Advertorial

เจาะลึกทางรอด และโอกาสธุรกิจไทย เปลี่ยนแรงกดดันกฎระเบียบโลก PPWR ให้เป็นแต้มต่อทางการค้าโดยกสิกรไทยและเครือข่ายพันธมิตร

ในยุคที่กระแส Sustainability และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ไม่ใช่แค่วาระทางสังคม หรือการประชาสัมพันธ์องค์กรอีกต่อไป แต่วันนี้สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นกติกาเหล็ก และมาตรการทางการค้าที่เข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ที่กำลังเดินหน้าบังคับใช้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมขนานใหญ่เพื่อจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน หนึ่งในกฎระเบียบประวัติศาสตร์ที่ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกไทยต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ PPWR (Packaging and Packaging Waste Regulation) ซึ่งถือเป็นด่านสำคัญ และบททดสอบครั้งใหญ่ หากผู้ประกอบการรายใดยังยึดติดกับโมเดลธุรกิจแบบเดิม และปรับตัวไม่ทัน สินค้าไทยอาจหมดสิทธิ์วางจำหน่ายในตลาดพรีเมียมอย่างสหภาพยุโรปทันที

908a9ece-234e-43d4-a6b4-28b97b6ecbb6.jpg

เมื่อบรรจุภัณฑ์ จะเป็นประตูเปิด หรือปิดตายตลาด EU

ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล ผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช.ในฐานะผู้แทน Thailand PPWR Consortium ได้สะท้อนมุมมองสำคัญว่า

“บรรจุภัณฑ์เป็นด่านแรกและด่านสำคัญที่สุดในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นการค้าระหว่างธุรกิจแบบ B2B หรือการจำหน่ายให้ผู้บริโภคแบบ B2C แม้ตัวสินค้าจะมีคุณภาพดี และโดดเด่นเพียงใด แต่หากบรรจุภัณฑ์ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด PPWR สินค้านั้นก็ไม่สามารถนำเข้าสู่ตลาดได้เลย”

image001.jpg

ดร.นุจรินทร์ อธิบายเพิ่มเติมถึงกฎระเบียบ PPWR ที่มีความซับซ้อนเชิงระบบ และครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่

🔹การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-design)

เน้นการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า ลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น ออกแบบให้เอื้อต่อการใช้ซ้ำ หรือนำกลับมารีไซเคิลได้จริงเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน

🔹การใช้วัสดุ และการจัดการสารเคมี

ควบคุมความปลอดภัยของสารเคมี และเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิล

🔹การประเมินและแสดงความสอดคล้อง

การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และการออกใบรับรองที่แม่นยำ ซึ่งข้อกำหนด และวิธีการประเมินหลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ การรอให้กฎหมายบังคับใช้แล้วค่อยปรับตัวจึงเป็นความเสี่ยงสูงสุด เพราะกระบวนการปรับเปลี่ยนสายการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และระบบการจัดการข้อมูลต้องใช้เวลาเตรียมการล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ

ผนึกกำลัง Thailand PPWR Stronger Together

เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs สามารถประเมินความพร้อม และวางแผนปรับตัวได้อย่างเป็นรูปธรรม เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (ThaiCBN) จึงได้จับมือร่วมกับ Thailand PPWR Consortium และองค์กรพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน อาทิ MTEC สวทช., สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, หอการค้าไทย, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จัดงาน “Thailand PPWR Stronger Together: ผนึกกำลังไทย รับมือ PPWR” ขึ้น

image003.jpg

ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ ประธานคณะกรรมการบริหาร เครือข่ายฯ ThaiCBN และรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า

“ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านบรรจุภัณฑ์ ความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้ากับความต้องการจริงของภาคธุรกิจ การปรับตัวตามกฎ PPWR ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เป็นโอกาสยกระดับการจัดการทรัพยากร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว”

นอกจากนี้ Thailand PPWR Consortium ยังได้จัดตั้งคณะทำงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่:

  1. 🔹ด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์และการนำไปปฏิบัติ (Design & Implementation)
  2. 🔹ด้านการทดสอบ และประเมินความสอดคล้อง (Testing & Conformance Assessment)
  3. 🔹ด้านนโยบายและการสื่อสาร (Policy & Communication)

เพื่อลดความซับซ้อน ลดความไม่แน่นอนในการตีความข้อกำหนด และช่วยลดต้นทุนซ้ำซ้อนให้แก่ผู้ประกอบการไทย พร้อมเตรียมต่อยอดสู่กิจกรรม PPWR Intensive Workshop ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 ภายในงาน SX 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเจาะลึก และระบุประเด็นที่ต้องปรับปรุงได้อย่างตรงจุด

image005.jpg

กสิกรไทยสนับสนุนธุรกิจไทยก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การวิจัยพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์ใหม่ ตลอดจนการวางระบบตรวจสอบย้อนกลับข้อมูล ล้วนต้องอาศัยเม็ดเงินลงทุน และองค์ความรู้ที่แม่นยำ

ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะหนึ่งในพันธมิตรหลักของ ThaiCBN และ Thailand PPWR Consortium มุ่งมั่นที่จะเคียงข้างผู้ประกอบการไทยเพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ผ่านโซลูชันทางการเงินที่ครบวงจร

🔹สินเชื่อสีเขียว และสินเชื่อเพื่อการปรับตัว

สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยพิเศษและเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น สำหรับปรับปรุงเครื่องจักร ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต หรือพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล

🔹ที่ปรึกษาทางการเงินและองค์ความรู้ ESG

ให้คำแนะนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน การประเมินความคุ้มค่าการลงทุน การวางโครงสร้างทางการเงินระยะยาว และยกระดับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ESG เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าต่างประเทศ

🔹การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ

ขับเคลื่อนความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนและเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ในตลาดโลก

image007.jpg

โดยสรุปแล้ว กฎระเบียบ PPWR ของสหภาพยุโรปอาจดูเป็นโจทย์ที่ท้าทาย แต่นี่คือโอกาสครั้งสำคัญของภาคธุรกิจไทยในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล ภายใต้แนวคิด “Stronger Together” การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้ธุรกิจของคุณไม่เพียงแต่รักษาการเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรปไว้ได้ แต่ยังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในเวทีโลกอย่างมั่นคง

และบนเส้นทางแห่งการปรับตัวนี้ คุณไม่ได้เดินเพียงลำพัง ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับเครือข่ายฯ ThaiCBN และ Thailand PPWR Consortium เป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน