PR News

InnovestX ฉลอง DR23 ครบรอบ 1 ปี ขยายสู่ 94 หลักทรัพย์อ้างอิงทั่วโลก พร้อมเปิดตัว DR23 ชุดใหม่ เสริมพอร์ตเมกะเทรนด์ AI, Automation และ Future Industries

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เรือธงด้านการลงทุนภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group)  เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนระดับโลกให้กับนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่าน DR23 (Depositary Receipt) 

1.jpg

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เรือธงด้านการลงทุนภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนระดับโลกให้กับนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่าน DR23 (Depositary Receipt) ซึ่งครบรอบ 1 ปีของการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมเปิดตัว DR23 ชุดใหม่อีก 9 หลักทรัพย์อ้างอิง ครอบคลุมกลุ่ม AI & Semiconductor, Robotics & Automation, Alternative Energy & AI Power และ Quantum Computing ตอกย้ำบทบาทของ InnovestX ในการเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงเมกะเทรนด์สำคัญของโลกได้อย่างสะดวกผ่านตลาดทุนไทย

การเปิดตัว DR23 ชุดใหม่อีก 9 หลักทรัพย์อ้างอิงครั้งนี้ จะทำให้จำนวน DR23 เพิ่มขึ้นเป็น 94 หลักทรัพย์อ้างอิง ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสะท้อนแนวคิด “All-Weather Investment Products” ของ InnovestX ที่มุ่งคัดเลือกบริษัทคุณภาพจากอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนและเข้าถึงโอกาสจากเมกะเทรนด์ระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายพยนต์ พงศาวรี Chief Product Officer (CPO) บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดการลงทุนทั่วโลกได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัยสำคัญ ทั้งความคืบหน้าด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ช่วยลดความตึงเครียดในหลายภูมิภาค ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงกระแสการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI Infrastructure อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและตลาดทุน

AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีแห่งอนาคตสู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ ระบบประมวลผล ดาต้าเซ็นเตอร์ เครือข่ายการสื่อสาร ไปจนถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก ขณะเดียวกัน เรายังเห็นโอกาสจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น Digital Finance, Automation, Quantum Computing, Space Technology, Healthcare Innovation และ Future Energy ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ในมุมมองการจัดสรรสินทรัพย์ นักลงทุนควรกระจายการลงทุนไปยังบริษัทที่เป็นผู้นำในเมกะเทรนด์สำคัญของโลก ควบคู่กับธุรกิจที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง เพื่อช่วยสร้างสมดุลระหว่างโอกาสการเติบโตระยะยาวและเสถียรภาพของพอร์ตการลงทุน” 

นายศรัณย์.jpg

นายศรัณย์ โพธิวิรัตนานนท์ Head of Proprietary Trading บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) กล่าวว่า “ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี DR23 ได้ขยายจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงสู่ 94 หลักทรัพย์อ้างอิง ครอบคลุม 4 ประเทศ และ 6 ตลาดหลักทรัพย์สำคัญของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง จีน และญี่ปุ่น สะท้อนความต้องการของนักลงทุนในการเข้าถึงโอกาสการลงทุนระดับโลกได้สะดวกมากขึ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ปัจจุบัน DR23 ครอบคลุมธีมการลงทุนสำคัญของโลก ทั้ง AI และเซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ เทคโนโลยีดิจิทัล การเงินดิจิทัล เฮลท์แคร์ พลังงาน และ ETF ชั้นนำระดับโลก ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงเมกะเทรนด์ระยะยาวได้ด้วยเงินบาท ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ไทยที่มีอยู่เดิม ในช่วงเวลาที่การกระจายการลงทุนมีความสำคัญมากขึ้น DR23 จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่เชื่อมโยงกับโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด ‘เข้าถึงโอกาสการลงทุนระดับโลก ได้ง่าย ด้วย DR23’”

DR23 ชุดใหม่ที่จะเริ่มซื้อขายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ประกอบด้วย

กลุ่ม Quantum Computing

• IONQ23 (IonQ, Inc.) – บริษัทชั้นนำด้านคอมพิวเตอร์ควอนตัมในสหรัฐฯ ใช้เทคโนโลยี Trapped-Ion สร้างระบบประมวลผลที่แก้โจทย์ซับซ้อนเกินขีดจำกัดของ CPU/GPU ทั่วไป

กลุ่ม AI & Semiconductor

• TSEMI23 (Tower Semiconductor Ltd.) – โรงงานผลิตชิปเฉพาะทาง (Specialty Foundry) ของอิสราเอล เชี่ยวชาญการผลิตชิปแบบ Analog และ Mixed-Signal สำหรับยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และอุปกรณ์สื่อสาร

• CDNS23 (Cadence Design Systems, Inc.) – ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ EDA ที่วิศวกรชิปทั่วโลกใช้ออกแบบเซมิคอนดักเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อนส่งเข้าโรงงานผลิต

• CRDO23 (Credo Technology Group Holding Ltd.) – ผู้ผลิตชิปเชื่อมต่อความเร็วสูง (High-Speed Connectivity IC) สำหรับ AI Data Center ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงระหว่างเซิร์ฟเวอร์ และ GPU

• FABRINET23 (Fabrinet) – ผู้รับจ้างผลิตชิ้นส่วนออปติคัลและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงให้กับบริษัทเครือข่ายและ Data Center ชั้นนำ โดยมีโรงงานผลิตหลักอยู่ในประเทศไทย

• MPWR23 (Monolithic Power Systems, Inc.) – ผู้ผลิตชิปบริหารจัดการพลังงาน (Power Management IC) สำหรับ AI Server, GPU และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประสิทธิภาพสูง

กลุ่ม Alternative Energy & AI Power

• ETN23 (Eaton Corporation plc) – บริษัทวิศวกรรมพลังงานระดับโลก ที่ผลิตระบบ UPS, Circuit Breaker และระบบไฟฟ้าสำหรับ Data Center และโครงสร้างกริดพลังงาน

• OKLO23 (Oklo Inc.) – Startup ที่พัฒนา Advanced Fission Reactor ขนาดเล็ก (Microreactor) สำหรับจ่ายพลังงานสะอาดให้ Data Center และกริดพลังงานสำหรับอนาคต

กลุ่ม Robotics & Automation

• SYM23 (Symbotic Inc.) – ผู้พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัตโนมัติแบบ AI-driven สำหรับคลังสินค้า ควบคุมหุ่นยนต์เคลื่อนที่อิสระ (AMR) เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการจัดเก็บและหยิบสินค้า มีลูกค้าหลักได้แก่ Walmart

นอกจากนี้ InnovestX ยังเตรียมเดินหน้าขยายทางเลือกการลงทุนผ่าน DR23 อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเปิดตัว SPACEX23 อ้างอิงหุ้น Space Exploration Technologies Corp. (SpaceX) ในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีอวกาศที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของโลก และต่อยอดโอกาสการลงทุนในเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ซึ่งกำลังเป็นอีกหนึ่งเมกะเทรนด์สำคัญของโลกในอนาคต

นักลงทุนสามารถซื้อขาย DR23 ได้ผ่านแอป Streaming ไม่ว่าจะใช้บัญชีผ่าน InnovestX หรือโบรกเกอร์ใดก็ตาม โดยสามารถลงทุนได้เช่นเดียวกับหุ้นไทยทั่วไป ช่วยให้เข้าถึงโอกาสการลงทุนในบริษัทชั้นนำระดับโลกได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ลูกค้า InnovestX ยังสามารถสะสม INVX Points ทุกครั้งที่ซื้อขาย เพื่อนำไปแลกเป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมการลงทุนในครั้งถัดไป รวมถึงสิทธิพิเศษอื่น ๆ จากแพลตฟอร์มได้อีกด้วย 

INVX app แพลตฟอร์มลงทุนจากกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ พลังการลงทุนเพื่อชีวิตในแบบคุณ ติดตามบทวิเคราะห์และกลยุทธ์การลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ www.innovestx.co.th/cafeinvest และ https://dr23.innovestx.co.th/dr รวมถึงช่องทางติดต่อ Facebook และ LINE Official: @InnovestX

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ต่างประเทศอ้างอิง ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากผู้ออก และความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง