Advertorial

รู้จัก “The Party Setter” ธุรกิจดิสรัปต์วงการ “อีเวนต์” ให้เช่าของตกแต่งสถานที่ พร้อมส่งทันที-มีให้เลือกถึง 100 ธีม!

Positioning ชวนทำความรู้จัก “The Party Setter” และ “THEMEchitect” ธุรกิจให้เช่าสิ่งของตกแต่งสถานที่และอีเวนต์ ชูจุดขายดิสรัปต์วงการด้วยธีมงานที่มีให้เลือกมากกว่า 100 ธีม พร้อมระบบสต็อกในคลังสินค้าที่ทำให้ส่งของออกไปบริการลูกค้าได้ทันที ไม่ต้องรอจัดหาหรือสั่งทำ และไม่ทิ้งให้เป็นข…

j5

Positioning วนทำความรู้จัก “The Party Setter” และ “THEMEchitect” ธุรกิจให้เช่าสิ่งของตกแต่งสถานที่และอีเวนต์ ชูจุดขายดิสรัปต์วงการด้วยธีมงานที่มีให้เลือกมากกว่า 100 ธีม พร้อมระบบสต็อกในคลังสินค้าที่ทำให้ส่งของออกไปบริการลูกค้าได้ทันที ไม่ต้องรอจัดหาหรือสั่งทำ และไม่ทิ้งให้เป็นขยะต่อสิ่งแวดล้อม

ภายในคลังสินค้าของ “The Party Setter” ย่านบางแสน จ.ชลบุรี มีของตกแต่งสารพัดสิ่งที่ใครคนหนึ่งจะนึกออก ทั้งหมดวางอัดแน่นบนชั้นวางสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน มองไปมุมหนึ่งเป็นตุ๊กตาทุกรูปแบบ อีกมุมเป็นลูกเต๋าไซส์จัมโบ้จนถึงไซส์จิ๋ว ขณะที่อีกมุมมีรูปปั้นมือยักษ์วางอยู่

แน่นอนว่าของทุกชิ้นอยู่ในสต็อกสินค้าที่เพียงคีย์เลขบาร์โค้ดในระบบ พนักงานก็สามารถมาตามหาของชิ้นนั้นเจอได้ทันที พร้อมนำไปจัดส่งให้ลูกค้า

บริการของ “The Party Setter” และแบรนด์ในเครืออย่าง “THEMEchitect” เกิดจากฝีมือของกลุ่มเพื่อนสามคน คือ “นุดี กีรติยะอังกูร” “รัตนนันท์ กิติวัฒน์” และ “จุฑาภัทร บันไดเพชร” ที่เห็นช่องว่างในตลาดหลังเปิดร้านอาหารชื่อ “IfItIs” ย่านทองหล่อแล้วพบว่า มีลูกค้ามากมายที่ต้องการจัดปาร์ตี้ตามธีมเพื่อเฉลิมฉลองมากกว่าแค่นัดกันมาทานอาหาร

j4

จุดเริ่มต้นจากการจัดตกแต่งปาร์ตี้ให้ลูกค้าในร้านอาหารนาน 2 ปี มาสู่การแยกไลน์มาสร้างธุรกิจ “The Party Setter” เต็มตัวเมื่อปี 2562 และสู้จนผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 จนปัจจุบันบริษัทเติบโตอย่างเป็นระบบ สามารถรับงานได้ตั้งแต่งานเล็กราคาเริ่มต้น 5,500 บาท จนถึงงานสเกลใหญ่มูลค่าหลักล้านบาท

แก้ไขทุก ‘pain point’ ของการตกแต่งอีเวนต์

บริการของ “The Party Setter” คือการให้เช่า “พร็อพ” หรือของตกแต่งสถานที่และอีเวนต์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะจัดเวที แบกดรอป ตกแต่งโต๊ะอาหาร ทำซุ้ม แต่งผนังถึงเพดาน ฯลฯ เป็นนักตกแต่งอีเวนต์ที่ใช้ธีม (Theme) ต่างๆ เป็นแกนหลักในการบอกเล่าเรื่องราวและสตอรี่

image005-1

“รัตนนันท์” Design Director ของบริษัทอธิบายจุดเด่นของ The Party Setter ที่ช่วยแก้ไข ‘pain point’ ให้กับธุรกิจนี้ คือ บริษัทมีธีมให้เลือกถึง 100 ธีม กับของตกแต่งกว่า 10,000 ชิ้น ทำให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะจินตนาการแบบไหนแทบจะมีรองรับได้ทั้งหมด หรือถ้าต้องการ ‘Customize’ แบบเฉพาะเจาะจงสามารถปรึกษาดีไซเนอร์ของบริษัทเพื่อออกแบบพิเศษได้

ที่สำคัญคือ พร็อพตกแต่งของ The Party Setter สามารถจัดส่งเร่งด่วนได้ในระดับ “สั่งวันนี้ พรุ่งนี้ลงงานได้เลย” หากพร็อพชิ้นนั้นๆ ยังไม่มีคิวจองไว้

เหนือไปกว่านั้นคือการออกแบบพร็อพให้ประกอบง่ายแถมยังมีคู่มือประกอบให้ด้วย “นุดี” Operation Director ของบริษัทบอกว่า บริษัทได้คิดค้นระบบ “RTD Props System” (Ready to Decorate Props System) ขึ้นมา นั่นคือการออกแบบพร็อพแต่ละชิ้นจะพยายามทำให้เหมือนการต่อ “เลโก้” คือประกอบเองได้ง่ายไม่ซับซ้อน หรือบางชิ้นแค่วางตามจุดที่แนะนำในคู่มือก็เสร็จเรียบร้อย ทำให้ทุกคนและทุกธุรกิจสามารถตกแต่งงานสำคัญได้อย่างรวดเร็วในราคาถูกลง แต่ยังได้มาตรฐานงานอาร์ตที่สวยงาม

เหตุที่ต้องออกแบบระบบ RTD เช่นนี้เพราะ The Party Setter มีการบริการ 3 แบบ คือ

1.Full Team Operation – ทีมงานชุดใหญ่จากบริษัทเข้าพื้นที่เพื่อตกแต่งให้ทั้งหมด  เน้นงานที่มีความยากในการติดตั้ง ต้องมีการปรับหน้างาน

2.Junior Setter – ทีมงานซัพพลายเออร์ช่วยตกแต่งให้

3.Self-Installation – ลูกค้าตกแต่งเองตามคู่มือ จัดวางเองได้ง่าย พร้อมทีมซัพพอร์ตออนไลน์

เมื่อพร็อพตกแต่งสามารถจัดวางประกอบได้ง่ายๆ ก็จะทำให้บริษัทไม่ต้องส่งทีมตามประกบไปทุกงาน แต่สามารถส่งเฉพาะพร็อพไปที่สถานที่จัดงาน และให้ซัพพลายเออร์ในพื้นที่นั้นรับงานประกอบหรือลูกค้าจะตกแต่งเองก็ได้

วิธีนี้จึงช่วยให้ “วิน-วิน” ทั้งลูกค้าและ The Party Setter เพราะบริษัทสามารถส่งของให้เช่าออกไปได้มากขึ้นและไกลขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องมีทีมงานจากส่วนกลาง ทำให้ลูกค้าในต่างจังหวัดก็สามารถเช่าพร็อพได้ ส่วนลูกค้าที่มีงบจำกัดก็สามารถลดต้นทุนลงอีกได้ เพราะหากเลือกแบบ Self-Installation ราคาค่าเช่าจะลดลงไปเกือบครึ่ง!

image007-1

ดิสรัปต์วงการด้วยการ “ไม่ทิ้ง” พร็อพหลังจบงาน

เคล็ดลับเบื้องหลังของการส่งพร็อพได้รวดเร็วเกิดจากการ “สต็อก” พร็อพทั้งหมดไว้ในคลังสินค้าที่ จ.ชลบุรี ซึ่งรัตนนันท์บอกว่า เป็นสิ่งที่วงการอีเวนต์ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพราะวิถีปฏิบัติปกติของวงการคือการจัดหาหรือสร้างพร็อพขึ้นมาใหม่ ใช้งานเดียว และทิ้งทั้งหมดหลังจบงาน ขณะที่วิธีของ The Party Setter จะเก็บพร็อพกลับคืนคลังเพื่อใช้ในงานต่อไป

“เราเชื่อว่าเราเปลี่ยนวัฒนธรรมของวงการนี้ได้ เราอยากเปลี่ยนให้คนเห็นว่าเราไม่ได้เป็นธุรกิจฟุ่มเฟือย” รัตนนันท์กล่าว

“เราเชื่อว่าของทุกชิ้นจะไม่กลายเป็นขยะ ไม่มีวันหมดอายุ แค่เปลี่ยนหน้าที่ เปลี่ยนตำแหน่งให้มัน มันก็ยังใช้ต่อได้” นุดีกล่าว โดยเธอคือขุมพลัง ‘แพสชัน’ ของทีมนี้ในการเปลี่ยนวงการอีเวนต์ที่สร้างขยะจำนวนมาก เปลี่ยนมาใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งอย่างเต็มที่

นอกจากจะ “ไม่ทิ้ง” แล้ว ทีมงานนี้ยังมีการพัฒนาเรียนรู้วัสดุต่างๆ ที่จะนำมาใช้ผลิตพร็อพ คิดค้นหาวิธีเพื่อให้พร็อพแต่ละชิ้นคงทนถาวรให้ได้นานที่สุด และยังยินดีรับสิ่งของที่คนอื่นอาจเห็นเป็น “ขยะ” มาดัดแปลงเป็นพร็อพ เช่น นาฬิกาโบราณที่ตายแล้ว ยังนำมาใช้เป็นพร็อพปาร์ตี้วินเทจได้ หรือ หุ่นโชว์ขาหัก มาแต่งเป็นพร็อพธีมฮัลโลวีน ทั้งหมดนี้คือความพยายามของ The Party Setter ที่จะไม่เพิ่มขยะให้กับโลกใบนี้

image009-1

จากงานหลักพันสู่งานหลักล้านกับ THEMEchitect

ด้านกลุ่มเป้าหมายลูกค้าของบริษัท “จุฑาภัทร” Marketing Director ระบุว่าปัจจุบันลูกค้าแยกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

  • 50% ลูกค้ากลุ่ม B2C เช่น จัดปาร์ตี้วันเกิด เลี้ยงรุ่น งานวันพ่อ งานวันแม่
  • 50% กลุ่ม B2B เช่น รับซับคอนแทร็คให้ออร์แกไนเซอร์ งานเลี้ยงบริษัท งานเปิดตัวสินค้า ตกแต่งร้านอาหาร ตกแต่งบ้านตัวอย่าง

จุฑาภัทรมองว่าทั้งสองกลุ่มลูกค้ามีความต้องการทั้งที่เหมือนและต่างกัน โดยสิ่งที่ ‘เหมือน’ คือทุกคนต่างต้องการอีเวนต์ที่ตกแต่งได้ ‘น่าประทับใจ’

แต่สิ่งที่ ‘ต่าง’ คือ ลูกค้า B2C ต้องการที่ปรึกษาเรื่องธีมงานและพร็อพมากกว่า เพราะลูกค้าอาจจะไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไรบ้าง

ขณะที่ลูกค้า B2B จะต้องการความเป็นมืออาชีพจากบริษัท คือต้อง ‘แม่นยำ’ แบบพลาดไม่ได้ ทั้งเรื่องเวลาทำงานและผลงานที่ออกมา เพราะทุกปัจจัยจะมีผลต่อความสำเร็จทางธุรกิจและหน้าที่การงานของลูกค้า รวมถึงการจัดอีเวนต์ที่จะเป็นเวทีบอกตัวตนและเป็นสิ่งที่คนจะจดจำเกี่ยวกับตัวผู้จัดงาน

เหตุผลนี้เป็นสิ่งที่ทำให้บริษัทมีการแตกแบรนด์ย่อยออกมาในชื่อ “THEMEchitect” เพื่อใช้ในการแข่งขันรับงานกับลูกค้า B2B โดยเฉพาะ ด้วยชื่อแบรนด์ที่มีความเป็นทางการมากขึ้น สื่อให้เห็นว่าบริษัทพร้อมรับงานสเกลใหญ่ มีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง และดูแลลูกค้ากลุ่มธุรกิจให้ได้ตรงตามความต้องการทุกด้าน ตรงทั้งงบประมาณ ตรงโจทย์ ตรงใจ และตรงเวลา

ขยายให้ไกล กว้าง และเปิดคลังรับฝากเช่า “พร็อพ” จากทุกคน

สำหรับอนาคตของธุรกิจ The Party Setter รัตนนันท์มองว่าด้วยพื้นฐานของระบบ RTD เธอเชื่อว่าบริษัทจะสามารถสเกลให้ ‘ไกล’ ได้มากกว่าเดิม ที่ผ่านมาบริษัทเคยส่งพร็อพไกลที่สุดคือ จ.กาญจนบุรี แต่ด้วยความสะดวกของบริษัทขนส่งในปัจจุบัน ต่อไปอาจจะเห็นลูกค้าสั่งเช่าพร็อพไกลถึงประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นไปได้

โอกาสทางธุรกิจที่ลูกค้าจะเช่าพร็อพตกแต่งก็น่าจะ ‘กว้าง ขึ้นกว่าการจัดกิจกรรมอีเวนต์ส่วนตัวด้วย “พฤติกรรมผู้บริโภควันนี้ต้องการสถานที่ที่ ‘photogenic’ ทำให้บริการของเราจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะทุกคนต้องการไปสถานที่ที่สวยงาม ถ่ายรูปแล้วดูดี มีรูปไปโพสต์ได้” นุดีกล่าว

โดยโอกาสที่ The Party Setter เล็งเห็น เช่น  “ร้านอาหาร” หรือ “คอมมูนิตี้ มอลล์” ที่ต้องการใช้พร็อพสร้างอีเวนต์พิเศษหรือมุมถ่ายรูปใหม่ๆ เพื่อดึงลูกค้าให้กลับมาได้บ่อยๆ สร้างความน่าสนใจให้ธุรกิจได้มากขึ้น

j3

รวมถึงระบบที่พัฒนาขึ้นมาอย่าง “RTD Props System” ของบริษัท จุฑาภัทรมองว่าระบบนี้จะต่อยอดทางธุรกิจได้ เพราะไม่เพียงแค่เก็บพร็อพของบริษัทเอง แต่ยังสามารถใช้เก็บสต็อกพร็อพของตกแต่งจากผู้อื่นและปล่อยเช่าแทนให้ได้ด้วย กลายเป็นระบบ ‘ฝากเช่า’ พร็อพในอนาคต ทำให้เจ้าของพร็อพตกแต่งไม่ต้องทิ้งเป็นขยะหรือเก็บไว้อย่างเปล่าประโยชน์ ธุรกิจส่วนนี้เชื่อว่าจะเป็นที่สนใจของธุรกิจอื่นๆ ในระบบนิเวศเดียวกันที่มีการใช้ของตกแต่ง เช่น ออร์แกไนเซอร์ ศูนย์การค้า สวนสนุก โรงแรม เป็นต้น

จุฑาภัทรยังบอกด้วยว่า ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทเติบโตสะสมถึง 300% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดการเช่าของตกแต่งมีการขยายตัวสูง และลูกค้าสนใจใช้บริการมากขึ้นหลังได้รู้จัก The Party Setter

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าบริษัทจะขยายตัวสูงมากแค่ไหน สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของบริษัทก็ยังคงเป็นการสร้างโมเมนต์ให้ลูกค้าได้มี  “Your Best Event, Your Best Moment”

“ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เรามาจับธุรกิจนี้ เราเคยจัดหลายงานที่สร้าง ‘human feeling’ สูงมาก อย่างครั้งหนึ่งมีคุณแม่ให้เราตกแต่งงานวันเกิดให้ลูกซึ่งเป็นงานฉลองที่สำคัญกับความรู้สึกของคุณแม่มาก เพราะลูกเคยผ่าตัดหัวใจตั้งแต่เด็กๆ และคุณแม่ดีใจมากที่ลูกยังมีชีวิตอยู่จนอายุครบ 18 ปีในวันนี้” รัตนนันท์เล่าถึงจุดตั้งต้นแรงบันดาลใจในการทำงาน

j2

“เราจึงรู้สึกว่า ธุรกิจของเราคือการสร้างโมเมนต์ความทรงจำให้เป็นที่จดจำไปตลอดกาล นั่นคือเหตุผลที่เราทำธุรกิจนี้ และเรามาสร้างทีมบนฐานความคิดเดียวกัน สิ่งนี้จะรักษาไว้กับบุคลากรของเรา ทุกคนจะอิ่มเอมใจกับการที่ได้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเสมอ”