ระยอง – วานนี้ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นำโดย สาธิต ศิริรังคมานนท์ เลขาธิการ คณะฯ ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับโลก ของเจนเนอรัล มอเตอร์ส จังหวัดระยอง และโรงงานทำสีรถยนต์แห่งใหม่ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างด้วยเงินทุนกว่า 2,700 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 10,800 ตารางเมตร เพื่อรองรับความต้องการรถเชฟโรเลตที่เพิ่มขึ้น ของผู้บริโภคในประเทศไทย และตอบสนองการขยายตัวของตลาดรถยนต์ในภูมิภาคอาเซียน และได้เข้ารับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้บริหารระดับสูงของจีเอ็ม ประเทศไทย ถึงรายละเอียดของการลงทุน และผลจากการลงทุนเพิ่มของจีเอ็มที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตของศูนย์การผลิตฯ
สาธิต ศิริรังคมานนท์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า “การลงทุนอย่างต่อเนื่องของ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ในประเทศไทยนั้น ล้วนเป็นผลดีต่อประเทศไทยอย่างมาก ทั้งในส่วนของเศรษฐกิจ รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังเป็นการกระตุ้นผลผลิต และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ ยังส่งผลถึงอัตราการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จีเอ็มได้เล็งเห็นความสำคัญและศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นศูนย์กลางขยายการผลิตรถยนต์ทั่วภูมิภาคอาเซียน”
มร. วิลเลี่ยม บอทวิค ประธานกรรมการ ประจำภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “จีเอ็ม เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเทศไทย ในการเป็นรากฐานสำคัญของภูมิภาคอาเซียน ที่จะเสริมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต การมาเยี่ยมชมศูนย์การผลิตฯ เจนเนอรัล มอเตอร์ส จังหวัดระยอง ของบีโอไอในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสดีที่จีเอ็มจะได้แสดงถึงเจตนารมย์อันแน่วแน่ ในการขยายการผลิตเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงในปัจจุบันและระยะยาว ซึ่งการสนับสนุนจากทางรัฐบาลไทย จะเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จในระดับภูมิภาคต่อไป”
เป็นเวลาเกือบทศวรรษมาแล้วที่ เจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์เปอร์เรชั่น ได้เล็งเห็นว่าประเทศไทย คือจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการลงทุน และสร้างศูนย์การผลิตฯในระดับภูมิภาค ด้วยที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ความั่นคงทางการเมือง นโยบายความร่วมมือจากรัฐบาล แรงงานฝีมือ และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ที่แข็งแกร่ง ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ จีเอ็ม ตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย
ทั้งนี้ การมาลงทุนของจีเอ็มในประเทศไทย ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ในประเทศ ซึ่งนโยบายของจีเอ็มทั่วโลกนั้น ต้องการให้ศูนย์การผลิตฯ ของจีเอ็ม ทุกแห่ง ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศนั้น ๆ ดังนั้น หากความต้องการรถยนต์เชฟโรเลตเพิ่มมากขึ้น นั่นก็หมายความถึงผลดีโดยตรงต่อซัพพลายเออร์ภายในประเทศด้วยเช่นกัน โดยในปี 2547 และ ครึ่งปีแรกของปี 2548 จีเอ็มสั่งซื้อชิ้นส่วนประกอบรถยนต์จากผู้ผลิตภายในประเทศ รวมเป็นมูลค่ากว่า 44,400 ล้านบาท (สี่หมื่นสี่พันสี่ร้อยล้านบาท) ซัพพลายเออร์ในประเทศไทยนั้น กลายเป็นส่วนสำคัญของรถยนต์คุณภาพระดับโลก ฝ่ายจัดซื้อของจีเอ็ม ทั่วโลก และ จีเอ็ม ประเทศไทย ได้ประกาศแผนการพัฒนาคุณภาพ เพื่อเสริมศักยภาพของซัพพลายเออร์ในประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าระดับโลกได้
นอกจากนี้ การลงทุนของจีเอ็ม ได้ช่วยจุดประกายการจ้างงานเพิ่มขึ้น ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งประเทศ ทักษะฝีมือแรงงานของพนักงานจีเอ็มกว่า 3,000 ชีวิต ได้รับการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยโปรแกรมการฝึกอบรมระดับโลก นอกจากนี้เครือข่ายผู้จำหน่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 73 แห่ง ทำให้เกิดการว่าจ้างพนักงานอีกนับพัน ซึ่งแผนการต่อไปคือการขยายเครือข่ายฯ ให้ได้ 100 แห่งในอนาคตอันใกล้นี้
ศูนย์การผลิตเจนเนอรัล มอเตอร์ส จังหวัดระยองนั้น ได้รับการยกย่องให้เป็นศูนย์การผลิตฯที่ดีที่สุดในโลก ด้วยมาตรฐานด้านการบริหารจัดการความปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นศูนย์การผลิตที่มีประสิทธิภาพ และยืดหยุ่น ด้วยระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพ (lean manufacturing system) อย่างเต็มรูปแบบ การลงทุนของ จีเอ็ม ทั้งหมด ณ ศูนย์การผลิตเจนเนอรัล มอเตอร์ส จังหวัดระยอง จะสามารถรองรับกำลังการผลิตที่จะเกิดขึ้นจากสายการผลิตของรถยนต์ในปัจจุบันและอนาคตข้างหน้าต่อไป



