Insight

PwC มอง ‘ไทย’ มีศักยภาพเป็นหนึ่งในศูนย์กลางดาต้า เซ็นเตอร์ คาดมีเงินลงทุนกว่า 5ล้านล้านบาทในปี 2593

บริษัท PWC ประเทศไทย ประเมินว่า ไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสำหรับการลงทุนในดาต้า เซ็นเตอร์โครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เปรียบเสมือนสมองและหัวใจของโลกยุคใหม่ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการทะยานขึ้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ดันความต้องการประมวลผลข้อมูลสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

data.jpg

รายงาน Global Data Centre Outlook 2026–50 จาก PwC ร่วมกับ Oxford Economics ซึ่งทำการศึกษาครอบคลุม 46 ประเทศทั่วโลก ชี้ให้เห็นตัวเลขการเติบโตของไทยที่น่าจับตา โดยคาดการณ์ว่า เม็ดเงินลงทุนสะสมในดาต้า เซ็นเตอร์ ของไทยจะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 5.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570 ไปแตะที่ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.06 ล้านล้านบาท ภายในปี 2593

ส่วนภาพรวมการลงทุนทั่วโลกในช่วงปี 2569–2593 คาดว่าจะสะสมสูงถึง 31.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.06 พันล้านล้านบาท

ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่พบว่า ในปี 2568 ไทยได้รับการส่งเสริมการลงทุนในโครงการดาต้า เซ็นเตอร์มากถึง 36 โครงการ รวมมูลค่าสูงถึง 7.28 แสนล้านบาท ผลักดันด้วยนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนอย่าง Cloud First รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาดผ่านกลไก Utility Green Tariff 2 และแนวทางการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ที่อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อรองรับกลุ่มทุนข้ามชาติ

3 ปัจจัยหนุน ดันดาต้า เซ็นเตอร์สู่ ‘หัวใจเศรษฐกิจดิจิทัล’

การมาของ AI ที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาล: AI ได้เปลี่ยนบทบาทของดาต้าเซ็นเตอร์จากเดิมที่เป็นเพียง "คลังเก็บข้อมูล" สู่การเป็น "ศูนย์ประมวลผลพลังงานสูง" เพื่อรองรับโมเดล AI ขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการระบบไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมหลายเท่า

กระแส Digital Sovereignty : องค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญกับการควบคุม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลภายในประเทศ เพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการกำกับดูแลตามกฎหมาย

การขยายตัวของธุรกิจดิจิทัล: ความนิยมในระบบอีคอมเมิร์ซ ธนาคารดิจิทัล (Digital Banking) และบริการออนไลน์ต่างๆ ทำให้ความต้องการใช้บริการคลาวด์และการจัดเก็บข้อมูลในระยะยาวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แม้ตัวเลขการลงทุนจะดูมหาศาล แต่ทาง PWC ประเทศไทย เตือนว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ก็นำมาซึ่งความท้าทายครั้งใหญ่ด้านทรัพยากร โดยเฉพาะความต้องการ พลังงานไฟฟ้า และ น้ำ จำนวนมหาศาลเพื่อใช้ในระบบระบายความร้อน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อทรัพยากรในท้องถิ่น

พื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะหากขาดการวางแผนบริหารจัดการที่ดี การแย่งชิงพลังงานและทรัพยากรน้ำอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคการเกษตร ชุมชนท้องถิ่น และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ การเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบผลิตและส่งไฟฟ้า การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ไปจนถึงการจัดสรรผังเมืองและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม จึงเป็นโจทย์ด่วนที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันแก้

บทสรุปของการเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของไทย จึงไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเทคโนโลยีกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

หากไทยสามารถแก้โจทย์ยากเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบ ดาต้าเซ็นเตอร์จะเป็นขุมพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย แต่หากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรตามไม่ทัน

ปัจจัยเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นปัจจัยที่จะมาดึงให้การเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสะดุดได้เช่นกัน