Advertorial

"โตคนเดียวไม่มีความหมาย" เจาะลึกเบื้องหลัง AIS Infinite SMEs รวมพลัง 21 Tech SME ไทย สร้าง Ecosystem เปลี่ยนจากผู้ใช้สู่ผู้สร้าง

ตัวเลข Digital GDP ของไทยในปีนี้ขยายตัวประมาณ 5.6% (คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ฟังดูเป็นข่าวดี แต่ถ้าแกะดูให้ลึกกว่านั้นจะเห็นภาพที่มีช่องว่างพัฒนาต่อได้— ประเทศไทยยังต้องการผู้ประกอบการที่ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ใช้” แต่สามารถเป็น “ผู้สร้าง” เทคโนโลยีและโซลูชันของตัวเองได้มากขึ้น

ECOSYSTEMAIS.jpg

นี่คือโจทย์ที่ทำให้ AIS Infinite SMEs เดินหน้าโครงการ Transformative Infinite SMEs โดยมี บริษัท สิริซอฟต์ จํากัด (มหาชน) และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ และมีบริษัท Tech SME ไทยเข้าร่วมทั้งหมด 21 ราย

โจทย์จึงไม่ได้อยู่ที่การหาบริษัทซอฟต์แวร์เก่ง ๆ มาเข้าคอร์สอบรมอีกคอร์สหนึ่ง แต่อยู่ที่คำถามที่ใหญ่กว่านั้น — ทำอย่างไรให้ Tech SME ไทยเติบโตจากการรับพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า ไปสู่การสร้าง Product และ Solution ของตัวเองที่สามารถขยายตลาดได้ และทำอย่างไรให้บริษัทเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยี แต่ก้าวไปเป็น Growth Enabler ของอุตสาหกรรมได้จริง

เพราะแม้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่ามหาศาล แต่การจะเปลี่ยนตัวเลขนั้นให้กลายเป็นมูลค่าที่เกิดจากบริษัทเทคโนโลยีไทยเอง จำเป็นต้องมีทั้ง Business Model ที่แข็งแรง ผลิตภัณฑ์ที่ Scale ได้ ตลาดที่เข้าถึงได้ และพันธมิตรที่ช่วยเติมส่วนที่แต่ละบริษัทไม่มี

ขยายผลจาก Infrastructure สู่ Ecosystem: จุดเริ่มต้นของแนวคิด “3 การเชื่อมโยง”

ดร.ศรีหทัย พราหมณี ผู้จัดการ AIS Infinite SMEs เล่าว่า จุดตั้งต้นของโครงการนี้มาจากการที่ AIS ในภาพรวมมองบทบาทตัวเองในฐานะผู้ให้บริการ Digital Infrastructure

สิ่งที่ AIS ทำได้ดีคือการเป็น “ฐานที่แข็งแรง” ให้ผู้เล่นอื่นในอุตสาหกรรมมายืนอยู่บนนั้น แต่ฐานที่แข็งแรงอย่างเดียวไม่พอ ถ้าสิ่งที่อยู่ข้างบนฐานนั้นไม่แข็งแรงตาม

ถ้าเราทำ Infrastructure แค่ให้ของอย่างเดียว เหมือนแค่ให้อาวุธ แต่ไม่สอนวิธีการใช้และไม่สอนวิธีการขยายผล มันก็จะเป็นเหมือนให้ของไปแล้วก็เอาไปวางไว้แค่ขึ้นหิ้งดร.ศรีหทัย กล่าว

จากจุดนั้นเองที่ทำให้ AIS Infinite SMEs ตกผลึกเป็นแนวคิด “3 การเชื่อมโยง” ซึ่งเป็นแกนหลักของโครงการ

เริ่มจาก Connect Technology คือการทำให้ Tech SME ได้เข้าถึงเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ AIS เพื่อให้นำไปต่อยอด Product และ Solution ของตัวเองได้

ตามด้วย Connect Market เพราะเทคโนโลยีที่ดีแต่ไม่มีตลาดก็ไม่สามารถสร้างการเติบโตได้ AIS จึงต้องการเชื่อม Tech SME เข้ากับโอกาสทางธุรกิจ ผ่านทั้ง Business Matching, Company Visit, Workshop และการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำเสนอ Solution กับองค์กรจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดทั้งการทดลองใช้งาน ความร่วมมือ และโอกาสขยายตลาดจริง

และสุดท้ายคือ Connect Partner ซึ่ง ดร.ศรีหทัยมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญในระยะยาว เพราะถ้าแต่ละบริษัทต่างคนต่างทำ ต่างแข่งขันกันเอง สุดท้ายอุตสาหกรรมจะมีแต่ “คู่แข่ง” ไม่มี “คู่ค้า”

“ถ้าเราเอาความสามารถของแต่ละบริษัทมาเชื่อมโยงกัน แทนที่หนึ่งบวกหนึ่งบวกหนึ่งจะเท่ากับสาม มันจะกลายเป็นสามสิบ”

RM409646 1.jpg

การคัดเลือก 21 บริษัทเข้าร่วมโครงการจึงไม่ได้ดูแค่ศักยภาพทางเทคนิค แต่ดูที่ความพร้อมจะ “ปรับ” — ทั้งความตั้งใจที่จะพาองค์กรไปสู่จุดใหม่ และความเปิดใจที่จะรับฟังประสบการณ์จากคนที่เคยผ่านเส้นทางนี้มาก่อน

เพราะสิ่งที่ AIS เชี่ยวชาญคือ Infrastructure ไม่ใช่การเป็น Tech SME เอง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ AIS ดึง Partner ที่มีประสบการณ์เป็น Tech SME จริงอย่าง Sirisoft เข้ามาร่วมเติมองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการ ตั้งแต่ Business Model การบริหารองค์กร การเงิน Product Development ไปจนถึงการนำ AI มาต่อยอดธุรกิจ

ภาพความสำเร็จที่ ดร.ศรีหทัยอยากเห็นในระยะยาวจึงไม่ใช่แค่ 21 บริษัทนี้เติบโต แต่คือวันที่พวกเขาเติบโตจนกลับมาเป็น “รุ่นพี่” ให้บริษัทรุ่นถัดไปได้ เหมือนที่ Sirisoft กำลังทำให้กับพวกเขาอยู่ในวันนี้

บทเรียนจากรุ่นพี่ที่เคยเดินเส้นทางนี้มาก่อน

จุดที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎีคือการมี Sirisoft มาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์หลัก บริษัทที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น Software Developer และ Software House ไม่ต่างจากบริษัทน้องใหม่ที่เข้าร่วมโครงการในวันนี้ ก่อนจะเติบโตจนเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ

สิริวัฒน์ ธนุรเวท ผู้ก่อตั้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิริซอฟต์ จำกัด (มหาชน) หรือ Sirisoft เล่าถึงเหตุผลที่ตัดสินใจ “Say Yes” กับ AIS โดยไม่ต้องมีการประชุมยืดยาว เพียงแค่ได้คุยคอนเซปต์และภาพสุดท้ายที่อยากเห็นสำหรับประเทศไทยร่วมกัน

สิ่งที่ผลักดันการตัดสินใจนี้คือความเชื่อว่าการเติบโตคนเดียวไม่มีความหมาย

“มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะมั่นใจว่าเราเก่งอยู่คนเดียว เราโตอยู่คนเดียว แล้วเราก็หันไปมองข้าง ๆ แล้วมันก็ไม่มีอะไรที่จะทำให้โตได้ มันก็จะทำให้ภาพรวมของประเทศไม่ Growth”

เขายกตัวอย่างว่าทุกวันนี้แพลตฟอร์ม Cloud ที่ธุรกิจไทยส่วนใหญ่ใช้งานยังเป็นของต่างประเทศแทบทั้งหมด และถ้าอุตสาหกรรมเทคไทยไม่จับมือกันสร้างระบบนิเวศของตัวเองขึ้นมา คนเก่งด้าน IT ที่จบใหม่ก็มีแนวโน้มจะไปทำงานให้แพลตฟอร์มต่างชาติแทน ซึ่งจะยิ่งทำให้มูลค่าที่สร้างขึ้นจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยไหลออกไปนอกประเทศ

สำหรับบทบาทของตัวเองในโครงการนี้ Sirisoft ไม่ได้มองว่าตัวเองมาสอนเทคโนโลยี เพราะนั่นคือความถนัดของแต่ละบริษัทอยู่แล้ว แต่มาแชร์ประสบการณ์ตรงในเรื่องที่หาที่ปรึกษายาก — การบริหารคน การวางกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน และที่สำคัญคือการทำให้ Time to Market เร็วขึ้น เพราะผู้บริหาร Tech SME ไม่สามารถรอให้ระบบหลังบ้านทุกอย่างสมบูรณ์แบบก่อนออกไปแข่งขันในตลาดได้

แต่สิ่งที่ Sirisoft ต้องการสร้างไม่ได้จบที่การ “สอน” บริษัทอื่น เพราะในมุมของสิริวัฒน์ การมีผู้เล่นที่แข็งแรงอยู่รอบตัวกลับเป็นสิ่งที่ช่วยให้ทุกคนโตเร็วขึ้น การแข่งขันกับบริษัทที่เก่งกว่า หรือการได้อยู่ใน Environment ที่แข็งแรง จะทำให้แต่ละบริษัทต้องพัฒนาตัวเองเร็วขึ้น

ดังนั้น การช่วยให้ Tech SME รายอื่นแข็งแรงขึ้น จึงไม่ได้หมายความว่า Sirisoft กำลังสร้างคู่แข่งให้ตัวเอง แต่คือการช่วยสร้าง Environment ที่ดีขึ้นให้กับอุตสาหกรรมทั้งหมด

KP_04343.jpg

เมื่อ Tech SME พบว่าการโตคนเดียวไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป

สำหรับตัวแทน Tech SME ทั้งสามรายที่เข้าร่วมโครงการ ความท้าทายแรกที่หลายคนสารภาพตรงกันคือความกังวลตอนเริ่มต้น — กลัวว่าจะตามเพื่อนร่วมคลาสที่เป็นสาย Tech ล้วนไม่ทัน กลัวว่าคอร์สจะสั้นเกินไปจนสร้างความสนิทสนมจริงจังไม่ได้ หรือกลัวว่าจะซ้ำกับโครงการบ่มเพาะอื่น ๆ ที่เคยผ่านมา

แต่สิ่งที่ทำให้มุมมองเปลี่ยนคือ การออกแบบโครงการที่เข้าใจ pain point ของกลุ่ม Tech SME จริงๆของ AIS ทั้งการออกแบบเนื้อหา การออกแบบกิจกรรม รวมถึงการได้ฟังประสบการณ์ตรงจาก Sirisoft ที่ผ่านเส้นทางเดียวกันมาจริง ไม่ใช่ทฤษฎีจากตำรา และการพบว่าเพื่อนร่วมคลาสที่ควรจะเป็น “คู่แข่ง” ในสนามประมูลงาน กลับกลายเป็น “พันธมิตร” ที่ทำงานร่วมกันได้

  • Data Wow: จาก Specialist สู่การมองหา “ความเป็นไปได้”

เจษฎากร สมิทธิอรรถกร ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท เดต้า ว้าว จำกัด (Data Wow) บริษัทที่ทำเรื่อง Data และ AI มายาวนานเกือบ 11 ปี เล่าว่าจุดแข็งของบริษัทคือความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ก็เป็นข้อจำกัดเช่นกันเมื่อต้องรับงานจากลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการโซลูชันครบวงจร

ทุกอย่างทุกวันนี้โลกมันใหญ่เกินกว่าที่เราจะทำได้คนเดียวแล้ว

การเข้าโครงการจึงทำให้ Data Wow ได้รู้จักเพื่อนที่ถนัดคนละด้าน จนเมื่อเจอโจทย์ลูกค้าที่ต้องการ One Stop Solution ซึ่งเกินความสามารถของบริษัทเดียว ก็สามารถจับมือกับ Partner ที่มีความเชี่ยวชาญในส่วนที่ตัวเองไม่มีได้

จากเดิมที่การเจอกันในสนาม Pitching อาจหมายถึงการเป็นคู่แข่ง เมื่อได้พูดคุยกันมากขึ้นกลับพบว่าแต่ละบริษัทมีความถนัดแตกต่างกัน และสามารถแบ่ง Project กันทำได้

สำหรับ Data Wow นี่จึงไม่ใช่แค่ Network แต่คือการเปลี่ยน Connection → Relationship → Trust

เพราะการรู้จักกันเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เกิดธุรกิจ แต่เมื่อแต่ละบริษัทเข้าใจความเชี่ยวชาญ วิธีคิด และมาตรฐานการทำงานของกันและกันมากขึ้น ก็เกิดความไว้ใจมากพอที่จะส่งต่องานหรือร่วมกันรับ Project ที่ใหญ่ขึ้นได้

  • Buddy Review: เมื่อ Data และ Technology กลายเป็นหัวใจของ Influencer Marketing

ส่วน ณพัชร รัตนถาวรกิติ ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท บับเบิลลี จำกัด (Bubblely) หรือ Buddy Review ซึ่งทำธุรกิจด้าน Influencer Marketing ที่ขับเคลื่อนด้วย Data และเทคโนโลยี อธิบายว่า ธุรกิจของตัวเองแม้จะดูเป็นสาย Marketing แต่เบื้องหลังต้องพึ่งพา Data ปริมาณมหาศาลและระบบ Execution ที่ซับซ้อนไม่ต่างจากบริษัทสาย Tech ทั่วไป

สิ่งที่ได้จากโครงการนี้จึงมีสองชั้น — ชั้นแรกคือความรู้และโครงสร้างพื้นฐานที่นำไปต่อยอดความแข็งแรงขององค์กรได้โดยตรง และชั้นที่สองคือ Connection กับคนในวงการ Tech ที่ช่วยให้มองเห็นเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่อาจกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

เพราะเมื่อบริษัทไม่ได้มอง Technology เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้หลังบ้าน แต่สามารถนำความเชี่ยวชาญของตัวเองไปผนวกกับ Technology ของ Partner ก็มีโอกาสสร้าง Product หรือ Solution ใหม่ขึ้นมาได้

นี่ทำให้ Connect Partner ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัท Tech ที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่ยังเปิดโอกาสให้ความเชี่ยวชาญจากคนละอุตสาหกรรมถูกนำมาประกอบกันจนเกิด Business Model ใหม่

  • AI Soft: เมื่อ “One Stop Solution” เกิดขึ้นได้จากการรวมคนที่เก่งคนละด้าน

ขณะที่ ทักษะ บุนนาค ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท เอไอ ซอฟท์ คอนซัลติ้ง จำกัด (AI Soft Consulting) มองว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การหาพันธมิตรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ตัวเองไม่ถนัด

โดยเฉพาะเรื่อง Infrastructure ที่ต้องพึ่ง AIS โดยตรง ปัจจุบันบริษัทใช้บริการ AIS CloudX แทนแพลตฟอร์มต่างประเทศที่เคยใช้ และมองว่าคุณภาพไม่แพ้กัน จึงอยากเห็น AIS พัฒนาบริการต่อเนื่อง ทั้ง AIS Cloud, Cloud PC และเทคโนโลยีด้าน AI อื่น ๆ ที่จะช่วยให้ Tech SME หยิบไปต่อยอดและแนะนำให้ลูกค้าในประเทศใช้งานได้มากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนผู้ให้บริการ Infrastructure แต่เป็นการทำให้ Tech SME สามารถนำ Infrastructure เหล่านั้นไปเป็นส่วนประกอบของ Solution ที่ตัวเองพัฒนาขึ้นให้กับลูกค้าได้

KP_04728.jpg

เพราะ Infrastructure ที่เชื่อมกันได้ ทำให้ Solution เล็ก ๆ กลายเป็นงานใหญ่

นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้บทบาทของ AIS ใน Ecosystem แตกต่างจากการเป็นผู้ให้บริการ Infrastructure เพียงอย่างเดียว

ในมุมของ Tech SME หากแต่ละบริษัทต้องการจับมือกัน แต่ต่างฝ่ายต่างอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานคนละแบบ การเชื่อมระบบเข้าหากันอาจต้องเริ่มตั้งแต่การวางโครงสร้างใหม่ การเขียน API และจัดการรายละเอียดทางเทคนิคอีกมาก

แต่หากอยู่บน Infrastructure ที่ใกล้เคียงกัน การเชื่อมต่อก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น และเปิดทางให้แต่ละบริษัทนำความเชี่ยวชาญของตัวเองมาต่อกันเป็น Solution ที่ใหญ่ขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ Data Wow ไม่จำเป็นต้องสร้างทุกอย่างเอง Bubblely ไม่จำเป็นต้องมี Technology ทุกตัวเอง และ AI Soft ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญครบทุกด้านเอง แต่ละบริษัททำสิ่งที่ตัวเองเก่ง แล้วนำส่วนที่เหลือมาต่อกับ Partner จาก Software เล็ก ๆ หลายตัว จึงมีโอกาสกลายเป็น Solution ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น

นี่คือภาพของ Ecosystem ที่ AIS Infinite SME ต้องการสร้างบนพื้นฐานของ AIS Infrastructure — ไม่ใช่การให้บริษัททุกแห่งเหมือนกัน แต่ทำให้บริษัทที่ “ต่างกัน” สามารถทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้นบน platform และ digital infrastructure ที่ AIS เตรียมไว้ให้ 

ด้วยเหตุนี้ AIS จึงไม่ได้ตั้งเป้าจะสร้างสิ่งที่เข้ามาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Tech SME ซึ่งเขามีความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวกันอยู่แล้ว เพราะถ้า AIS ลงไปทำทุกอย่างเอง ก็จะกลายเป็นผู้เล่นอีกรายหนึ่งในตลาด แต่บทบาทที่ AIS อยากเป็นคือ “กาว” ที่เชื่อมซอฟต์แวร์แต่ละตัวที่กระจัดกระจายให้ผูกติดกันเป็นก้อนเดียว เหมือนไม้แต่ละอันที่แยกกันอยู่สามารถหักได้ง่าย แต่เมื่อถูกมัดรวมเป็นมัดเดียวกัน ก็แข็งแรงขึ้นทันที 

และการเชื่อมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในระดับ Technology แต่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง Technology, Market และ Partner เพราะ AIS สามารถช่วยให้ Tech SME เข้าถึง Infrastructure ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เข้าไปพบกับองค์กรและโจทย์ทางธุรกิจจริงผ่าน Business Matching และกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงเชื่อมกับ Partner ที่สามารถเติมองค์ความรู้ เงินทุน หรือความเชี่ยวชาญที่บริษัทนั้นยังขาด

KP_05361.jpg

โตไปด้วยกัน มากกว่าบริษัท A แข่งกับบริษัท B

เมื่อถูกถามว่าอยากเห็น AIS ต่อยอดอะไรต่อ คำตอบของตัวแทน Tech SME สะท้อนภาพเดียวกัน — อยากให้โครงการนี้เดินหน้าต่อและมีรุ่นถัดไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ Network ขยายใหญ่ขึ้น

เพราะยิ่งมีบริษัทเข้ามาอยู่ใน Ecosystem มากขึ้น โอกาสที่บริษัทจะจับคู่กันได้บน Infrastructure ของ AIS ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะในวันที่แต่ละบริษัทเก่งขึ้น บริษัทหนึ่งอาจกลายเป็น Partner ของอีกบริษัทหนึ่ง อีกบริษัทหนึ่งอาจมี Solution ที่เติมช่องว่างให้บริษัทที่สาม และทั้งหมดสามารถใช้ Infrastructure เดียวกันเพื่อสร้าง Product ที่ใหญ่ขึ้น

สุดท้ายแล้ว เป้าหมายของ Transformative Infinite SMEs จึงอาจไม่ได้อยู่แค่การทำให้ Tech SME 21 บริษัทเติบโต แต่คือการเพิ่มจำนวน “ผู้สร้าง” เทคโนโลยีของประเทศไทยให้มากขึ้น

เมื่อบริษัทหนึ่งโตขึ้น ก็สามารถดึง Partner อีกบริษัทเข้ามา เมื่อ Partner แข็งแรงขึ้น ก็สามารถสร้าง Solution ที่ใหญ่ขึ้น และเมื่อ Ecosystem แข็งแรงขึ้น ประเทศก็มีโอกาสสร้าง Technology ของตัวเองมากขึ้นเช่นกัน

ภาพสุดท้ายที่ทุกฝ่ายในโครงการเห็นตรงกันจึงไม่ใช่ บริษัทเล็กหรือบริษัทใหญ่ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีมองอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยเสียใหม่

จากบริษัท A ที่เคยแข่งกับบริษัท B ในสนามประมูลงานเดียวกัน ให้กลายเป็นพันธมิตรที่สามารถแบ่งความเชี่ยวชาญ ทำงานร่วมกัน และเติบโตไปพร้อมกัน

เพราะท้ายที่สุด การสร้าง Tech Industry ที่แข็งแรง อาจไม่ได้เกิดจากการมีบริษัทที่เก่งที่สุดเพียงบริษัทเดียว แต่เกิดจากการมี Ecosystem ที่ทำให้บริษัทเก่ง ๆ จำนวนมากสามารถเชื่อมกันได้

และถ้าเป้าหมายคือการทำให้ประเทศไทยขยับจาก “ผู้ใช้” ไปสู่ “ผู้สร้าง” เทคโนโลยี การเติบโตของ Tech SME ไทยก็คงไม่สามารถเป็นเกมที่ต่างคนต่างเล่นได้อีกต่อไป

จากหนึ่งบริษัท สู่หนึ่ง Ecosystem และจากการแข่งขันระหว่างบริษัท สู่การ Growth ไปพร้อมกันบน Digital Infrastructure ของ AIS  — นี่คือภาพที่ AIS Infinite SMEs อยากเห็นจาก Transformative Infinite SMEs