Insight

หอการค้าไทย ชี้ “น้ำท่วมปี 69” 5 วัน เสียหาย 1.2 หมื่นล้านบาท “กรุงเทพฯ” กระทบหนักสุด

น้ำท่วมปี 69.png

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมช่วงวันที่ 25-29 ก.ย. 2569 ครอบคลุมกรุงเทพฯ และ 26 จังหวัดทั่วประเทศ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกรณีฐาน 12,283 ล้านบาท หรือ 0.066% ของ GDP ทั้งปี โดยกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบหนักสุด 7,014 ล้านบาท คิดเป็น 57% ของความเสียหายทั้งหมด

ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ความเสียหายจากอุทกภัยในช่วง 5 วันดังกล่าว มีกรอบประมาณการอยู่ที่ 5,896-20,635 ล้านบาท หรือ 0.03-0.11% ของ GDP ขึ้นอยู่กับพื้นที่น้ำท่วมจริงและความสามารถในการชดเชยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงัก โดยยังไม่รวมความเสียหายต่อทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ สินค้าคงคลัง และผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูงสุด มี 3 โซนหลัก ได้แก่

1.กรุงเทพฯ มีความเสียหายประมาณ 7,014 ล้านบาท

เนื่องจากเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและพึ่งพาภาคการค้าและบริการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเดินทางของผู้บริโภคและแรงงาน

2.ภาคตะวันออก เสียหายประมาณ 2,976 ล้านบาท

โดยเฉพาะชลบุรีที่ได้รับผลกระทบราว 2,101 ล้านบาท จากน้ำท่วมในพัทยาและการหยุดชะงักของธุรกิจท่องเที่ยว ค้าปลีก และโลจิสติกส์

3.พื้นที่ 4 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี และนครปฐม มีความเสียหายรวม 1,839 ล้านบาท

ทั้งนี้ การบริโภค การท่องเที่ยว และภาคบริการในเขตเมือง เป็นกลุ่มกิจกรรมที่ได้รับผลกระทบหลัก ทั้งจากการจับจ่ายที่ลดลง การเดินทางของแรงงานที่หยุดชะงัก และนักท่องเที่ยวที่ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการรายย่อย

นอกจากนี้ เส้นทางคมนาคมบางส่วนที่ถูกน้ำท่วมยังส่งผลต่อการขนส่งและกระจายสินค้า ขณะที่เริ่มพบการปรับขึ้นของราคาผักสด โดยเฉพาะผักใบอ่อน

อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการเดินทางของแรงงานและการขนส่งวัตถุดิบเป็นหลัก โดยยังไม่มีรายงานนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ต้องหยุดการผลิต ซึ่งแตกต่างจากมหาอุทกภัยปี 2554

ศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายภายใน 1 สัปดาห์ หากไม่ยืดเยื้อ ความเสียหายดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจไทยทั้งปี แต่จะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะหากน้ำในลุ่มเจ้าพระยายืดเยื้อเข้าสู่ไตรมาส 4

พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งเยียวยาแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบการรายย่อย ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา ดูแลปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น รวมถึงเร่งลงทุนยกระดับระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในระยะยาว