PR News

“เมื่อการมองเห็น คือโอกาสของชีวิต” กลุ่มธุรกิจ TCP ร่วมปลุกพลังสังคมให้ไปต่อ ส่งต่อโอกาสเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

ในวันที่คุณภาพชีวิตไม่ได้หมายถึงเพียงการมีชีวิตที่ยืนยาว แต่คือการมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง กลุ่มธุรกิจ TCP เชื่อว่าสุขภาวะที่ดี คือรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ผู้คน ครอบครัว และชุมชนก้าวต่อไปได้ ภายใต้แนวคิด  "70 ปี TCP ปลุกพลัง...ให้ไปต่อ" 

1.jpg

ในวันที่คุณภาพชีวิตไม่ได้หมายถึงเพียงการมีชีวิตที่ยืนยาว แต่คือการมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง กลุ่มธุรกิจ TCP เชื่อว่าสุขภาวะที่ดี คือรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ผู้คน ครอบครัว และชุมชนก้าวต่อไปได้ ภายใต้แนวคิด "70 ปี TCP ปลุกพลัง...ให้ไปต่อ" กลุ่มธุรกิจ TCP จึงถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คนจาก 7 กลุ่มพลัง ที่ร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกในด้านการศึกษา สุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี และสิ่งแวดล้อม

เรื่องราวของ นพ.คณินท์ เหลืองสว่าง หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร คือหนึ่งในตัวแทนของพลังด้านสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี ที่เชื่อว่าการช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นอีกครั้ง ไม่ได้เป็นเพียงการรักษาโรค แต่คือการคืนโอกาสในการใช้ชีวิต การทำงาน และการดูแลครอบครัว จากเด็กที่เติบโตในจังหวัดพิจิตรและสั่งสมความเชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นพ.คณินท์ตัดสินใจกลับมาทำงานในบ้านเกิด เพื่อดูแลผู้ป่วยใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง แม้จะมีโอกาสทำงานในเมืองใหญ่หรือโรงพยาบาลเอกชน เพราะเชื่อว่าพื้นที่เหล่านี้ยังต้องการทั้งบุคลากรและเครื่องมือทางการแพทย์ โดยเฉพาะด้านจักษุวิทยาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “คุณภาพชีวิต” ของผู้คน

2.jpg

การสร้างโอกาสเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ป่วยจำนวนมากยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการจักษุแพทย์ ทั้งจากระยะทาง ค่าใช้จ่าย และทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีจำกัด ด้วยเหตุนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP จึงสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ด้านจักษุวิทยาแก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรักษาและขยายโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น เพราะสำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP การสนับสนุนด้านสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีไม่ได้จบที่การส่งมอบอุปกรณ์ แต่คือการช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถส่งต่อโอกาสในการใช้ชีวิตให้กับผู้ป่วยได้จริง

คุณหมอคณินท์เล่าว่า เหตุผลที่เลือกเป็นจักษุแพทย์ เพราะเชื่อว่าดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต "พอมาทำงานด้านจักษุฯ เราก็ยิ่งเห็นว่าดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก การมองไม่เห็นนั้นพรากอะไรไปมากแค่ไหนสำหรับผู้ป่วยบางคน มันไม่ใช่แค่ความลำบาก แต่คือความท้อแท้ สิ้นหวัง และการต้องพึ่งพาคนรอบข้างในทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นเวลาที่เราช่วยให้เขากลับมามองเห็นได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องการรักษา แต่มันคือการช่วยให้เขากลับไปใช้ชีวิตต่อได้อีกครั้ง"

เมื่อการ “มองไม่เห็น” ไม่ได้กระทบเพียงสุขภาพ

สำหรับผู้ป่วยจำนวนมากในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง การสูญเสียการมองเห็นไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสุขภาพ แต่ยังหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ การดูแลตนเอง และการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ขณะเดียวกัน ครอบครัวยังต้องแบกรับภาระด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และรายได้ที่หายไปจากการพาผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวผู้ป่วย แต่ขยายวงกว้างไปสู่ครอบครัวและชุมชนโดยรอบ

ในแต่ละวัน หมอคณินท์ดูแลผู้ป่วยจำนวนมากที่เผชิญปัญหาด้านการมองเห็น ทั้งต้อกระจก เบาหวานขึ้นตา ต้อหิน หรือโรคจอประสาทตาเสื่อม แม้ค่ารักษาส่วนใหญ่จะอยู่ในระบบสิทธิการรักษาของรัฐ แต่ “ต้นทุนชีวิต” ที่ผู้ป่วยต้องแบกรับยังมีอีกมาก หลายคนต้องเดินทางไกลหลายชั่วโมง ต้องเสียค่าเดินทาง ต้องหยุดงาน หรือมีสมาชิกในครอบครัวที่ต้องสละเวลาเพื่อพามารักษา

“คนไข้หลายคนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ต้องนั่งรถมา 4-5 ชั่วโมง บางคนต้องเช่ารถมาเพราะขับเองไม่ได้ แล้วผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงอายุ เขาต้องมีคนพามาด้วย หมายความว่ามันกระทบทั้งคนไข้และครอบครัว บางคนเสียทั้งรายได้ เสียทั้งเวลา บางครั้งถ้ารักษาไม่ทัน เขาอาจสูญเสียโอกาสในการทำงานหรือใช้ชีวิตปกติไปเลย”

แต่สิ่งที่กระทบความรู้สึกของเขามากที่สุด ไม่ใช่เพียงอาการของโรค แต่คือ “ความกลัว” ที่อยู่ในสายตาของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยบางกลุ่มที่รู้ว่าอาการอาจแย่ลงเรื่อย ๆ และอนาคตของตนเองอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“มีคนไข้บางกลุ่มที่เรารู้อยู่แล้วว่า วันหนึ่งเขาอาจมองไม่เห็น แม้วันนี้จะยังพอมองเห็นลาง ๆ แต่โรคมันจะค่อย ๆ แย่ลง คนไข้กลุ่มนี้จะเศร้ามาก เพราะเขารู้ว่าอนาคตตัวเองกำลังจะเปลี่ยนไป เขากลัวว่าจะไม่มีใครดูแล หรือไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม” นพ.คณินท์ เผย

พลังของการให้ ที่ส่งต่อโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศ

การสนับสนุนโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Power of Giving” หรือ “พลังของการให้” ที่กลุ่มธุรกิจ TCP ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนหน่วยงานหรือองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา โครงการ Power of Giving สนับสนุนโรงพยาบาลแล้ว 73 แห่งใน 42 จังหวัด เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังขาดแคลนทรัพยากร สำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากจำนวนเครื่องมือที่ส่งมอบ แต่คือจำนวนผู้คนที่ได้รับโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง

3.jpg

เมื่อการให้ เปลี่ยนการรอคอยเป็นรอยยิ้ม

แม้งานแพทย์จะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความกดดัน แต่สิ่งที่ทำให้หมอคณินท์ยังคง “ไปต่อ” ได้ คือช่วงเวลาที่ผู้ป่วยกลับมายิ้มได้อีกครั้ง เขายังคงจำผู้ป่วยสูงอายุคนหนึ่งได้ดี หลังจากสูญเสียการมองเห็นมานานหลายปี และเคยได้รับคำตอบจากหลายแห่งว่ารักษาได้ยาก แต่เมื่อได้รับการผ่าตัด อาการกลับดีขึ้นอย่างมาก

“มีคุณยายคนหนึ่งอายุประมาณ 70-80 ปี ตอนมาแทบมองไม่เห็นเลยครับ พอรักษาเสร็จแกกลับมามองเห็นดีขึ้นมาก แล้วแกบอกผมว่า อยู่มาตั้งหลายปี ไม่เคยเห็นหน้าหลานชัด ๆ เลย ว่าหลานหน้าตาน่ารักขนาดนี้ มันเป็นอะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งที่เราทำมันมีความหมายจริง ๆ”

สำหรับคุณหมอคณินท์ การรักษาไม่ได้จบแค่การทำให้ผู้ป่วย “มองเห็น” แต่คือการคืน “โอกาส” ให้ชีวิตของใครบางคนอีกครั้ง เมื่อผู้ป่วยกลับมามองเห็น เขาอาจกลับไปทำงาน ดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือทำสิ่งเล็ก ๆ ที่เคยคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำอีกต่อไป

เรื่องราวของหมอคณินท์จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความมุ่งมั่นของบุคลากรทางการแพทย์ แต่ยังสะท้อนแนวคิดเรื่องพลังเพื่ออนาคต ในด้านสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี ที่กลุ่มธุรกิจ TCP เชื่อว่าเป็นหนึ่งในพลังสำคัญที่จะช่วยสร้างสังคมที่แข็งแรงและพร้อมเติบโตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ปลุกพลัง...ให้คนไทยไปต่อ

ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ TCP เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้นเมื่อผู้คนได้รับโอกาสในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้อื่น เรื่องราวของ นพ.คณินท์ เหลืองสว่าง จึงเป็นหนึ่งในเรื่องจริงจากผู้คนทั้ง 7 กลุ่มพลัง ที่ร่วมสะท้อนแนวคิด “ปลุกพลัง...ให้ไปต่อ” ผ่านการสร้างผลกระทบเชิงบวกในด้านการศึกษา สุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี และสิ่งแวดล้อม

เมื่อใครสักคนกลับมามองเห็นอีกครั้ง สิ่งที่ได้รับคืนมาอาจไม่ใช่เพียงภาพที่ชัดเจนขึ้น แต่คือโอกาสในการใช้ชีวิต การทำงาน การดูแลครอบครัว และการสร้างอนาคตของตนเองอีกครั้ง สำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP การสนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์จึงไม่ได้เป็นเพียงการส่งมอบอุปกรณ์ แต่คือการช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถส่งต่อโอกาสเหล่านี้ไปยังผู้ป่วยได้มากขึ้น และเมื่อโอกาสถูกส่งต่อจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง จากองค์กรสู่ชุมชน นั่นคือความหมายของ “ปลุกพลัง...ให้ไปต่อ” ที่กลุ่มธุรกิจ TCP ยึดมั่นมาตลอด 70 ปี