แอลเลอร์แกน ประเทศไทย นำกลยุทธ์ Brand Refreshment ตั้งเป้าเติบโต 100% ภายใน 3 ปี

ณ บริเวณการ์เด้น วิง โรงแรมปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ – เมื่อวันพุธที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำด้านเวชภัณฑ์ ผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ BOTOX ได้จัดงาน “Allergan Health and Beauty Trend Party” หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ Allergan เพื่อสุขภาพและความงามขึ้น เนื่องในโอกาสที่บริษัทฯดำเนินงานมาเป็นเวลาครบ 55 ปี และก้าวสู่ปีที่ 56 ในปีนี้ โดยนำแนวคิดและกระแสการดูแลรักษาสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยมทั้งในและต่างประเทศมานำเสนอ นั่นคือ Life Extension Therapy หรือศาสตร์แห่งการบำบัดและปรนนิบัติชีวิต พร้อมด้วยแพทย์ผู้มีชื่อเสียงและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ในแต่ละด้าน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการดูแลสุขภาพและความงามในประเด็นต่างๆ พร้อมกันนี้ ได้แถลงถึงทิศทาง กลยุทธ์ และการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร เติบโตขึ้น 100% ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือภายในปี พ.ศ. 2551 โดยในปีพ.ศ. 2549 คาดว่าจะเติบโตกว่า 30% ทั้งนี้ภายในงานดังกล่าว มีแขกผู้มีเกียรติและผู้มีชื่อเสียงในวงสังคมมาเข้าร่วมงานกว่า 200 ท่าน อีกทั้งมีการมอบรางวัล South East Asia Best BOTOX Practice and Service Award รางวัลสถานพยาบาลด้านสุขภาพและความงาม BOTOX ยอดเยี่ยม ระดับประเทศไทยและภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำปี พ.ศ. 2548 โดยสถานพยาบาลที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม ได้แก่ APEX PROFOUND BEAUTY โดย พญ. นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ผิวพรรณและเลเซอร์ผิวหนัง จากสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ขึ้นรับมอบรางวัล ด้วยความปิติยินดี”

คุณกลิ่นผกา วงศ์พานิชย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยภายในงานว่า “แอลเลอร์แกน ในฐานะผู้นำด้านเวชภัณฑ์ เป็นผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่าย 3 กลุ่มเวชภัณฑ์สำคัญ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาโรคตา ซึ่งในปี พ.ศ. 2545 บริษัทฯ มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มากที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรบ ละตินอเมริกา และเอเซีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น และปัจจุบัน ยังคงมียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 1 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 4 แล้ว มีสำนักงานใหญ่ที่อยู่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีสาขาอีกกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาผิวพรรณ ปัจจุบัน ตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลรักษาผิวพรรณ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับบริษัทฯ ที่ได้พัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสู่ตลาด จนได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่มีการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้สูงที่สุด
และกลุ่มสุดท้าย กลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ที่หลายท่านรู้จักในชื่อผลิตภัณฑ์ BOTOX ซึ่งบริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจำหน่าย BOTOX เพียงรายเดียวอย่างถูกต้อง ปัจจุบัน BOTOX ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายจากทั่วโลก โดยใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อและเส้นประสาทในประเทศอเมริกา และอีกกว่า 100 ประเทศทั่วโลก นิยมใช้ โบท็อกซ์ เพื่อการศัลยกรรมตกแต่งความงามและเครื่องสำอาง สำหรับประเทศไทย โบท็อกซ์ ได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นเท่าตัว ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากจำแนกตามกลุ่มผู้ใช้ จะพบว่า โบท็อกซ์ มีการใช้ในแทบจะทุกวัย คือตั้งแต่อายุ 23 จนถึง 70 ปี และใช้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย คือ 90 ต่อ 10 โดยมีกลุ่มผู้ใช้บริการ เรียงตามลำดับ คือ กลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มศิลปินดารา กลุ่มพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และกลุ่มผู้มีชื่อเสียงในวงสังคมชั้นสูง”

“นอกจากนี้ แอลเลอร์แกน ยังได้รับเกียรติให้เข้าร่วมการบรรยายสำหรับการประชุมระดับนานาชาติที่สำคัญหลายแห่ง อาทิ Asian Dermatologic Laser and Surgery, American Academy of Dermatology, Dermatology Laser and Facial Cosmetic Surgery, Anti-aging Medicine World Congress เป็นต้น”

“ในปี พ.ศ. 2549 ทิศทางและแนวโน้มการดูแลสุขภาพและความงาม หรือ 2006 Healthcare Trend ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ต่างมุ่งเน้นหรือให้ความสนใจแนวคิด Life Extension Therapy ศาสตร์แห่งการบำบัดและปรนนิบัติชีวิต เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาวและมีความสุข ด้วยการเข้าใจถึงปัญหาในส่วนต่างๆของร่างกาย จิตใจและความคิดของตนเอง เพื่อค้นหารูปแบบวิธีการบำบัดรักษาที่เหมาะสม โดยความหมายของ Life Extension Therapy หรือ ศาสตร์แห่งการบำบัดและปรนนิบัติชีวิต คือ วิธีการดูแลและรักษาสุขภาพทั้งกายและจิตใจ ด้วยการวิเคราะห์ทุกองค์ประกอบให้มีความสอดคล้องและสัมพันธ์กัน อาทิ ปกติ คนมักจะดูแลและรักษาร่างกายเพียงบางส่วนที่ตนเห็นสำคัญ เช่น รักษาแต่ผิวหน้าให้ดูมีอายุอ่อนวัย แต่ลืมเรื่อง ผม ริ้วรอยบนผิวหนังส่วนต่างๆ รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่สัมพันธ์กัน เมื่อวิเคราะห์และประมวลผลของสุขภาพและชีวิตได้แล้ว จะต้องคัดสรรและเลือกแบบของการดูแลและรักษาอย่างเหมาะสมและสมดุลทั้งกายและจิตใจ ทั้งนี้ แนวคิดและแนวทางการดูแลสุขภาพและความงามดังกล่าว ในวงการแพทย์ได้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้นำมาประยุกต์ปฏิบัติใช้มากมายหลายท่าน อาทิ พญ. พักตร์พิไล ทวีสิน ประธานกรรมการบริหาร S Medical Spa พญ. อัจจิมา สุวรรณจินดา ผู้อำนวยการ สถาบันวัยวัฒน์และความงามเมดดิไซน์ (MEDISCI) พญ. นลินี สุทธิพิศาล ผู้บริหารสถาบันสุขภาพผิวพรรณ SEI โรงพยาบาลสมิติเวช เป็นต้น

“ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับกับแนวคิด รูปแบบ และกระแสโลกาภิวัฒน์ด้านสุขภาพและความงาม บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ตั้งเป้าในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ BOTOX ให้เติบโตกว่า 30% ภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าจะเติบโตถึง 100% ภายใน 3 ปี หรือภายในปีพ.ศ. 2551 ขณะเดียวกันเป้าหมายในการดำเนินงานทางสังคมนั้น แอลเลอร์แกนยังคงยืนยันในเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นในการคืนกำไรสู่สังคม ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่พิการทางสมอง รวมทั้งผู้ที่ได้รับความทรมานจากอาการข้างเคียงอันเกิดจากสมองพิการ เช่น อาการกล้ามเนื้อแขน ขา หดเกร็ง อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน”

“บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด กำหนดไว้ 3 ยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายองค์กร คือ 1) เพิ่มขีดความสามารถทางด้านการตลาดและการแข่งขัน โดยนำกลยุทธ์ Brand Refreshment Program เข้ามาดำเนินงาน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้กับสภาพตลาดในปัจจุบัน 2) มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างความหลากหลาย และสร้างความแตกต่างในการใช้สินค้าและบริการ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำไปใช้ในการรักษาและดูแลความงามได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างความรู้และความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ BOTOX ในฐานะทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพและความงาม โดยมีความปลอดภัยสูงสุด ไม่ต้องผ่าตัดหรือศัลยกรรม เนื่องจากใช้เวลาน้อยในการรักษาและไม่ต้องเสียเวลาพัก สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที และยังเห็นผลได้ในระยะเวลาอันสั้น เหมาะสำหรับ Lifestyle ของคนในปัจจุบันที่มีเวลาจำกัด 3) มุ่งพัฒนาระบบการบริหารและการจัดการ นำระบบ Beauty Marketing Program มาดำเนินการกับกลุ่มลูกค้าและบุคลากรภายใน เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดและการขายให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผล”

คุณกลิ่นผกา กล่าวเพิ่มเติมต่อไปว่า “สำหรับกลยุทธ์ Brand Refreshment Program ในความหมายของแอลเลอร์แกนนั้น หมายถึง การสร้างและทำให้ตราสินค้ามีความสดใหม่ ทันสมัยอยู่เสมอ ด้วยกิจกรรมการตลาดที่สามารถตอกย้ำคุณลักษณะและคุณสมบัติของสินค้า ด้วยแนวคิดเพียงหนึ่งเดียว (Single Mind Idea) สำหรับปี พ.ศ. 2549 แนวคิดหลักคือ BOTOX Health and Beauty หมายถึง BOTOX เพื่อสุขภาพและความงาม หรือ สุขภาพและความงามด้วย BOTOX”

“ทั้งนี้แผนกลยุทธ์ดังกล่าว มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการ นั่นคือ 1) เพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ BOTOX และ 2) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ BOTOX ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม ซึ่งกลุ่มเป้าหมายแยกออกเป็น 2 กลุ่มเช่นกัน คือ กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ซึ่งใช้ได้ในเด็กเล็กอายุตั้งแต่ 2 ปี กับกลุ่มผู้รักสุขภาพและความงาม ซึ่งเน้นไปยังกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป”

“สำหรับตำแหน่งทางการตลาด แอลเลอร์แกน มองว่า ผลิตภัณฑ์ BOTOX เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าสำหรับทุกคนในระดับมาตรฐานสากล แต่ถ้ามองถึงตลาดความงาม (Cosmetic) มีกลุ่มผู้ให้บริการเดียวกันอยู่ 2 กลุ่มสำคัญ คือ กลุ่มศัลยกรรมตกแต่งและผ่าตัด และกลุ่มผลิตภัณฑ์ครีม เพื่อการลดริ้วรอย ต่อเมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติและลักษณะของแต่ละกลุ่มแล้ว 1) ด้านระยะเวลาในการรักษานั้น จะพบว่า การทำศัลยกรรมตกแต่งและผ่าตัด ต้องใช้เวลาในการักษาและพักฟื้นนานพอสมควร ขณะที่การใช้ผลิตภัณฑ์ BOTOX จะใช้เวลาเพียง 10 นาทีในการรักษาโดยไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลการเปลี่ยนแปลงหลังทำภายใน 3-7 วัน ส่วนการทาครีมเพื่อลดริ้วรอยนั้น จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน 2) ด้านค่าใช้จ่ายในการรักษา พบว่า การทำศัลยกรรมตกแต่งและผ่าตัด มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งค่อนข้างสูง ข้อดีคือให้ผลในระยะยาวไม่ต้องทำบ่อยๆ ขณะที่การใช้ผลิตภัณฑ์ BOTOX มีค่าใช้จ่ายในระดับที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบค่าใช้จ่ายต่อวันแล้ว ราคาก็ไม่แตกต่างจากการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทครีมสักเท่าไหร่ ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ครีมนั้น แม้ว่าจะมีราคาต่อหนึ่งผลิตภัณฑ์ค่อนข้างถูกกว่ากลุ่มอื่นๆ แต่เหตุที่ต้องใช้เป็นประจำทุกวัน เมื่อนำไปเทียบค่าใช้จ่ายต่อวันแล้ว จึงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับการใช้ BOTOX 3) ด้านผลการรักษา จะพบว่า การทำศัลยกรรมตกแต่งและผ่าตัด แม้ว่าจะให้ผลในระยะยาว แต่ค่อนข้างมีความเสี่ยง อีกทั้งหากเกิดกรณีผิดพลาดจะต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขสูง ขณะที่การใช้ผลิตภัณฑ์ BOTOX ให้ผลในระยะกลาง โดยช่วงต้นต้องหมั่นทำเฉลี่ยปีละ 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นอาจเหลือเพียงปีละ 1 ครั้งหากทำอย่างต่อเนื่องในช่วงปีแรก ๆ แต่ข้อดีคือไม่มีความเสี่ยง ยืนยันได้ถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพจากการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) มานานกว่า 16 ปี รวมทั้งยังได้รับการรับรองเรื่องความปลอดภัยจากหน่วยงานองค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ส่วนผลิตภัณฑ์ครีมนั้น แม้ว่าจะไม่มีความเสี่ยง แต่เห็นผลช้ากว่าการรักษาในแบบอื่นๆ และผลลัพธ์ที่ได้ ไม่สามารถเทียบเท่ากับการใช้ผลิตภัณฑ์ BOTOX เพียงครั้งเดียวได้เลย”

“ส่วนแบ่งตลาด เมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่าผลิตภัณฑ์ BOTOX มีให้บริการในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมด 6 ประเทศด้วยกัน คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศไทย ซึ่งยอดขายในประเทศไทยอยู่ในอันดับ 1 เป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับ 5 ประเทศที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงถือว่า BOTOX ในประเทศไทยมีส่วนแบ่งทางตลาดครึ่งหนึ่งทีเดียว”

“แผนงานในอนาคต แอลเลอร์แกนให้ความสำคัญกับการดำเนินงาน 3 ประการคือ 1) การพัฒนาและประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ ให้สามารถนำไปใช้ในการรักษาและดูแลความงามได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ การขยายผลในการรักษาในขอบข่ายอาการต่างๆ เช่น การใช้ BOTOX ร่วมกับการทำเลสิค 2) การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้พัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แอลเลอร์แกนทุ่มงบประมาณกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 16,000 ล้านบาท ต่อปี เพื่อพัฒนาและวิจัยให้สามารถนำ BOTOX ไปใช้รักษาและเสริมสวยในร่างกายของคนเราได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมถึงขยายการใช้ BOTOX สู่การแพทย์ทุกแขนงอย่างแท้จริงและทั่วถึง และสุดท้าย 3) การสร้างภาพลักษณ์ให้ BOTOX เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม โดยจัดกิจกรรมพิเศษส่งเสริมการตลาด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของ BOTOX สู่การเป็นผู้นำเรื่องสุขภาพควบคู่กับความงามอย่างแท้จริง”

“ทั้งนี้ เพื่อให้แผนการตลาดบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้สำหรับปี พ.ศ. 2549 แอลเลอร์แกน ยังได้เตรียมแผนกลยุทธ์สำหรับจัดงาน Allergan Health and Beauty Pavilion ซึ่งเป็นกิจกรรม Road Show ไปยังพื้นที่ต่างๆ ในรูปแบบที่เหมาะสมตามแต่ละพื้นที่ อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการ การออกร้าน เพื่อสร้างความรู้และกระตุ้นให้กลุ่มผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและความงาม ประหนึ่งสร้างศูนย์รวมศาสตร์แห่งการบำบัดและปรนนิบัติชีวิต เพื่อประชาสัมพันธ์เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพอย่างครบองค์รวม ทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องสุขภาพและความงาม หรืองาน Allergan Health and Beauty Charity ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อตอบแทนและคืนกำไรสู่สังคม ตามวิสัยทัศน์องค์กรที่ได้กำหนดไว้ โดยแอลเลอร์แกนจะพิจารณาเลือกสรรหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อจัดกิจกรรมการกุศลหารายได้หรือสิ่งของให้แก่หน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆ ตามความเหมาะสม”

“สุดท้าย แอลเลอร์แกนยังคงยึดมั่นในเจตนารมย์ที่ว่า การดำเนินธุรกิจของแอลเลอร์แกน จะมุ่งมั่นศึกษาค้นคว้าและวิจัย พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีอันทันสมัย และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้การดำเนินงาน เพื่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ดียิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการและมีความปลอดภัยต่อประชาชน สมดังปฏิญญาธุรกิจที่ว่า เราพร้อมจะอุทิศตนสรรสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อคุณภาพชีวิตของคุณ” คุณกลิ่นผกา กล่าวสรุป