PR News

ARV ร่วมพูดคุยถึงอนาคตอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับไทยบนเวทีเสวนาในงาน DRONTECH ASIA 2024

บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี (ARV) ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ เผยแนวโน้มอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ หรือยูเอวี (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) ของไทยพร้อมแสดงวิสัยทัศน์และเทรนด์ใหม่ล่าสุด ของเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ในงาน Dron…

1550777

บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี (ARV) ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ เผยแนวโน้มอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ หรือยูเอวี (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) ของไทยพร้อมแสดงวิสัยทัศน์และเทรนด์ใหม่ล่าสุด ของเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ในงาน DronTech Asia 2024 นิทรรศการและการประชุมระดับนานาชาติ ที่รวบรวมนวัตกรรมจากผู้ผลิตและผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับชั้นนำจากทั่วภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤศจิกายน 2567 ณ ฮอลล์ 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

หนึ่งในไฮไลท์ของงานคือเวทีเสวนาที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอากาศ ยานไร้คนขับทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ARV ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี

อากาศยานไร้คนขับได้มีส่วนร่วมในการเสวนาในครั้งนี้ โดยนำเสนอโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัจฉริยะ หรือปัญญาประดิษฐ์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกอุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อหลักของการเสวนา "Innovative Solutions for Advanced Operations and Intelligence”

1550781_0

นายประพาฬ กาญจโนภาศ ผู้จัดการงานขาย บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Horrus หรือ อากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติ (AN AUTONOMOUS INSPECTION UAV WITH SELF-CHARGING STATION) และ Deepzoom ระบบปฏิบัติการความปลอดภัยปัญญาประดิษฐ์ (Solution Platform for AI-powered CCTV Detection System) พร้อมทั้งอธิบายถึงการนำไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ โดยกล่าวว่า “เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติ กำลังปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วยการลดต้นทุนด้านแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างก้าวกระโดด และด้วยวิสัยทัศน์ของ ARV ที่ต้องการผลักดันอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับของไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงได้พัฒนาโซลูชันที่ผสาน

เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ครอบคลุมตั้งแต่

การรักษาความปลอดภัย การคมนาคมขนส่ง การบริหารอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่”

• Horrus อากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติ ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจ เฝ้าระวัง และรักษาความปลอดภัยทางอากาศ ที่สามารถปฏิบัติงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 30 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยสามารถกลับสู่สถานีชาร์จเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจครั้งต่อไป

ได้อย่างอัตโนมัติ รวมถึงสามารถควบคุมการบินได้จากระยะไกลที่รัศมี 7 กิโลเมตรจากสถานีชาร์จ เทคโนโลยีนี้ยังสามารถส่งข้อมูลภาพถ่ายและวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K 30fps ได้แบบเรียลไทม์ ผ่านระบบสื่อสารไร้สาย เพื่อนำไปวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ข้อมูลได้ทันท่วงที

• ระบบ DeepZoom เป็นแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ภาพที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลภาพ (Computer Vision) เพื่อเฝ้าระวังและวิเคราะห์ภาพถ่ายและวิดีโอจากกล้องของอากาศยานไร้คนขับ กล้องวงจรปิด (CCTV) หรือ กล้องจากระบบหุ่นยนต์ต่างๆ โดยสามารถตรวจจับ

และแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างทั่วถึง

ทั้ง Horrus และ DeepZoom สามารถผสานการทำงานร่วมกันโดย HORRUS ทำหน้าที่เก็บภาพถ่ายและวิดีโอทางอากาศได้โดยอัตโนมัติ หลังจากนั้นระบบจะส่งภาพเหล่านั้นไปยังระบบ DeepZoom เพื่อทำการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยกระบวนการนี้จะช่วยในการตรวจจับและประมวลผลข้อมูล เช่น การระบุวัตถุต้องสงสัย ตรวจจับการเคลื่อนไหว หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวัง ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์จะถูกนำมาแสดงบนแดชบอร์ดที่สามารถแสดงผลได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเห็นข้อมูลและผลวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจและจัดการกับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การนำ HORRUS และ Deepzoom สนับสนุนการจัดการการจราจร (Traffic Management) ที่ผ่านมานั้น สามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่รู้ทันทุกสถานการณ์ ช่วยประหยัดเวลาและจำนวนเจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ ตลอดจนยังช่วยแจ้งข้อมูลให้กับประชาชนเพื่อหลีกเลี่ยงและเลือกเส้นทางที่มีความคล่องตัวมากกว่าได้อีกด้วย

1550782_0

ขณะที่ นายเชน คริสโตเฟอร์ อาชิเค็ทท์ ผู้บริหารด้านเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จํากัด หรือ SKYLLER หนึ่งในบริษัทภายใต้กลุ่ม ARV เปิดเผยว่า “ตลาดอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทยกำลังเป็นที่น่าจับตามองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยจึงนับเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นที่จับตาของนักลงทุน บริษัท ออเทล โรโบติกส์ (Autel Robotics) หรือ AUTEL ยักษ์ใหญ่วงการอากาศยานไร้คนขับระดับสากล จึงได้ร่วมมือกับ ARV ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรายแรกในประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์อากาศยานไร้คนขับที่เหมาะกับการใช้งานประเภทส่วนบุคคลในรุ่นต่าง ๆ ดังนี้”

● EVO II Series ได้แก่ EVO II Pro และ EVO II Dual:

อากาศยานไร้คนขับที่มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงสุด 6K และเทคโนโลยี AI อัจฉริยะในการบิน

● EVO Max Series ได้แก่ EVO Max 4T และ EVO Max 4N:

อากาศยานไร้คนขับที่มาพร้อมความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ระบบติดตามอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย

ปัญญาประดิษฐ์ และระบบตรวจจับหลบหลีกอุปสรรค ส่งมอบข้อมูลภาพและวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว

และแม่นยำ

● Autel Alpha: อากาศยานไร้คนขับที่โดดเด่นด้วยกล้องความละเอียดสูงที่สามารถจับภาพได้อย่างชัดเจน แม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย นอกจากนี้ ยังมีความทนทานต่อสภาพอากาศและสามารถบินได้ในระยะทางไกล ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในภารกิจที่หลากหลาย

● Dragonfish Series: อากาศยานไร้คนขับที่มาพร้อมเทคโนโลยี VTOL สามารถบินขึ้นและลงจอดได้

ในแนวดิ่ง ทำให้มีความคล่องตัวสูงและเหมาะสำหรับภารกิจที่ต้องการ ความแม่นยำในการสำรวจ

และตรวจการณ์

1550780_0

ทางด้าน คุณธนพร มองกะ เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ได้ให้ความเห็นเสริมว่า “ในปัจจุบันการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ง่ายขึ้นนี้ มักนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการล่วงล้ำพื้นที่หวงห้าม การสอดแนม การลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงการก่อการร้ายหรือการโจมตีทางอากาศ ด้วยเหตุนี้ Skyfend บริษัทภายใต้กลุ่ม AUTEL จึงได้พัฒนาระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Counter Unmanned Aerial Systems: C-UAS) เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่”

● การตรวจจับ (Detection) ติดตาม (Tracking) และระบุตัวตน (Identification): ระบบจะทำการตรวจจับอากาศยานไร้คนขับที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคาม พร้อมทั้งติดตามและระบุตัวตนของอากาศยานไร้คนขับนั้น โดยอาศัยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) เรดาร์ (Radar) และระบบออปโตอิเล็กทรอนิกส์ (Electro Optic)

● การจัดการความเสี่ยง (Mitigation): เมื่อระบบประเมินแล้วว่าอากาศยานไร้คนขับลำดังกล่าวเป็นภัยคุกคาม ระบบ C-UAS จะดำเนินการจัดการความเสี่ยงโดยการปลอมแปลงสัญญาณ (Spoofing) เพื่อรบกวนสัญญาณภาพและสัญญาณวิดีโอของอากาศยานไร้คนขับหรือหลอกล่อให้อากาศยานไร้คนขับบินไปยังพื้นที่ที่กำหนดไว้ และก่อกวนสัญญาณ (Jamming) เพื่อรบกวนสัญญาณควบคุมการบิน ทำให้อากาศยานไร้คนขับไม่สามารถบินได้ตามปกติ

“เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย และ ARV พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับของประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลก” นายประพาฬ กล่าวทิ้งท้าย

สนใจดูรายละเอียด หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://arv.co.th/ เพจเฟซบุ๊ก AI and Robotics Ventures (https://www.facebook.com/arv.th) หรือโทร. 065 245 5644