เพิ่มขึ้นไปอีกเล็กน้อยที่ 22.94 จุด หรือ ร้อยละ 0.23 ปริมาณการซื้อขายหนาแน่นที่ 1.37 พันล้านหุ้น ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก หลังจากที่ได้ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเหนือ 55 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งได้เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และช่วยชดเชยปัจจัยลบจากการเปิดเผยผลกำไรไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ของบริษัท 3 M ซึ่งทำให้หุ้นดังกล่าวปรับตัวลดลง

US’s NASDAQ
ดัชนี NASDAQ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยปิดที่1,936.52 จุด เพิ่มไป อีก 25.02 จุด หรือ ร้อยละ 1.31 ทั้งนี้การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงได้เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศในการซื้อขาย

สรุปการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

Baht/USD
เงินบาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นในวันนี้ โดยเป็นการปรับตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค ทั้งนี้เงินบาทได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย R/P 14 วันไปอีกร้อยละ 0.25 ในการประชุมของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ และจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหลักทรัพย์ไทยในวันนี้

Yen/USD
เงินเยนอ่อนค่าลงไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้มีแรงซื้อดอลลาร์ฯกลับเข้ามาหลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์ฯอ่อนค่าลงไปจากการเปิดเผยขัอมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่อ่อนแอหลายตัวเมื่อวันก่อน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าการแข็งค่าของดอลลาร์ฯจะเป็นเพียงชั่วคราว และเงินดอลลาร์ฯไม่น่าที่จะเคลื่อนไหวมากนักก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งนี้นักลงทุนจะรอดูการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.ย. และแถลงการณ์ครั้งสุดท้ายของนายอลัน กรีนสแปนก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 10 พ.ย.ซึ่งจะมีขึ้นในวันนี้

USD/Euro
เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโร หลังจากที่ได้อ่อนค่าลงไปสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 8 เดือนที่ 1.2535 ดอลลาร์ฯ/ยูโรเมื่อวานนี้ หลังจากที่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขเงินทุนหมุนเวียนในเดือน ส.ค.ของสหรัฐฯซึ่งอยู่ที่ 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ลดลงไปจาก 6.31 หมื่นล้านดอลลาร์ฯในเดือน ก.ค. โดยเงินดอลลาร์ฯได้รับแรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และการปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ

สรุปการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้

Thai Gov. Bond
มูลค่าการซื้อขายในวันนี้อยู่ที่ 3,875.76 ล้านบาท ลดลงจากวันก่อนร้อยละ 60 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้ โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 1 ปีปรับตัวขึ้นไปมากที่สุดถึง 9 bps. ส่วนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะกลาง และระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้นไปตั้งแต่ 2 ถึง 5 bps.

US Treasury Bond 10 Years
ราคาพันธบัตรสหรัฐฯในวันจันทร์ที่ 18 ต.ค.ทรงตัวจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยรับปัจจัยบวกจากการแสดงความคิดเห็นของนาย มาร์ค ออลสันผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งได้แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นว่าจะกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งได้ช่วยลดแรงกดดันจากแถลงการณ์ของนายอลัน กรีนสแปนเมื่อวันก่อนที่ได้ ปฎิเสธผลกระทบของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในขณะนี้ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯส่งผลให้ราคาพันธบัตรปรับตัวลดลง นอกจากนั้นนักลงทุนส่วนใหญ่จะรอการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.ย.ที่จะมีขึ้นในวันนี้