Advertorial

จาก CU/TU Colorguard สู่ ‘CU/TU Cyberguard’ ถอดแนวคิด ‘เอไอเอส’ – ‘แบงก์ชาติ’ ที่ผสานพลังนักศึกษา มาสร้างปีแห่งความปลอดภัยไซเบอร์ให้คนไทย

ในยุคที่ภัยไซเบอร์คุกคามประชาชนอย่างต่อเนื่อง เอไอเอส (AIS) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สร้างสรรค์โครงการที่ใช้จุดแข็งของนักศึกษาจากสองสถาบันชั้นนำของประเทศ เพื่อเข้าถึงและสื่อสารความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบางที่…

247522

ในยุคที่ภัยไซเบอร์คุกคามประชาชนอย่างต่อเนื่อง เอไอเอส (AIS) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สร้างสรรค์โครงการที่ใช้จุดแข็งของนักศึกษาจากสองสถาบันชั้นนำของประเทศ เพื่อเข้าถึงและสื่อสารความรู้ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อสร้างปีแห่งความปลอดภัยไซเบอร์ให้คนไทย

ทำไมต้องเป็น CU/TU Colorguard?

หากพูดถึงการสร้างความตระหนักรู้ทางด้านดิจิทัล ทาง เอไอเอส (AIS) ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย โดยมีเป้าหมายเดียวคือ สร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ให้กับคนไทยให้ได้มากที่สุด ดังนั้น นับตั้งแต่ปี 2018 ที่เอไอเอสได้พัฒนาหลักสูตร อุ่นใจ ไซเบอร์ ที่ปรับให้เข้ากับบริบทของคนไทย เพื่อช่วยเสริมสร้างความฉลาดทางดิจิทัล Digital Wisdom ผ่านรูปแบบคอนเทนต์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอนิเมชั่น ภาพยนตร์โฆษณา และนิยายนอกจากนี้ เอไอเอสยังได้จัดทำ ดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย Thailand Cyber Wellness Index เครื่องมือเช็กภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ที่ชี้ให้เห็นถึงทักษะดิจิทัลในด้านต่างๆ ของประชาชนแต่ละกลุ่ม อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS มองว่า การจะสื่อสารไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมายอาจต้องใช้ จุดแข็งของเหล่า CU/TU Colorguard ที่เก่งในด้านการ เล่าเรื่อง อีกทั้งยังมีความรู้และความเท่าทันเกี่ยวกับภัยไซเบอร์ จนเกิดเป็น โครงการ CU-TU CyberGuard:พลังสองสถาบัน สร้างภูมิคุ้มกันภัยทางไซเบอร์มาร่วมกันส่งต่อความรู้ด้านทักษะดิจิทัลและการป้องกันภัยไซเบอร์ทางการเงิน (Digital & Financial Literacy) ผ่านกิจกรรมค่ายอาสา

“ถ้าเราเล่าอาจดูวิชาการไม่น่าฟัง กลับกัน วิธีคิด วิธีมอง วิธีตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่นั้นมีความแตกต่าง มีพลัง และมีประสิทธิภาพในการสื่อสาร ดังนั้น เอไอเอส และแบงก์ชาติต่างก็มีคอนเทนต์ เราจึงต้องการหาคนที่พาคอนเทนต์ของเรา ไปสื่อสารให้คนไทยเข้าถึง”

image001-1

เช่นเดียวกับ ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มองว่า "การสื่อสารเหมือนเคาะประตูบ้านคน ถ้าเขาไม่อินเขาก็ไม่เปิดรับ” ดังนั้น เหตุผลที่เลือก CU Colorguard และ TU Colorguard เพราะต้องการ พลังที่จะดึงคน

เพราะการเตือนโดยคนจริง ๆ มีประสิทธิภาพมากกว่าการส่งข้อความเตือนทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเป็น การสื่อสารในภาษาเดียวกันระหว่างกลุ่มเยาวชน ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องการให้ความรู้ที่ครอบคลุมหลายด้าน ไม่เพียงแค่เรื่องภัยไซเบอร์ แต่รวมถึงความรู้ทางด้านการเงินอื่น ๆ เช่น การออมเงิน และการกู้เงินอย่างถูกวิธี”

image003-1

ป้องกันดีกว่าแก้ไข

สาเหตุที่ เอไอเอส เน้นย้ำถึงการสื่อสาร สายชล มองว่า เพราะในแต่ละกระบวนการของมิจฉาชีพนั้นซับซ้อนมากขึ้นในทุกวัน แต่ถ้าสามารถสกัดการเข้าถึงมิจฉาชีพได้ ก็จะตัดวงจรของเหล่ามิจฉาชีพ ดังนั้น การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เช่นเดียวกับ ชญาวดี ที่มองว่า การป้องกันคือวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือ ดังนั้น หากประชาชนคนไทยมีภูมิคุ้มกันมิจฉาชีพ ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกการสื่อสารของเอไอเอสหรือแบงก์ชาติจะไปถึงคนไทย ดังนั้น โจทย์ในทุกวันนี้คือ ทำอย่างไรที่จะส่งต่อองค์ความรู้ให้คนไทยอย่างทั่วถึง ดังนั้น พาร์ทเนอร์จึงสำคัญมาก โดยที่ผ่านมา เอไอเอสได้ผสานความร่วมมือกับหลายองค์กร เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จนปัจจุบัน หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์มีผู้เข้าถึงเกือบล้านคน

“เดินหน้าสร้างความตระหนักรู้อย่างต่อเนื่องเพราะกลโกงมาเรื่อย ๆ เราก็ต้องทำต่อเนื่อง และไม่ใช่แค่ทำลำพัง เราต้องมีเพื่อน และเราเชื่อมั่นในเพื่อน นำจุดเด่นของแต่ละคนมาใช้” สายชล ย้ำ

image005-1

มุ่งสู่ปีแห่งความปลอดภัยไซเบอร์

สำหรับ โครงการ CU-TU CyberGuard:พลังสองสถาบัน สร้างภูมิคุ้มกันภัยทางไซเบอร์ จะเป็นการดึงศักยภาพของกลุ่ม Colorguard จากทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาร่วมกันส่งต่อความรู้ด้านทักษะดิจิทัลและรู้เท่าทันภัยทางการเงิน เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ โดยช่วยกันสร้างสรรค์คอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย และจัดกิจกรรมค่ายอาสาที่โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เนื่องจากถือเป็นจังหวัดที่ค่อนข้างมีกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง ตามการสำรวจโดย Thailand Cyber Wellness Index ที่เอไอเอสจัดทำขึ้น

“เอไอเอสจัดทำ Thailand Cyber Wellness Index ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว และจะทำต่อไป เพราะนี่ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยระบุกลุ่มเปราะบางจากการสำรวจประชาชนกว่า 6 หมื่นคน เพื่อนำไปใช้เป็นเข็มทิศในการวางแผนโครงการช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง” สายชล อธิบาย

สำหรับโครงการ CU TU Cyberguard เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ในการปกป้องประชาชนจากภัยไซเบอร์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยทั้งในด้านการใช้งานบนโลกออนไลน์และการทำธุรกรรมทางการเงิน  โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกล ด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้ปี 2025 เป็น "ปีแห่งความปลอดภัยไซเบอร์"