Advertorial

กางแผน ‘AIS Business’ 2023 กับการเป็นดิจิทัลพาร์ทเนอร์ ‘ตัวช่วย’ ให้องค์กร “เติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน”

ในช่วง 3 ปีที่เกิดการระบาดของ COVID-19 ทำให้หลายองค์กรเริ่มจะทำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น เพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสทางการแข่งขันของธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ AIS โดยกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กรอย่าง AIS Business ได้พิสูจน์ตัวเอง จนได้รับการยอมรับเป็นอันดับ 1 ในการใ…

Print

ในช่วง 3 ปีที่เกิดการระบาดของ COVID-19 ทำให้หลายองค์กรเริ่มจะทำ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น เพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสทางการแข่งขันของธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ AIS โดยกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กรอย่าง AIS Business ได้พิสูจน์ตัวเอง จนได้รับการยอมรับเป็นอันดับ 1 ในการให้บริการด้าน IT Solution & System Integrator (SI) ในฐานะผู้ให้บริการโครงข่าย

ทำให้ที่ผ่านมา AIS Business ได้เข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญให้หลายองค์กรในการวางระบบดิจิทัลเทคโนโลยี การทำทรานฟอร์มเมชันองค์กรต่างๆ จนกระทั่งหลายธุรกิจเริ่มเห็นภาพและเปิดใจที่จะนำความสามารถของดิจิทัลเทคโนโลยีเข้าไปช่วยยกระดับกระบวนการทำงาน

และในปีนี้ AIS Business ก็ได้ออกมาฉายเทรนด์ และแนวทางการทำงานซึ่งเป็น Post Covid ที่องค์กรต่างมองหาโอกาสในการกลับมาเติบโตอีกครั้ง

ความไว้ใจ คือสิ่งที่ลูกค้ามองหา

แม้การระบาดของ COVID-19 ในปัจจุบันจะไม่รุนแรงเหมือนที่ผ่านมาแล้ว แต่การทำงานที่ยืดหยุ่น สามารถทำงานที่ไหนก็ได้กลายเป็นเรื่องพื้นฐานของหลายองค์กร ดังนั้น สิ่งที่ เอไอเอส เห็นก็คือ องค์กรต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเทคโนโลยีที่มีความพร้อม เพราะองค์กรตระหนักถึง ความปลอดภัย มากขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงเรื่องข้อมูลรั่วไหลที่มีมากตามมา

ดังนั้น วิสัยทัศน์ของเอไอเอสยังไม่เปลี่ยนแปลงคือเป็น Most Trusted ให้กับลูกค้า และต้อง ไปด้วยกัน หรือเป็น Partnership เพื่อสร้างการเติบโตภายใต้แนวคิด “เติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน” (Growth-Trust-Sustainability) ผ่าน 5 กลยุทธ์ ในการสร้าง Digital Business Ecosystem ให้มีความสมบูรณ์แบบ ได้แก่

  • เชื่อมต่อ5G Ecosystem เพื่อการทำงานของภาคธุรกิจอย่างรอบด้าน
  • ยกระดับการทำงานของโครงข่ายด้วยIntelligent Network
  • มุ่งเสริมความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและแพลตฟอร์ม
  • เสริมอาวุธด้านการตลาดและเพิ่มโอกาสการเติบโตData-driven Business
  • ส่งมอบบริการด้วยทีมงานมืออาชีพที่ไว้วางใจได้
image003-2

หนึ่งในจุดแข็งของเอไอเอสที่ใช้สร้างความเชื่อใจ คือ บริการโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นโครงข่าย Data Center, Intelligent Network, Cloud X Platforms, และ Cyber Security ที่สอดรับกับกฎระเบียบของการใช้งานและเป็นไปตามข้อกำหนดของแต่ละอุตสาหกรรม รวมถึงข้อบังคับของประเทศไทยด้วย

“Position เราคือพาร์ทเนอร์ช่วยเรื่องดิจิทัลทรานซ์ฟอร์มของลูกค้า ไม่ใช่ผู้ซื้อ-ผู้ขาย ดังนั้น เราจะมีการคุยกับลูกค้าตั้งแต่ต้นว่าอยากได้อะไร แล้วเราจะไปทำการบ้านเพื่อสร้างโซลูชั่นมารองรับ แต่การจะเป็นพาร์ทเนอร์กับใคร ความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ เรายังเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูล” นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS ย้ำ

image005-2

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS

พร้อมเป็น One Stop Service ให้พาร์ทเนอร์

ปัจจุบัน องค์กรต้องการบริการแบบ One Stop Service ซึ่งสอดคล้องกับเอไอเอสที่เชื่อว่า ไม่มี One size fits all แต่ต้องพร้อมช่วยสร้างโซลูชันใหม่ ๆ เฉพาะอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Smart Manufacturing, Smart Transportation & Logistics, Smart City & Building, และ Smart Retail ซึ่งเอไอเอสก็สามารถตอบโจทย์การให้บริการลูกค้าด้วยการบริหารจัดการข้อมูลอัจฉริยะ Data Insight & Lifestyle as a Service ซึ่งเอไอเอสช่วยวางแผนตั้งแต่เริ่ม

นอกจากนี้ 5G ก็ถือเป็นอีกโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการแข่งขัน เพราะปัจจุบันเรื่อง Data, AI กลายเป็นเรื่องพื้นฐานที่ลูกค้าต้องการใช้งาน และโจทย์ของลูกค้ามีแต่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสิ่งที่สร้างความแตกต่างของเอไอเอสก็คือ 5G ที่ไม่ใช่เน็ตเวิร์กแต่เป็นแพลตฟอร์ม AIS 5G NEXTGen ที่เอไอเอสพัฒนาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าสามารถจะลงแอปพลิเคชั่นได้เลย

“เราไม่ได้เล่นในระดับแอปพลิเคชั่น แต่เล่นในระดับ Infrastructure ดังนั้น 5G ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้คุยกันเรื่องครอบคลุมไม่ครอบคลุมอีกต่อไป แต่วัดกันที่เรื่องคุณภาพ เนื่องจากองค์กรต้องการความเสถียร ความยืดหยุ่น และต้องเรียลไทม์ เพราะตอนนี้การแข่งขันเฉือนกันที่ข้อมูล”

image007-1

Sustainability อีกเทรนด์ที่หลายองค์กรต้องการไป

เรื่อง ความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นสิ่งที่เอนเตอร์ไพรซ์ให้ความสำคัญมากขึ้น ดังนั้น ส่วนนี้จะเป็นอีกสิ่งที่เอไอเอสจะให้ความสำคัญครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยสามารถพัฒนาโซลูชั่นตั้งแต่ระดับ เก็บข้อมูล, รีพอร์ต และบริหารจัดการพลังงาน

“ที่ผ่านมาเราเคยทำงานร่วมกับ SCG ในการนำ 5G มาใช้คุมรถอีวีในเหมืองโดยไม่ใช้คน ดังนั้น นี่ไม่ใช่แค่ช่วยเรื่องความยั่งยืนแต่ช่วยเรื่องความปลอดภัย และยังเป็นจุดที่สร้างความแตกต่างให้กับ SCG ในการดำเนินธุรกิจด้วย”

image009-1

มั่นใจเติบโตกว่าตลาด พร้อมลงทุนต่อเนื่อง

ธนพงษ์ ย้ำว่า เอไอเอสต้องการเป็นผู้ให้บริการ Sustainable Digital Economy ของประเทศไทย ดังนั้น ในแต่ละปีเอไอเอสมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเฉลี่ยนไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท และสำหรับเป้าหมายปีนี้ เอไอเอส บิสซิเนสมั่นใจว่าจะเติบโตได้สูงกว่าตลาด และรักษาตำแหน่งเบอร์ 1 ในตลาด

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่เอไอเอสจะเน้นทำตลาดในปีนี้ยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีก (Retail), การผลิต (Manufacturing), โลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) และ Smart City แต่อีกอุตสาหกรรมที่เอไอเอสเห็นการเติบโตก็คือ การท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นอีกอุตสาหกรรมที่เอไอเอสจะให้ความสำคัญในปีนี้ นอกจากนี้ กลุ่ม SME ก็เป็นอีกกลุ่มที่เอไอเอสให้ความสนใจที่จะช่วยให้ฟื้นตัวจากผลกระทบในช่วงโควิด

“ที่ลูกค้าเลือกเราเพราะเขามั่นใจและคุยกับเราแล้วจบ นอกจากนี้ เรายังมีฐานลูกค้าคอนซูมเมอร์และพาร์ทเนอร์คอมเมอร์เชียลในมือ เราก็ช่วยจับคู่ให้เขาได้ ทำให้เกิดเป็นอีโคซิสเต็มส์ ดังนั้น เขาเลยรู้สึกว่าการทำงานกับเอไอเอสไม่ใช่การขายของแต่มันเติบโตไปด้วยกัน” ธนพงษ์ ทิ้งท้าย

image011-1