วันนี้ (9 ต.ค.69) สมาคมโรงแรมไทย ร่อนเอกสารคัดค้านหลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หลังกรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอจัดเก็บภาษีผู้เดินทางออกนอกประเทศทางอากาศทุกสัญชาติ เบื้องต้นครั้งละ 1,000 บาท และกำหนดเพดานไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง ห่วงเพิ่มต้นทุนการเดินทาง บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของไทย และกระทบรายได้ธุรกิจท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่
สมาคมโรงแรมไทยระบุว่า การจัดเก็บภาษีดังกล่าวอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้เดินทาง และส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางระหว่างประเทศ ทั้งยังอาจกระทบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่โรงแรม สายการบิน บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้า ไปจนถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น
ชี้ภาระค่าใช้จ่ายพุ่ง 2,570 บาทต่อคน
หนึ่งในข้อกังวลสำคัญคือ ภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยหากมีการจัดเก็บภาษีตามข้อเสนอ ผู้เดินทางอาจมีภาระค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้องรวม 2,570 บาทต่อคนต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง ประกอบด้วย
-ค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) 1,120 บาท ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569
-ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมดำเนินการ
-ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร 1,000 บาท ตามร่างกฎหมายที่เสนอ
ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท และภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร 1,000 บาท ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา ไม่ใช่ภาระที่มีการเรียกเก็บครบทั้ง 3 รายการแล้วในปัจจุบัน
สมาคมฯ ประเมินว่า หากครอบครัวนักท่องเที่ยว 4 คนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว จะมีค่าใช้จ่ายรวมสูงถึง 10,280 บาท โดยยังไม่รวมค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ภายในประเทศ รวมถึงค่าธรรมเนียมบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากผู้เข้าพักโรงแรมในบางพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
ห่วงกระทบเที่ยวบินระหว่างประเทศ นักท่องเที่ยวเข้าไทยอาจลดลง
สมาคมฯ มองว่า การเดินทางระหว่างประเทศมีความเชื่อมโยงกันทั้งขาเข้าและขาออก หากภาษีดังกล่าวทำให้คนไทยเดินทางไปต่างประเทศลดลง ความต้องการเดินทางโดยรวมอาจชะลอตัว กระทบความคุ้มค่าในการให้บริการเที่ยวบิน โดยเฉพาะเส้นทางที่มีผู้โดยสารไม่มากเพียงพอ
เมื่อความต้องการเดินทางลดลง สายการบินอาจปรับลดความถี่เที่ยวบินหรือชะลอการเปิดเส้นทางใหม่ ส่งผลให้จำนวนที่นั่งและทางเลือกในการเดินทางมายังประเทศไทยลดลงตามไปด้วย ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจต้องเผชิญค่าโดยสารที่สูงขึ้น หรือเปลี่ยนไปเลือกจุดหมายปลายทางอื่นที่เดินทางสะดวกและคุ้มค่ากว่า
ผลกระทบจึงอาจไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเดินทางของคนไทยไปต่างประเทศ แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ รายได้จากการเข้าพักโรงแรม และการใช้จ่ายในธุรกิจท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่อุปทาน
หวั่นซ้ำเติมท่องเที่ยวเปราะบาง เสนอรัฐทบทวนร่างกฎหมาย
อีกประเด็นที่สมาคมฯ กังวลคือ สถานการณ์ท่องเที่ยวยังเผชิญความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นอยู่แล้ว การเพิ่มภาษีอีก 1,000 บาทต่อครั้งจึงอาจกระทบการตัดสินใจเดินทาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวระยะใกล้และกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งอาจหันไปเลือกประเทศที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า
สมาคมฯ เห็นว่า การพิจารณานโยบายดังกล่าวไม่ควรมุ่งเฉพาะรายได้ภาษีที่รัฐจะได้รับ แต่ควรประเมินผลกระทบต่อจำนวนผู้เดินทาง ความคุ้มค่าของเส้นทางบิน รายได้จากนักท่องเที่ยว การจ้างงาน และรายได้ภาษีจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปรียบเทียบกับมาตรการของประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
สำหรับข้อเสนอถึงกรมสรรพากรและกระทรวงการคลัง สมาคมโรงแรมไทยขอให้ทบทวนและยุติการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในหลักการปัจจุบัน หากยังมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อ ควรเปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบและประมาณการรายได้อย่างชัดเจน ครอบคลุมทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สายการบิน ธุรกิจโรงแรม และเศรษฐกิจโดยรวม
นอกจากนี้ ยังเสนอให้พิจารณามาตรการทางเลือกที่ไม่เพิ่มภาระให้ผู้เดินทางเกินความจำเป็น โดยทบทวนทั้งขอบเขตผู้เสียภาษี อัตราภาษี และเพดานภาษี เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
สมาคมฯ ย้ำว่า สนับสนุนนโยบายการคลังที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน แต่การกำหนดมาตรการภาษีจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับนานาชาติ