จากโจทย์ความท้าทายดังกล่าว บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย ได้เดินหน้าตอกย้ำเจตจำนงในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ภายใต้เจตจำนงองค์กรที่ว่า “ไลอ้อน ประเทศไทย ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตสินค้า FMCG แต่เราคือผู้นำทางนวัตกรรมที่มุ่งมั่นดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกๆ วัน”
นำไปสู่การบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) สานต่อ “โครงการไลอ้อน-กรมอนามัย เด็กไทยฟันดี ปีที่ 2” ควบคู่กับการจัดพิธีมอบรางวัล Sandbox Model จังหวัดเด็กฟันดี และเดินหน้าโครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ “LION Smile Express” เข้าสู่ปีที่ 3
Sandbox Model ยกระดับการดูแลสุขภาพช่องปากสู่ระดับชุมชน
ประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมา และความสำเร็จของโครงการว่า ในปีที่ผ่านมา ไลอ้อน และกรมอนามัยได้ร่วมกันริเริ่มโมเดลทดลองที่เรียกว่า "Sandbox Model จังหวัดเด็กฟันดี" ในพื้นที่นำร่อง ซึ่งผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สามารถสร้างต้นแบบการบูรณาการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีประสิทธิภาพผ่านการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ (Local Area) ส่งผลให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงการดูแลและรักษาเชิงป้องกันได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งพิธีมอบรางวัล Sandbox Model ในครั้งนี้ จึงเป็นการยกย่องหน่วยงานในพื้นที่ที่เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง
นอกจากงานเชิงนโยบายแล้ว ไลอ้อนยังได้ขับเคลื่อนโครงการเชิงปฏิบัติการเพื่อทลายกำแพงข้อจำกัดด้านการเดินทาง และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล ผ่านโครงการ "LION Smile Express" ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยการส่งนวัตกรรม "รถทันตกรรมเคลื่อนที่" พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เชิงรุกไปหาประชาชนและเยาวชนถึงระดับชุมชน และโรงเรียนทั่วประเทศ
โดยมุ่งเน้นการให้บริการด้านสุขภาพช่องปาก การเคลือบฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ ตลอดจนการจัดกิจกรรมให้ความรู้เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการแปรงฟัน และการดูแลช่องปากที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเยาว์
ซึ่งจากการเก็บสถิติตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รถ Lion Smile Express ได้เดินทางออกปฏิบัติการมอบรอยยิ้มไปแล้วกว่า 53 แห่ง ทั่วประเทศ และครอบคลุมผู้ได้รับบริการรวมทั้งสิ้นสูงถึง 4,474 คน
พลังบวก "รัฐ-เอกชน" สร้างโครงสร้างสังคมที่ยิ่งนานยิ่งแข็งแรง
ภายในพิธีลงนามความร่วมมือ ได้รับเกียรติจาก ชาติ จันทร์วิจิตร ประธาน บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ร่วมเป็นประธานในพิธี โดยมีผู้บริหารระดับสูงจาก ไลอ้อน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Mr. Suzuki และ Mr. Ichitani ร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือในครั้งนี้
ชาติ จันทร์วิจิตร ได้กล่าวเปิดพิธีและแสดงวิสัยทัศน์ต่อการเดินหน้าโครงการในเฟสที่สองว่า ความสำเร็จของ Sandbox Model และตัวเลขของประชาชนหลายพันคนที่ได้รับบริการจากรถ LION Smile Express ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อองค์กรเอกชนที่มีความพร้อมด้านนวัตกรรม และมีความห่วงใยต่อสังคม ได้ผสานพลังร่วมกับหน่วยงานรัฐที่เข้มแข็งอย่างกรมอนามัย จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จับต้องได้ให้กับสังคมไทย
“สำหรับการก้าวเข้าสู่โครงการปีที่ 2 นี้ ไลอ้อน ประเทศไทย ยืนยันที่จะนำนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ องค์ความรู้ สนับสนุนการทำงานร่วมกับกรมอนามัยอย่างเต็มกำลัง เพื่อขยายโอกาสและขีดความสามารถในการส่งต่อสุขภาพช่องปากที่ดีให้แก่เด็กไทยในทุกพื้นที่ เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน”
มุ่งสู่ความยั่งยืนด้านสุขภาวะเด็กไทย
การขยายความร่วมมือในโครงการไลอ้อน-กรมอนามัย เด็กไทยฟันดี ปีที่ 2 นี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การทำกิจกรรม CSR แบบชั่วคราว แต่คือกลยุทธ์การสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพ (Health Sustainability) ที่ไลอ้อนวางรากฐานร่วมกับภาครัฐ โดยตั้งเป้าหมายที่จะขยายขอบเขตของพื้นที่ Sandbox Model ให้ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ มากขึ้น และเพิ่ม การเข้าถึงของรถ LION Smile Express เพื่อเติมเต็มระบบสาธารณสุขทางทันตกรรมในโรงเรียนขนาดเล็ก และชุมชนที่ขาดแคลน
ความร่วมมือระหว่าง ไลอ้อน (ประเทศไทย) และกรมอนามัยในครั้งนี้ จึงถือเป็นแบบอย่างของการขับเคลื่อนสังคมที่น่าจับตามอง ในฐานะสะพานเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญจากภาคเอกชนเพื่อยกระดับสุขภาวะพื้นฐานของเยาวชนไทย ซึ่งจะเติบโตขึ้นไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต
#LIONThailand #ไลอ้อนประเทศไทย #เด็กไทยฟันดีปีที่2 #LIONSmileExpress #กรมอนามัย #รถทันตกรรมเคลื่อนที่ #PositioningOnline