บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทยจัดงาน ‘Betagro Culture Day 2026 – Shared Values, Shared Future’ หรือ วันแห่งวัฒนธรรมองค์กรของเบทาโกร รวมพลังสร้างวัฒนธรรมองค์กรแข็งแกร่ง สืบสานคุณค่าและแนวคิดที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ตอกย้ำบทบาทของวัฒนธรรมองค์กรในฐานะรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของทุกคนและองค์กร พร้อมถ่ายทอด ‘4 มุมมองสำคัญสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน’บทสรุปจากมุมมองของผู้บริหารเบทาโกร และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการ
การจัดงานในครั้งนี้สืบเนื่องจากทุกวันที่ 30 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งนับเป็นวันที่ชาวเบทาโกรร่วมกันรำลึกถึงคุณูปการของ ดร.ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือ และประธานกรรมการบริษัท เบทาโกรโฮลดิ้ง จำกัด ผู้วางรากฐานการเติบโตของเบทาโกรมาตั้งแต่วันแรก ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองเห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมเกษตรและปศุสัตว์ไทยในการต่อยอดสู่ธุรกิจอาหารที่สร้างคุณค่าแก่ผู้บริโภคและสังคม รวมถึงเป็นผู้ที่ส่งต่อปณิธานที่ยึดมั่นในธุรกิจมาโดยตลอด ‘ความถูกต้อง ต้องมาก่อนกำไร’
โดยปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่เบทาโกรได้ยกระดับวันดังกล่าวสู่ ‘วันแห่งวัฒนธรรมองค์กร’ เพื่อสานต่อคุณค่า แนวคิด และเจตนารมณ์ที่เป็นรากฐานขององค์กร พร้อมเปิดตัวประติมากรรมรูปเสมือนของ ดร.ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ ซึ่งสร้างสรรค์โดย นายนที อุตฤทธิ์ ศิลปินชาวไทยผู้มีชื่อเสียงด้านงานจิตรกรรมหุ่นนิ่ง ประติมากรรม และภาพพิมพ์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการส่งต่อแรงบันดาลใจจากผู้ก่อตั้งสู่คนรุ่นต่อไป

ภายในงาน Betagro Culture Day 2026 เบทาโกรได้เปิดพื้นที่ให้พนักงานจากหลากหลายหน่วยงานทั่วประเทศมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง เพื่อพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ผ่านเวทีเสวนาที่รวบรวมมุมมองจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญภายนอกองค์กร ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อ ‘จากคุณค่าร่วม สู่อนาคตร่วมกันของเบทาโกร’ โดย นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหัวข้อ‘ถอดรหัส DNA องค์กร: เมื่อคุณค่าร่วม ขับเคลื่อนวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง’ โดย นางสาวเยเนอเวียบ ศิริวรรณ ฟิเนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานทรัพยากรมนุษย์ พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ ได้แก่ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดลผ่านหัวข้อ ‘ถอดรหัสการทรานส์ฟอร์ม: จากรากฐานที่มั่นคง สู่บทใหม่ที่ยั่งยืน’ และ ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเมทริกซ์ คอนซัลติ้ง จำกัดในหัวข้อ ‘องค์กรที่พร้อมสำหรับอนาคต: เมื่อคุณค่าร่วมกลายเป็นความได้เปรียบที่ยั่งยืน’
โดยจากการแลกเปลี่ยนมุมมองดังกล่าว สะท้อน 4 มุมมองสำคัญสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน ได้แก่
1. การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากกรอบความคิด- การทรานส์ฟอร์มองค์กรไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนทุกสิ่ง แต่เริ่มต้นจากการเปิดกรอบความคิดให้พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว และต่อยอดจุดแข็งที่องค์กรมีอยู่เดิม เพื่อรับมือกับความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต
2. คุณค่าร่วม คือรากฐานของอนาคตร่วม - องค์กรไม่สามารถเติบโตได้ด้วยกลยุทธ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยผู้คนที่มีคุณค่าร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อน ที่เบทาโกรพนักงานทุกคนจะถูกหล่อหลอมให้มีความคิด ความเข้าใจ (One Thought) เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงขององค์กรผ่าน ‘Betagro DNA’ ที่ประกอบด้วย จุดประสงค์และความเชื่อองค์กรที่ว่า เบทาโกรมุ่งมั่นเพิ่มคุณค่าชีวิตทุกคน ด้วย ‘อาหารที่ดีกว่า’ เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องมีทางเลือกในการเข้าถึงอาหารที่ดีกว่า เบทาโกรจึงทุ่มเททำงานหนัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคน รวมถึง Core Values ที่เรียกว่า ‘PIPIQ+’ ที่เป็นส่วนสำคัญในการบ่มเพาะวัฒนธรรมในการทำงานองค์กร เมื่อพนักงานสามารถเชื่อมโยงคุณค่าของตนเองเข้ากับคุณค่าขององค์กร จะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ เป้าหมายร่วม และความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตร่วมกัน
3. วัฒนธรรมองค์กรถูกสร้างขึ้นในทุกวัน - วัฒนธรรมองค์กรนั้นเกิดจากพฤติกรรม การตัดสินใจ และแนวทางการทำงานในชีวิตประจำวันของทุกคนในองค์กร ทุกคนจึงมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้าง รักษา และส่งต่อวัฒนธรรมองค์กรจากรุ่นสู่รุ่น
4. วัฒนธรรมองค์กร คือความได้เปรียบที่ลอกเลียนแบบไม่ได้- ในยุคที่เทคโนโลยี ความรู้ และโมเดลธุรกิจสามารถเรียนรู้และประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ วัฒนธรรมองค์กรคือปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง เป็นพลังที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลง สร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
การจัดงาน Betagro Culture Day ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงรากฐานและคุณค่าที่องค์กรยึดมั่นมาอย่างยาวนาน แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของเบทาโกรในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง พร้อมส่งต่อคุณค่าร่วมสู่อนาคตร่วมกันของพนักงานทุกคน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และส่งมอบ ‘อาหารที่ดีกว่า’ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนและสังคมในระยะยาว