Insight

Gen Z ปลุกเทรนด์เที่ยวใหม่ ‘Lore-tripping’ ตามล่าตำนาน-เรื่องหลอน ดันยอดจองสัมผัสประสบการณ์ขนหัวลุกโต 35%

genz (1).png

เทรนด์ท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่กำลังขยับจากการเดินทางเพื่อ “ไปให้ถึงสถานที่” สู่การเดินทางเพื่อ “ตามรอยเรื่องราว”

โดย Gen Z เริ่มเลือกจุดหมายจากตำนาน เรื่องเล่าท้องถิ่น และเรื่องลึกลับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเกิดเป็นเทรนด์ที่ Airbnb เรียกว่า “Lore-tripping”

คำว่า Lore-tripping มาจากคำว่า “lore” ซึ่งหมายถึงเรื่องเล่า ตำนาน หรือความเชื่อที่ถูกถ่ายทอดต่อกันมา รูปแบบการท่องเที่ยวนี้คือการวางแผนทริปโดยใช้เรื่องเล่าของสถานที่เป็นเหตุผลในการเดินทาง แทนการเลือกเฉพาะเมืองหรือแลนด์มาร์กยอดนิยม

Ali Killam หัวหน้าฝ่ายบรรณาธิการของ Airbnb ระบุว่า “lore-trip” เป็นหนึ่งในธีมการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นในปี 2026 เพราะนักเดินทางกำลังออกเดินทาง “เพื่อเรื่องราว” และต้องการประสบการณ์ที่สามารถนำกลับไปเล่าต่อได้

Gen Z 90% สนใจจุดหมายที่คนยังรู้จักไม่มาก

ข้อมูลจากรายงานเทรนด์การท่องเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงของ Airbnb ระบุว่า 90% ของนักเดินทาง Gen Z ให้ความสนใจกับจุดหมายปลายทางที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก โดยหลายแห่งมีเรื่องเล่า ตำนาน หรือเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ขณะเดียวกัน เทรนด์การเดินทางที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดย Airbnb พบว่า ยอดจอง Experiences ที่มีคำว่า “haunted” อยู่ในชื่อหรือคำอธิบาย เพิ่มขึ้นมากกว่า 35% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า “เรื่องหลอน” กำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงดึงดูดของการท่องเที่ยว

แต่ไม่ได้หมายความว่า Lore-tripping จะจำกัดอยู่แค่การเที่ยวล่าผี เพราะเทรนด์นี้ครอบคลุมตั้งแต่ตำนานท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ ไปจนถึงเรื่องราวแปลก ๆ ที่ทำให้แต่ละจุดหมายแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป

จาก Legend tripping สู่ Lore-tripping

พฤติกรรมดังกล่าวมีรากมาจากสิ่งที่เรียกว่า “Legend tripping” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คนรุ่นก่อนมักเดินทางไปยังสถานที่ที่มีตำนานหรือเชื่อว่ามีผีสิง เพื่อพิสูจน์เรื่องเล่าและทดสอบความกล้าของตัวเอง

แต่ในเวอร์ชันของ Gen Z แนวคิดนี้ถูกยกระดับให้กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่ายขึ้น จากเดิมที่อาจต้องขับรถไปสถานที่ร้างหรือพื้นที่ที่ไม่ควรเข้า กลายเป็นการจองที่พัก ทัวร์ หรือกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับเรื่องเล่าของพื้นที่นั้นโดยตรง

ยกตัวอย่าง การตามรอย Mothman ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย หรือการเข้าพักที่ The Stanley Hotel โรงแรมในโคโลราโดซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับโรงแรม Overlook ใน The Shining

5 เมืองที่กำลังถูกจับตาในสาย Lore-tripping

1. Salem, Massachusetts ค้นหาเพิ่มกว่า 35%

เมืองที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการไต่สวนแม่มดในปี 1692 ยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของสายเรื่องลึกลับและฮาโลวีน

Airbnb ระบุว่า ยอดค้นหา Salem เพิ่มขึ้นมากกว่า 35% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้กลายเป็นจุดหมายที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับช่วงสุดสัปดาห์ฮาโลวีนในสหรัฐฯ

หนึ่งในจุดหมายสำคัญคือ The Witch House อาคารประวัติศาสตร์ที่ยังเหลืออยู่และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเหตุการณ์ไต่สวนแม่มด

ส่วนที่พักสายหลอนอย่าง Haunted Victorian Mansion ใน Salem ก็ถูกนำเสนอเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติ โดยเจ้าของที่พักระบุว่ามีรายงานเรื่องเสียงฝีเท้า เงาประหลาด ประตูเปิดเอง และสิ่งของเคลื่อนที่

2. Gettysburg, Pennsylvania ค้นหาเพิ่มกว่า 25%

เมืองประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นสถานที่เกิดยุทธการ Gettysburg ในปี 1863 ช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา และมีผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบจากการสู้รบรวมมากกว่า 50,000 ราย

ยอดค้นหา Gettysburg บน Airbnb เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% จากปีก่อน ขณะที่เมืองยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติจำนวนมาก ทั้งที่ Pennsylvania Hall, Devil’s Den และ Farnsworth House Inn

อีกหนึ่งตัวเลือกคือ The Historic Rowe House บ้านยุคสงครามกลางเมืองที่ตั้งอยู่บนแนวรบของฝ่ายสมาพันธรัฐ และยังมีร่องรอยความเสียหายจากการสู้รบให้เห็น

3. San Antonio, Texas ค้นหาเพิ่ม 20%

San Antonio เป็นอีกเมืองที่เต็มไปด้วยตำนาน โดยเฉพาะเรื่อง “Ghost Tracks” ซึ่งเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิญญาณเด็กที่เชื่อกันว่าสามารถผลักรถที่จอดอยู่บนรางรถไฟให้พ้นจากอันตราย

แม้ความจริงของเรื่องดังกล่าวจะยังเป็นที่ถกเถียง แต่ยอดค้นหา San Antonio บน Airbnb เพิ่มขึ้น 20%

สำหรับสายหลอนยังมี The Haunted Magnolia Hotel Bed & Breakfast ในเมือง Seguin ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าที่สร้างขึ้นในปี 1850 และมีปีกอาคารที่ไม่ได้รับการบูรณะ 11 ห้อง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเรื่องราวเหนือธรรมชาติ

4. Savannah, Georgia ค้นหาเพิ่มกว่า 15%

Savannah เป็นหนึ่งในเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องความหลอนของสหรัฐฯ และยอดค้นหาบน Airbnb เพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

เมืองนี้มีทั้งคฤหาสน์เก่าแก่ สุสาน และพื้นที่ฝังศพยุคอาณานิคมที่ไม่มีเครื่องหมาย จึงเกิดเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีและสิ่งเหนือธรรมชาติมากมาย

หนึ่งในที่พักที่ถูกนำเสนอคือ Laura’s Cottage บ้านพักที่สร้างขึ้นในปี 1799 ซึ่งมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ Laura อดีตผู้อยู่อาศัยที่เชื่อว่ายังคงวนเวียนอยู่ในบ้าน

5. Estes Park, Colorado ค้นหาเพิ่มขึ้น 10%

จุดหมายสำคัญของเมืองนี้คือ The Stanley Hotel โรงแรมชื่อดังที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ Overlook Hotel ในนิยาย The Shining หลัง Stephen King เคยเข้าพักที่ห้อง 217 ในปี 1974

ปัจจุบันโรงแรมมีทัวร์เกี่ยวกับเรื่องผีและห้องพักที่เรียกว่า “Spirited Stays” จำนวน 13 ห้อง ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ

ดังนั้น กระแส Lore-tripping สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ความสวยงามหรือการพักผ่อน แต่ต้องการ "ประสบการณ์ร่วม" และ "เรื่องเล่าเฉพาะตัว" ที่สามารถนำไปสร้างคอนเทนต์และแบ่งปันบนโลกโซเชียลมีเดียได้นั่นเอง