กระทรวงไอซีที ขานรับมาตรการประหยัดพลังงานรับโลกร้อน ด้วยการเดินหน้าสานต่อโครงการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ไอซีทีในการให้ความรู้เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐเพิ่มทางเลือกให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ พร้อมเผยแพร่ความรู้ด้านไอซีทีเพื่อประชาชนสามารถทำงานหรือประกอบธุรกิจที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ หวังลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการดำเนินงานหน่วยงานรัฐและเอกชน เพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน รวมทั้งช่วยลดปัญหาการจราจรได้
นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยในงานสัมมนา “ทำงานที่บ้าน: อีกทางเลือกสู่การมีชีวิตการทำงานที่ดี ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร” ณ โรงแรมเซนจูรี่ ปาร์ค ว่า กระทรวงฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการทำงานของประชาชนที่บ้านดังเช่นหลายประเทศในสหภาพยุโรปใช้กันอย่างกว้างขวาง จึงได้พัฒนาโครงการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ไอซีทีขึ้นด้วยการจัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้ในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการทำงานที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ
“กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยสำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เป็นตัวกลางในการประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำงานที่บ้าน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน บริษัท ไมโครซอฟท์(ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยได้วางเป้าหมายในการอบรมแก่ข้าราชการในหน่วยงานภาครัฐ นักศึกษาและประชาชนทั่วไปทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,000 คน โดยแบ่งเป็นการสัมมนา 600 คน และเป็นการอบรม 400 คน โดยเชื่อว่าหากมีการนำไปปรับใช้งานจริง จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ค่าอุปกรณ์สำนักงานพื้นฐานต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพของงานและการทำงาน เพิ่มความพึงพอใจต่องานของประชาชน ลดอัตราการลาออกของพนักงาน ลดต้นทุนในการฝึกอบรมพนักงานใหม่ ลดปัญหาการจราจรและการบริโภคน้ำมัน และเพิ่มคุณภาพชีวิตของตนเองและสิ่งแวดล้อมได้”
นายธานีรัตน์ กล่าวสรุปว่า กระทรวงไอซีที เชื่อมั่นว่า ข้อมูลความรู้ที่ผู้ร่วมการสัมมนาได้รับจะเป็นการ จุดประเด็นทางเลือกในการทำงานรูปแบบใหม่ที่นำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาใช้ประโยชน์ ส่งผลต่อการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนทำงานให้ดียิ่งขึ้น เป็นไปตามเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคสังคม (e-Society) ที่เน้นการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงสารสนเทศและการเรียนรู้ และการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการสร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ด้วยการสร้าง พัฒนา ต่อยอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาไทย ส่งเสริมให้มีการบูรณาการกับความรู้สากล ให้สังคมไทยรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ สร้างฐานการพัฒนาสังคมที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป


