Advertorial

รู้จักกับช่วงคลื่น “Super Block” มิติใหม่ของเครือข่ายมือถือเมืองไทย บนความถี่ 1800 MHz

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา นับเป็นอีกครั้งสำคัญที่ธุรกิจสื่อสารตื่นตัวอย่างมาก จากการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz เพราะการเปลี่ยนมือผู้ถือครองคลื่นครั้งนี้ จะทำให้สถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจโทรคมนาคมเปลี่ยนไปทันที นำมาซึ่งความท้าทายของโอเปอเรเตอร์แต่ละค่าย ว่ากลยุทธ์ที่ใช้…

6

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา นับเป็นอีกครั้งสำคัญที่ธุรกิจสื่อสารตื่นตัวอย่างมาก จากการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz เพราะการเปลี่ยนมือผู้ถือครองคลื่นครั้งนี้ จะทำให้สถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจโทรคมนาคมเปลี่ยนไปทันที นำมาซึ่งความท้าทายของโอเปอเรเตอร์แต่ละค่าย ว่ากลยุทธ์ที่ใช้ในการตัดสินใจลงทุน เพื่อให้ได้คลื่นเพิ่มมาในครั้งนี้ จะนำมาพัฒนาต่อยอด และสร้างมิติใหม่ๆ ของการให้บริการเครือข่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของตนเองได้อย่างไรบ้าง

คลื่น 1800 MHz เรียกว่ามีความสำคัญมากที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพราะเป็นคลื่นความถี่หลักในการให้บริการ 4G ซึ่งความท้าทายที่ค่ายมือถือกำลังเผชิญ คือ วันนี้เรามาถึงจุดเดือดของสมรภูมิ 4G ที่สัญญาณครอบคลุมไปทั่วประเทศ มือถือแทบทุกรุ่นพร้อมรองรับ กลายมาเป็นเทคโนโลยีสื่อสารพื้นฐานที่คนในประเทศใช้ ดังนั้นสเตปต่อมาก็คือ จะทำอย่างไรให้เครือข่ายเดิมที่มีอยู่ เร็วขึ้น แรงขึ้น เสถียรขึ้น รองรับการใช้งานได้มากขึ้น เพราะลูกค้ายุคดิจิทัลยังให้ความสำคัญ Functional Benefit เป็นอันดับแรก ดังนั้นใครสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าได้ ก็จะสามารถช่วงชิงพื้นที่ในใจผู้บริโภคเช่นกัน

9
นับคลื่น 1800 MHz ที่แต่ละค่ายมีอยู่ในมือตอนนี้  (หลังจากประมูลคลื่นครั้งล่าสุด เมื่อ 19 สิงหาคม 2561)

*ทรู ไม่เข้าร่วมประมูลครั้งนี้ ทำให้มีคลื่นเท่าเดิม จำนวน 30 MHz (15MHz x 2)

*ดีแทค เข้าร่วมประมูล ได้คลื่นมาจำนวน 10 MHz (5MHz x 2) แต่สัมปทานคลื่นที่ถืออยู่เดิมจะหมดลงในเดือนกันยายนนี้ ทำให้เหลือคลื่นเพียง 10MHz (5MHz)

*เอไอเอส เข้าร่วมประมูล ได้คลื่นมาเพิ่มจำนวน 10 MHz (5MHz x 2) ซึ่งเมื่อรวมของเดิมที่มีอยู่ 30 MHz ทำให้มีช่วงคลื่นที่ยาวต่อเนื่องกัน 40 MHz ซึ่งมากสุดในอุตสาหกรรม และเต็มประสิทธิภาพการให้บริการ 4G เพราะเป็นช่วงคลื่นเต็มบล็อกที่เรียกว่า “Super Block”

Super Block คืออะไร

อธิบายความหมายของย่านความถี่ “Super Block” แบบเข้าใจง่าย คือ คลื่นความถี่ 1800MHz ที่ยาวต่อเนื่องกันเต็มบล็อก ซึ่งปกติเทคโนโลยี LTE (4G) นั้น 1 บล็อก จะมีประสิทธิภาพสูงสุดต้องใช้คลื่น 1800 MHz จำนวน 40 MHz (20 MHz x2)

ดังนั้นเดิมเอไอเอสมีคลื่นความถี่จำนวน 30MHz (15MHz x 2) เมื่อประมูลเพิ่มมาอีก 10MHz (5MHz x 2) ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความถี่ 1800 MHz จำนวน 40 MHz (20 MHz x 2) โดยเอไอเอส เป็นรายเดียวที่มีคลื่น 1800MHz ยาวต่อเนื่องกันเต็มบล็อก ที่เรียกว่า “Super Block”

13

กว้างสุดจริง พร้อมใช้จริง ไม่ต้องรอ

ข้อดีของการประมูลคลื่น 1800 MHz ของเอไอเอสครั้งนี้ คือ เมื่อคลื่นใหม่เป็นย่านความถี่ชนิดเดียวกับที่มีอยู่แล้ว จึงทำให้สามารถนำมาให้บริการได้ทันที โดยไม่ต้องติดตั้งสถานีฐาน หรืออุปกรณ์ใหม่ ซึ่งส่งผลให้สัญญาณครอบคลุมทั่วประเทศทันทีเช่นเดียวกัน โดยเครือข่าย 4G ของเอไอเอส บนช่วงคลื่น Super Block นี้ ครอบคลุมพื้นที่แล้วกว่า 98% ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

7

ลงทุนครั้งใหญ่ มัดใจลูกค้าปัจจุบัน

เมื่อคลื่น 1800 MHz เป็นคลื่นหลักในการให้บริการ 4G ดังนั้นช่วงคลื่น“Super Block” ของเอไอเอสจึงเป็นจุดสูงสุดของ 4G ที่เต็มประสิทธิภาพของเทคโนโลยี โดยหลังจากที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ (คาดว่าช่วงเดือนตุลาคม) จะทำให้เครือข่ายทั่วไทยเร็วขึ้นถึง 15- 30% งานนี้ลูกค้าเอไอเอสรับประโยชน์กันถ้วนหน้า เพราะมือถือ 4G ทุกเครื่อง จะสามารถใช้คลื่นใหม่นี้ได้ทันที ตั้งแต่รุ่นไฮเอนสเปคแรงๆ มือถือระดับกลาง ไปจนถึงมือถือหลักพันต้นๆ เรียกว่าครั้งนี้เอไอเอสลงทุนครั้งใหญ่ เอาใจลูกค้าปัจจุบัน ให้ได้มีประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น แบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม บนมือถือเครื่องเดิม

11

มีคลื่นมากกว่าเดิม = เพิ่มความ Flow

นอกจากเพิ่มความเร็วแล้ว การมีคลื่นเพิ่ม ก็เหมือนการขยายถนน เมื่อมีเลนมากขึ้น ก็สามารถรองรับรถได้มากขึ้น โดยรถก็เปรียบเสมือนกับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ดังนั้น “Super Block” จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น และพร้อมรองรับพฤติกรรมการใช้งานดาต้าที่จะเพิ่มขึ้นอนาคต รวมทั้งรับการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่จะย้ายมาใช้เอไอเอส ก็มั่นใจได้ว่าเครือข่ายพร้อมรับลูกค้าอีกเพียบ

10

เคลียร์ชัดๆ รวมทุกคลื่น ของแต่ละค่ายในปัจจุบัน ใครมาวิน?

นอกจากนี้ เมื่อดูในภาพรวม หลังจากการประมูลคลื่นความถี่ครั้งล่าสุด ทำให้คลื่นความถี่ในมือของแต่ละค่ายกำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตามภาพ

12

โดยเอไอเอส ก้าวขึ้นมาเป็นค่ายที่มีคลื่นในมือมากที่สุด จำนวนถึง 120 MHz (60 MHz x 2) ตามมาด้วยทรู และดีแทค ซึ่งเมื่อเอไอเอสมีคลื่นความถี่มากกว่า ก็หมายถึงมีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะรองรับการให้บริการทั้งในปัจจุบันและต่อเนื่องไปในอนาคตด้วยเครือข่ายเร็วกว่า และดีกว่า ไม่ตกหล่น ซึ่งหลังจากสัมปทานของรายเดิมสิ้นสุดลง ในวันที่ 15 กันยายน นี้ เอไอเอสก็ประกาศว่าพร้อมที่จะให้บริการทันที

สรุป

จากความเคลื่อนไหวล่าสุดของเอไอเอส จะยิ่งทำให้การแข่งขันในสมรภูมิผู้ให้บริการเครือข่ายมีความเข้มข้นและร้อนแรงมากขึ้น โดยใครที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครัน คือความถี่จำนวนมาก และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็เรียกว่าเดินหน้าคว้าชัยในศึกนี้ตั้งแต่เริ่ม เหนือสิ่งอื่นใดผู้บริโภคคือผู้ชนะอย่างแท้จริง เพราะจะสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ไร้ความกังวล เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ด้วยการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบโทรคมนาคมของประเทศที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งในอีกด้านก็เป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การให้บริการด้วยเทคโนโลยี 5G ที่มีประโยชน์มหาศาลต่อไป