Insight

น้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล ปี 69 กระทบอสังหาฯ วงจำกัด ทำเลน้ำขังนาน-โครงการจัดการไม่ดี เสี่ยงติดลบในสายตาผู้บริโภค

REAL69-01.jpg

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ กทม. และปริมณฑล ในปี 2569 อาจส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่มากนัก เนื่องจาก ไม่ได้เกิดขึ้นซ้ำซากหรือต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยเมื่อเทียบกับสถานการณ์น้ำท่วมในปี 2554 ซึ่งกินพื้นที่กว้างและยาวนานกว่ามาก ผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครั้งนี้จึงมีแนวโน้มจำกัดกว่า

ทั้งนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมปี 2554 พบว่า หลังน้ำลด ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่ได้รับผลกระทบอาจชะลอตัวลงในช่วงแรก แต่ไม่ถึง 1 ปีก็กลับมาคึกคัก และมีโครงการเปิดขายใหม่จำนวนมากเช่นเดิม โดยผู้ประกอบการอาจเพิ่มจุดขายเกี่ยวกับการป้องกันน้ำท่วม ขณะที่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้บริโภคก็ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีตเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

ทำเลท่วมขังนาน-โครงการจัดการไม่ติด เสี่ยงแบรนด์รับผลกระทบเชิงลบ

สำหรับสถานการณ์ปี 2569 สิ่งที่ต้องจับตาคือ “ทำเลที่น้ำท่วมและขังเป็นเวลานาน” มากกว่า เนื่องจาก แม้พื้นที่ได้รับผลกระทบจะไม่ได้กว้างมาก แต่หากน้ำไม่สามารถระบายออกได้ อาจสะท้อนถึงปัญหาการจัดการน้ำหรือระบบระบายน้ำของทำเลนั้น ซึ่งมีโอกาสส่งผลต่อการพิจารณาซื้อที่อยู่อาศัยในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่ปล่อยปละละเลยโครงการซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ขายหมดแล้วหรืออยู่ระหว่างการขาย อาจได้รับผลกระทบตามมา โดยเฉพาะโครงการที่ยังขายไม่หมดและประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก รวมถึงมีภาพหรือถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย

ขณะที่บริษัทบริหารโครงการที่สามารถจัดการปัญหาได้ดี อาจได้รับผลในทางตรงกันข้ามและสร้างประโยชน์ต่อโครงการในระยะยาว

น้ำท่วม กทม. ปี 69.jpg

น้ำท่วมยังไม่กระทบราคาที่ดิน

สำหรับราคาที่ดิน มองว่าสถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้มีผลต่อราคา เนื่องจาก ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะชะลอตัว และความต้องการที่ดินไม่ได้อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ทำให้ไม่มีแรงกดดันจากการต่อรองราคามากพอที่จะทำให้ราคาที่ดินปรับลดลง

เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมผ่านพ้นไปและความต้องการที่ดินกลับมา ราคาที่ดินก็จะปรับขึ้นตามกลไกตลาด แต่ไม่น่าจะเห็นการปรับลดลงจากระดับก่อนเกิดน้ำท่วม

ส่วนทำเลที่น้ำไม่ท่วมอย่างฝั่งธนบุรี สุรเชษฐ ให้ความเห็นว่า ปัจจัยด้านพื้นที่ปลอดน้ำท่วมไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาที่ดินหรือการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเช่นกัน เพราะ กลุ่มเป้าหมายยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยหลัก เช่น ทำเลที่ใกล้สถานที่ทำงาน สถานศึกษา และงบประมาณ เป็นลำดับแรก

"แม้ประเด็นน้ำท่วมจะได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ต้องไม่สร้างข้อจำกัดในการเดินทางหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังจะเห็นได้จากสถิติในอดีตที่ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในฝั่งธนบุรียังคงมีสัดส่วนน้อยกว่าฝั่งพระนคร"
น้ำท่วมแจ้งวัฒนะปี 69.jpg

ห่วงกำลังซื้อคนไทยมากกว่าน้ำท่วม กระทบเศรษฐกิจต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในระยะต่อไปอาจอยู่ที่ “กำลังซื้อของคนไทย” มากกว่าผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม เพราะสถานการณ์น้ำท่วมอาจส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และอาจตามมาด้วยปัญหาด้านการงานและการเงินของประชาชน ซึ่งมีโอกาสทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัวในช่วงหลังจากนี้ แม้ก่อนหน้านี้ตลาดจะอยู่ในช่วงปรับตัวดีขึ้นแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ ผลกระทบต่อภาพรวมตลาดอาจไม่มากนัก หากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้กว้างเมื่อเทียบกับปี 2554 โดยหากน้ำลดลงเร็วและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็ว ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนในพื้นที่น้ำท่วมก็อาจอยู่ในระดับไม่มากนัก