Digital

TH-AI Passport จะช่วยให้ ‘ไทย’ ได้เปรียบอย่างไรในยุคที่ AI คือ ‘ถนนสายใหม่ทางเศรษฐกิจ’

ในวันนี้ที่โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงลูกใหม่ที่ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีทางเลือก แต่เป็น ‘ถนนสายใหม่ทางเศรษฐกิจ’ ที่ทุกประเทศต้องวิ่งถนนสายนี้ ซึ่ง ‘ใครเข้าถึงก่อน คนนั้นได้เปรียบ’

IMG_3606.JPG

นั่นจึงเป็นที่มาของ TH-AI Passport โครงการภาครัฐเพื่อยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI สำหรับคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปให้รับสิทธิ์ใช้งานแพลตฟอร์ม AiPASS รวบรวม Generative AI ระดับพรีเมียมจากหลายค่ายไว้ในที่เดียวฟรีเป็นเวลา 1 ปี โดยจะเปิดให้ใช้จริงวันที่ 31 ส.ค.นี้

ภายใต้เป้าหมายตั้งเป้าจะยกระดับทักษะ AI ให้คนไทย 5 ล้านคน ใช้งบประมาณราว 1.6 พันล้านบาท  หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแบบจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use)

แล้วทำไมไทยต้องมีโครงการ TH-AI Passport?

‘ไชยชนก ชิดชอบ’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ไม่ว่ายุคสมัยไหนมักจะมีคำๆนึง ที่ถูกพ่วงกับการพัฒนา นั่นคือ โครงสร้างพื้นฐาน โดยในอดีตจะเริ่มวัดผลจากการมีถนน และแน่นอนว่าใครเข้าถึงก่อน คนนั้นจะเข้าเส้นชัยได้ก่อน

แม้รายงานจาก Microsoft AI Economy Institute ในไตรมาสแรกของปี 2569 จะชี้ว่า ประชากรวัยทำงานของไทยมีการใช้งาน Generative AI เติบโตสูงถึง 36.4% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองเพียงเกาหลีใต้

แต่เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียด ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ ‘ช่องว่างทางเทคโนโลยี (Tech Gap) ที่ต้องเร่งปิดโดยด่วน สัดส่วนการใช้งานจริงของไทยอยู่ที่ 12.4% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศเกาหลีใต้

ทว่าการเติบโตดังกล่าว ยังคงตามหลังค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8% และยังห่างไกลเมื่อเทียบกับผู้นำเทคโนโลยีในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ที่มีอัตราการใช้สูงถึง 63.4%

นอกจากนี้การใช้งาน AI อย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้องจ่าย 250-1,000 บาท/เดือน/ค่าย ซึ่งใช่ว่าคนไทยทุกคนจะจ่ายได้ ถือเป็นกำแพงของความเหลื่อมล้ำของยุค AI ที่กั้นคนส่วนใหญ่ออกจากเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

IMG_3604.JPG

โครงการ TH-AI Passport และแพลตฟอร์ม AiPASS จึงถูกสร้างขึ้น เพื่อทลายกำแพงนี้ โดยยึดหลักการสำคัญ 2 ข้อคือ 1.ต้องไม่ใช่แค่สิทธิพิเศษของคนที่จ่ายไหว 2.ต้องไม่ใช่แค่การแจกของ แต่คือการลงทุนในศักยภาพคนไทยในระยะยาว

โดยการเปิดตัว TH-AI Passport ไม่ใช่เพียงการมอบสิทธิ์การใช้งาน แต่คือการวาง Ecosystem เพื่อสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจผ่าน 3 หัวใจหลัก ได้แก่

Access : รวบรวมโมเดล AI ระดับโลกมากกว่า 30 โมเดล จาก 14 ค่ายชั้นนำ (เช่น GPT-5.6 Sol, o3 Deep Research, Claude Opus 5, Gemini Pro, NVIDIA, ฯลฯ) มาไว้ในที่เดียว เปิดให้คนไทยใช้ฟรีโดยไม่ต้องสมัครหลายบริการ

Learn : เชื่อมโยงการใช้งานกับการพัฒนาทักษะ ผ่าน 96 หลักสูตรมาตรฐานสากล ร่วมกับองค์กรระดับโลก อาทิ UNESCO, ASEAN, Microsoft Elevate, Google for Education และ NVIDIA

Apply (การประยุกต์ใช้): มุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ นำทักษะและใบรับรองไปต่อยอดกับการทำงาน การศึกษา และธุรกิจได้ทันที

นอกจากนี้ AiPASS ยังเชื่อมโยงการเข้าถึงเครื่องมือเข้ากับการพัฒนาทักษะผ่าน 3 แนวคิด

Learn: เรียนรู้ทักษะ AI Literacy พื้นฐาน

Earn: ลงมือปฏิบัติจริงกับโมเดล Pro สะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกสิทธิ์ขั้นสูงและรับใบรับรอง

Plern: สนุกกับการสร้างสรรค์ จนพัฒนาตนเองกลายเป็น Innovator ที่สามารถประยุกต์ใช้ AI สร้างรายได้จริง

04 THAi Passport _ รวมโมเดล AI ต่าง ๆ.png

เป้าหมายของโครงการ TH-AI Passport เปิดให้ผู้ประกอบการ SME นักศึกษา และแรงงานเข้าถึง AI รุ่น Pro ฟรี ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนดำเนินงาน แต่ยังเพิ่มผลิตภาพรวม (Total Factor Productivity) และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

หลังเปิดให้ลงทะเบียน 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบัน TH-AI Passport มียอดลงทะเบียนกว่า 1.3 ล้านคน โดยกลุ่มที่ลงทะเบียนมากสุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 30-35 ปี ส่วนกลุ่มที่ลงทะเบียนน้อยสุด ได้แก่ คนอายุ 60 ปีขึ้นไป

ส่วนการเปิดใช้จริงจะเริ่มวันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยเฟส 1 ตั้งเป้ายกระดับทักษะ AI ให้คนไทย 5 ล้านคน ใช้งบประมาณราว 1.6 พันล้านบาท  หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแบบจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) รวมถึงอาจจะมีเฟส 2 ต่อไป