สำหรับคนมีรถยนต์ ภาพรถจมน้ำจนเครื่องยนต์เสียหายอาจเป็นหนึ่งในปัญหาที่ไม่มีใครอยากเจอ ในขณะที่หลายคนเลือกย้ายรถขึ้นที่สูง หาที่จอดปลอดภัย หรือใช้พนังกั้นน้ำป้องกันบ้าน ในญี่ปุ่นกลับมีบริษัทแห่งหนึ่งเสนอวิธีรับมือที่แตกต่างออกไป ด้วยการสร้าง "ถุงคลุมรถ" ที่สามารถทำให้รถทั้งคันลอยน้ำได้
นวัตกรรมดังกล่าวมีชื่อว่า SAM-CS (Sam Car Sheet) ผลิตโดยบริษัท Onoda Sangyo จากจังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น หลังหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันบ่อยครั้งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ถุงคลุมรถที่เปลี่ยนรถให้กลายเป็น "เรือชั่วคราว"
หากมองเผิน ๆ SAM-CS อาจดูเหมือนผ้าคลุมรถขนาดใหญ่ทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วมันถูกออกแบบให้เป็น "ถุงกันน้ำ" ที่สามารถห่อหุ้มรถยนต์ทั้งคันได้อย่างมิดชิด
วิธีใช้งานคือ ผู้ใช้ขับรถขึ้นไปบนแผ่นรองด้านล่าง จากนั้นใช้ตัวดูดสุญญากาศยึดแผ่นคลุมเข้ากับตัวรถ ก่อนคลุมแผ่นด้านบนอีกชั้นจนปิดสนิททั้งคัน ใช้เวลาติดตั้งประมาณ 7-10 นาที
เมื่อเกิดน้ำท่วม ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจะไม่สามารถไหลเข้าไปในห้องโดยสาร ห้องเครื่อง หรือระบบไฟฟ้าของรถได้ ทำให้รถทั้งคันลอยตัวขึ้นตามระดับน้ำ แทนที่จะจมน้ำเหมือนรถยนต์ทั่วไป
เพื่อป้องกันรถลอยไปตามกระแสน้ำ บริษัทจึงออกแบบสายรัดสำหรับผูกยึดรถเข้ากับเสา หรือโครงสร้างที่แข็งแรงไว้เป็นอุปกรณ์เสริมอีกชั้นหนึ่ง

รถหนักเป็นตัน ทำไมถึงลอยน้ำได้?
คำถามแรกที่หลายคนสงสัยคือ รถยนต์ที่มีน้ำหนักมากกว่า 1 ตันจะลอยน้ำได้อย่างไร คำตอบคือ การใช้หลักการเดียวกับเรือ
แม้รถยนต์จะมีน้ำหนักมาก แต่ภายในรถมีอากาศอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งในห้องโดยสาร ช่องว่างภายในตัวถัง และพื้นที่ต่าง ๆ ของรถ
ปกติแล้วรถที่จมน้ำไม่ได้จมเพราะน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่จมเพราะน้ำทะลักเข้าไปแทนที่อากาศภายใน เมื่อปริมาตรอากาศหายไป แรงพยุงก็ลดลงจนรถจมในที่สุด
SAM-CS จึงทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันน้ำ โดยซีลรถทั้งคันไม่ให้น้ำเข้า ทำให้อากาศภายในรถยังคงอยู่ เมื่อรวมกับอากาศที่ถูกกักเก็บภายในถุงคลุม จึงเกิดแรงพยุงมากพอให้รถลอยอยู่บนผิวน้ำได้
พูดง่าย ๆ คือแทนที่จะพยายาม "ต้านน้ำ" นวัตกรรมนี้เลือกที่จะทำให้รถ "ลอยไปกับน้ำ"
จากบริษัทสร้างบ้าน สู่ผู้พัฒนานวัตกรรมรับมือภัยพิบัติ
สิ่งที่น่าสนใจคือ SAM-CS ไม่ได้เกิดจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ หรือบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์
แต่เป็นผลงานของ Onoda Sangyo บริษัทอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างจากจังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1945 หรือมีอายุกว่า 80 ปี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทมีชื่อเสียงด้านการพัฒนาโซลูชันรับมือภัยพิบัติ ทั้งบ้านต้านแผ่นดินไหว ระบบป้องกันสึนามิ และอุปกรณ์สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ
เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากทำเลของจังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ญี่ปุ่นจับตาความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และสึนามิมาอย่างยาวนาน
สำหรับ SAM-CS แนวคิดเริ่มต้นเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ไต้ฝุ่นและน้ำท่วมหลายครั้งในญี่ปุ่นช่วงปี 2022 ที่สร้างความเสียหายให้รถยนต์จำนวนมาก
บริษัทจึงตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า "ถ้าบ้านมีระบบป้องกันน้ำท่วม แล้วทำไมรถยนต์ถึงไม่มี?" คำถามดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาถุงคลุมรถลอยน้ำในเวลาต่อมา

ตอนเปิดตัวแทบไม่มีใครสนใจ
แม้แนวคิดจะฟังดูน่าสนใจ แต่ในช่วงแรกกลับมีคนสนใจไม่มากนัก
หลังเริ่มวางจำหน่ายในปี 2024 บริษัทได้รับการสอบถามข้อมูลเฉลี่ยเพียงเดือนละประมาณ 2 รายเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เปลี่ยนไปหลังญี่ปุ่นเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดชิบะที่มีรถยนต์ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ บริษัทได้รับการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากกว่า 30 ราย
ตัวเลขดังกล่าวอาจไม่ใช่ยอดขายมหาศาล แต่สะท้อนพฤติกรรมที่น่าสนใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะผู้คนจำนวนมากมักไม่คิดถึงการป้องกันภัยพิบัติ จนกว่าจะเห็นผลกระทบเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนรอบข้าง
อย่างไรก็ตาม ก็มีชาวเน็ตหลายคนที่ยังมีคำถาม ว่าขั้นตอนการติดตั้งดูยุ่งยาก หรือการที่รถลอยไปชนบ้านเรือนคนอื่นเสียหายจะทำอย่างไร (แม้ว่าบริษัทจึงออกแบบสายรัดสำหรับผูกยึดรถเข้ากับเสา หรือโครงสร้างที่แข็งแรงไว้ให้ก็ตาม)
ราคา 20,000 บาท แพงหรือคุ้ม?
SAM-CS สำหรับรถยนต์ขนาดกลางมีราคาประมาณ 88,000 เยน หรือราว 20,000 บาท
ฟังดูอาจเป็นราคาที่สูงอยู่พอสมควร แต่หากเทียบกับค่าใช้จ่ายหลังรถจมน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์ ชุดสายไฟ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายหลักแสนบาท หลายคนจึงมองว่ามันเป็นต้นทุนสำหรับการบริหารความเสี่ยงมากกว่าจะเป็นเพียงอุปกรณ์เสริม
ตัวผลิตภัณฑ์ยังมีน้ำหนักเพียงประมาณ 4.5-5 กิโลกรัม สามารถพับเก็บใส่กล่องขนาดประมาณ 40 x 60 เซนติเมตรได้ และผ่านการทดสอบการลอยน้ำต่อเนื่องนานถึง 7 วัน

เมื่อ Climate Change สร้างตลาดใหม่
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่คือเหตุผลที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้เริ่มมีตลาด โดยในอดีต เมื่อพูดถึงธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม หลายคนมักนึกถึงรถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด หรือการลดการปล่อยคาร์บอน
แต่ปัจจุบันเริ่มเกิดธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่งที่เติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นั่นคือธุรกิจด้าน "Climate Adaptation" หรือธุรกิจที่ช่วยให้ผู้คนปรับตัวและอยู่กับผลกระทบของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
ตั้งแต่บ้านกันน้ำท่วม ระบบเตือนภัยอัจฉริยะ ประกันภัยสภาพอากาศ ไปจนถึงถุงคลุมรถลอยน้ำอย่าง SAM-CS เพราะเมื่อสภาพอากาศยิ่งคาดเดาได้ยากขึ้น ความต้องการเครื่องมือช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
สำหรับประเทศไทยที่เผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากแทบทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่และจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง SAM-CS อาจเป็นอีกไอเทมที่หลายคนน่าจะอยากมีติดบ้านไว้ แม้ตอนนี้อาจไม่ได้ใช้ แต่อนาคตก็ไม่แน่