Insight

วิลล่าประจวบคีรีขันธ์มาแรง "ทับใต้-ปราณบุรี" ยอดขายพุ่งสุด คาดขายหมดใน 30 เดือน

ปราณบุรี-ประจวบคีรีขันธ์.png

แม้จำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยโดยรวมของประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงครึ่งแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ปี 2569 จะมีเพียง 1,752 หน่วย ลดลง 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)

แต่หากโฟกัสเฉพาะกลุ่มจะพบว่า เซกเมนต์ "วิลล่า" เติบโตสวนทางภาพรวม ด้วยความโดดเด่นของประจวบคีรีขันธ์ในฐานะเมืองตากอากาศยังดึงดูดดีมานด์ได้ต่อเนื่อง

อ้างอิงข้อมูล ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า วิลล่าในประจวบคีรีขันธ์ ช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีซัพพลายรวม 736 หน่วย เพิ่มขึ้น 88.7%YoY คิดเป็นมูลค่า 11,396 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.6%YoY

โดยทำยอดขายได้ใหม่ 121 หน่วย (+175%YoY) คิดเป็นมูลค่า 1,572 ล้านบาท (+123%YoY) ส่งผลให้มีสต๊อกเหลือขาย 615 หน่วย มูลค่า 9,824 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 16 ล้านบาท/ยูนิต

ทั้งนี้ วิลล่าภูเก็ตมีอัตราดูดซับอยู่ที่ 2.7% (เพิ่มจากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.9%) คาดว่าจะใช้เวลาระบายสินค้าหมดภายในประมาณ 30 เดือน

หัวหิน ที่มา shutterstock.jpg

วิลล่าในตลาดเหลือ 50 โครงการ เปิดตัวใหม่ครึ่งแรกเพียง 5 โครงการ

สำหรับช่วงครึ่งแรกปีนี้ (1H/69) มีวิลล่าเปิดตัวใหม่ 5 โครงการ จำนวน 146 ยูนิต เพิ่มขึ้น 100% และมีมูลค่า 1,315 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 9 ล้านบาท/ยูนิต กระจายใน 3 ทำเลหลัก ประกอบด้วย

1.ทับใต้ จำนวน 2 โครงการ 88 ยูนิต ราคา 6.43-9.9 ล้านบาท/ยูนิต ปัจจุบันทำยอดขายได้ประมาณ 7%

2.หินเหล็กไฟ จำนวน 2 โครงการ 51 ยูนิต ราคา 7.59-12.4 ล้านบาท ปัจจุบันทำยอดขายได้ประมาณ 10%

3.หัวหิน จำนวน 1 โครงการ 7 ยูนิต ราคา 9.95-16.1 ล้านบาท ปัจจุบันทำยอดขายได้ประมาณ 43%

ทั้งนี้ หากนับรวมวิลล่าที่เพิ่งเปิดรวมกับวิลล่าที่อยู่ระหว่างขายในประจวบคีรีขันธ์ จะมีทั้งหมดราว ๆ เกือบ 50 โครงการ ส่วนใหญ่กระจุกตัวในโซนหัวหิน และทับใต้เป็นหลัก

Screenshot 2569-10-24 at 20.26.27.png

'ทับใต้-ปราณบุรี' โซนยอดขายพุ่ง จับตา 'เขาตะเกียบ' กลุ่มวิลล่า 20-40 ล้าน ระบายสต๊อกนาน 28 ปี

เจาะลึกรายพื้นที่วิลล่าในประจวบคีรีขันธ์จะแบ่งออกเป็น 5 โซนหลัก ซึ่งในช่วงครึ่งแรกปีนี้ทุกโซนล้วนเป็นบวก

1.ทับใต้ (ยอดขายสูงสุด)

-ยอดขายใหม่ 82 ยูนิต (+242.7%)

-หน่วยเหลือขาย 327 ยูนิต (+111%)

-อัตราดูดซับ 3.3%

-ใช้เวลาระบายสินค้าใน 24 เดือน

โซน "ทับใต้" เป็นทำเลที่ยังขายดี โดยเฉพาะกลุ่มราคา 5.01-7.50 ล้านบาท ที่มีอัตราดูดซับ 6% ใช้เวล่ระบายสินค้า 11 เดือน รองลงมาเป็นกลุ่มราคา 7.51-10 ล้านบาท มีอัตราดูดซับ 4.5% คาดขายหมดใน 16 เดือน ส่วนระดับราคา 10.01-40 ล้านบาท ยังต้องระวังด้วยอัตราดูดซับเพียง 1.7%-1.8% ใช้เวลาระบายสินค้านาน 48-54 เดือน หรือประมาณ 4-4.5 ปี

2.ปราณบุรี (อัตราการระบายสต๊อกดีสุด)

-ยอดขายใหม่ 16 ยูนิต (+166%)

-หน่วยเหลือขาย 31 ยูนิต (-26%)

-อัตราดูดซับ 5.7%

-ใช้เวลาระบายสินค้าใน 12 เดือน

โซน "ปราณบุรี" อัตราดูดซับดีในทุกระดับราคา แต่โดดเด่นสุดในเซกเมนต์ลักชูรี ราคา 20-40 ล้านบาท อัตราดูดซับสูงถึง 13% ใช้เวลาระบายสินค้าเพียง 2 เดือน
Screenshot 2569-10-24 at 20.29.08.png

3.หินเหล็กไฟ (โซนมีความเสี่ยง อัตราดูดซับต่ำ)

-ยอดขายใหม่ 15 ยูนิต (+114%)

-หน่วยเหลือขาย 157 ยูนิต (+78%)

-อัตราดูดซับ 1.5%

-ใช้เวลาระบายสินค้าใน 63 เดือน

ทำเล "หินเหล็กไฟ" โดดเด่นสุดในวิลล่าราคาต่ำ กลุ่ม 3.01-5.00 ล้านบาท อัตราดูดซับ 5.6% ใช้เวลาระบายสินค้าไวสุดเพียง 12 เดือน ด้านระดับราคาสูง 7.51-40 ล้านบาท ต้องระวังเพราะมียอดขายได้ใหม่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับสินค้าเหลือขาย ทำให้ต้องใช้เวลาระบายสต๊อก 64-78 เดือน ประมาณ 5.3-6.5 ปี

4.เขาตะเกียบ (โซนมีความเสี่ยง อัตราดูดซับต่ำสุด)

-ยอดขายใหม่ 4 ยูนิต (+33%)

-หน่วยเหลือขาย 87 ยูนิต (+85%)

-อัตราดูดซับ 0.7%

-ใช้เวลาระบายสินค้าใน 131 เดือน

"เขาตะเกียบ" ขึ้นแท่นโซนความเสี่ยงสูงสุดของตลาดวิลล่าประจวบฯ ด้วยยอดขายและอัตราดูดซับต่ำมาก โดยเฉพาะกลุ่มราา 10-20 ล้านบาท อัตราดูดซับ 0.3% ใช้เวลาระบายสินค้านาน 342 เดือน กล่าวคือ หากยอดขายยังคงอยู่เท่านี้ไปเรื่อย ๆ จะใช้เวลาระบายสต๊อกถึง 28 ปี

5.หัวหิน (อยู่ในภาวะทรงตัว)

-ยอดขายใหม่ 4 ยูนิต (+0%)

-หน่วยเหลือขาย 13 ยูนิต (-7.1%)

-อัตราดูดซับ 3.9%

-ใช้เวลาระบายสินค้าใน 20 เดือน

"หัวหิน" ดีสุดในวิลล่าราคา 7.51-10 ล้านบาท ด้วยอัตราดูดซับ 16.7% และตอนนี้ในกลุ่มราคานี้ไม่เหลือสต๊อกคงค้างแล้ว
หัวหิน-ประจวบ

หัวหิน มีจุดแข็งโครงสร้างพื้นฐานดี-เมืองสงบ

หัวหินมีจุดแข็งในฐานะตลาดที่อยู่อาศัยเมืองตากอากาศที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการใช้ชีวิตระยะยาว ทั้งกลุ่มผู้ซื้อไทย ตลอดจนโอกาสการเติบโตจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ จากความได้เปรียบด้านการเดินทางที่สะดวกจากกรุงเทพฯ สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ ใกล้ทะเล และเหมาะกับการพำนักในช่วงฤดูหนาว ไปจนถึงการใช้ชีวิตหลังเกษียณ

ปัจจุบันหัวหินมีองค์ประกอบพื้นฐานที่รองรับการอยู่อาศัยระยะยาว ทั้งโรงเรียนนานาชาติ 3 แห่ง โรงพยาบาล 3 แห่ง สนามกอล์ฟ 8 แห่ง รวมถึงชุมชนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวสแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้หัวหินในฐานะจุดหมายของผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ตลาดหัวหินมีเอกลักษณ์แตกต่างจากภูเก็ตและพัทยา โดยไม่ได้มีเพียงจุดขายด้านการท่องเที่ยว แต่ยังมีโอกาสจากการเป็นเมืองตากอากาศที่เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เหมาะกับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยใกล้ทะเล ต้องการความสงบ และให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในระยะยาว

หัวหิน