PR News

Happitat ประกาศเปิดตัว "อาณาจักรความสุขต้นแบบใหม่ของโลก" พร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกคน 21 สิงหาคมนี้

1.png

Happitat (แฮปปี้แทท) ประกาศเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นี้ พร้อมเปิดประสบการณ์ New Global Landmark of Happiness จุดหมายปลายทางแห่งความสุขแห่งแรกของโลก ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า ‘ความสุข’ ไม่ควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแค่เฉพาะในโอกาสพิเศษ แต่เป็นสิ่งที่สามารถออกแบบให้เกิดขึ้นได้ในทุกวันของชีวิต

ในวันที่การแข่งขันส่วนใหญ่ เน้นที่ความครบครันและความสะดวกสบาย Happitat เริ่มต้นด้วยคำถามที่แตกต่างว่า ‘เราจะออกแบบสถานที่ที่ทำให้ผู้คนมีความสุขอย่างยั่งยืนได้อย่างไร’ คำถามนี้ได้พัฒนาต่อยอดเป็น Happiness Movement แนวคิดที่มุ่งนิยามบทบาทใหม่ของจุดหมายปลายทาง จากพื้นที่ที่ผู้คนเพียงเดินทางมาเยือน สู่พื้นที่ที่ช่วยขับเคลื่อนความสุข เติมเต็มความรู้สึกและสร้างประสบการณ์เชิงบวกให้กับผู้คน

คุณอรดา เกิดหงษ์ President บริษัท แอ็กซ์ตร้า แฮปปี้แทท จำกัด กล่าวว่า “เราไม่ได้ต้องการสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่ แต่ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ของ Destination Creation ซึ่งพันธกิจ (Mission) ของเราคือการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางแห่งความสุขระดับโลกที่มีความสุขเป็นหัวใจของทุกอย่างตั้งแต่การออกแบบดีไซน์ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ต่างๆ เราต้องการพลิกโฉมอนาคตของการสร้างแลนด์มาร์กเชิงประสบการณ์ให้ขับเคลื่อนด้วยความสุข (Happiness-Led Destination) เป็นที่แรกที่เปลี่ยนบทบาทการสร้างจุดหมายปลายทาง ที่ไม่ใช่เพียงสร้างพื้นที่เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างครบครันเพียงอย่างเดียวแต่สิ่งที่ Happitat ตั้งใจคือคุณค่าทางความรู้สึก ผ่านการสร้างช่วงเวลาที่มีความหมาย สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน และสร้างความทรงจำที่ผู้คนอยากกลับมาสัมผัสอีกครั้ง ซึ่งสิ่งนี้คือ DNA ของ Happitat และคือการเปลี่ยนแปลงที่เราอยากให้เกิดขึ้น Happitat ไม่ได้มองแค่ตลาดในประเทศเท่านั้น แต่เป้าหมายคือไปในระดับสากล เราก้าวข้ามการสร้างสถานที่ที่เป็นพื้นที่เพื่อมาจับจ่ายใช้สอยเพียงอย่างเดียวแต่เรากำลังสร้างประสบการณ์ความสุขที่อยู่ในใจลูกค้าความเชื่อนี้ไม่ใช่แนวคิดที่ถูกหยิบมาเติมในภายหลัง แต่เป็นรากฐานของ Happitat มาตั้งแต่วันแรก และยังคงเป็นหลักคิดที่กำหนดทุกประสบการณ์ ทุกความร่วมมือ และทุกการตัดสินใจของเราจนถึงวันนี้”

และเพื่อเปลี่ยนแนวคิดดังกล่าวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สามารถจับต้องได้ Happitat ได้รังสรรค์ 7 Magical Happiness ที่ผสานแนวคิด การออกแบบ ธรรมชาติ จินตนาการ และความร่วมมือเข้าไว้ด้วยกัน หลอมรวมเป็นประสบการณ์แห่งความสุขในแบบฉบับของ Happitat

3.png

1.  สร้างกระบวนทัศน์ใหม่แห่งความสุข Happiness as a New Paradigm for Destination Design

ความสำเร็จของจุดหมายปลายทางมักถูกวัดจากขนาดของโครงการ ผลประกอบการทางธุรกิจ และจำนวนผู้มาเยือน แต่ Happitat กำลังมุ่งนำเสนอโมเดลอาณาจักรความสุขรูปแบบใหม่ของโลกผ่านแนวคิด Happiness-Led Destination หรือการพัฒนาจุดหมายปลายทางที่มี ‘ความสุข’ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมยกระดับบทบาทของจุดหมายปลายทางให้เป็นมากกว่าสถานที่สำหรับการใช้ชีวิตและการจับจ่าย หากแต่เป็นพื้นที่ซึ่งความสุขไม่ได้เป็นเพียง ‘ผลลัพธ์’ ของการมาเยือน แต่เป็น ‘DNA’ ที่อยู่เบื้องหลังทุกการออกแบบ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายหล่อหลอมความสัมพันธ์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน

Happitat ให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับ โดยเปลี่ยนจากการสร้างเพียงพื้นที่ (Space) สู่การสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจ (Moments) มากกว่าการสร้างธุรกิจและค้าขาย (Transactions) สู่การสร้างความสัมพันธ์และการเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกันอย่างยั่งยืน (Connections) และจากการเป็นเพียงสถานที่ที่ผู้คนแค่มาเยือน (Visitation) สู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนกลับไปพร้อมความทรงจำที่ดี (Memories) เติมเต็มการเรียนรู้ การเล่น การรับประทานอาหาร และการใช้เวลาร่วมกันด้วยจินตนาการและประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่การหลีกหนีจากความเป็นจริงของชีวิต แต่คือวิถีการใช้ชีวิตที่มีความสุขยิ่งกว่า

2.  ธรรมชาติโอบล้อมความสุข Happiness Through Nature

จากการทำวิจัยตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ พบว่าความสุขเกิดขึ้นได้เมื่อผู้คนได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ Happitat จึงวางธรรมชาติเป็นหัวใจของการออกแบบทั้งหมด ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบที่ถูกเติมเข้ามาเท่านั้น โดยได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง สตูดิโอ Foster + Partners ผ่านความร่วมมือกับบริษัท เอฟแอนด์พี (ประเทศไทย) ร่วมกับ TK Studio บริษัทชั้นนำของไทยด้านภูมิสถาปัตยกรรมและ Atelier Ten ผู้อยู่เบื้องหลังงานระดับโลก อาทิ Jewel at Changi Airport และ The Museum of Modern Art Expansion (MoMA) มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบที่มุ่งนำธรรมชาติกลับคืนสู่ผู้คน พร้อมหลอมรวมธรรมชาติและสถาปัตยกรรมให้แนบชิดกันสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เชื่อมต่อผู้คนจากความวุ่นวายของเมืองสู่ผืนป่าอย่างไร้รอยต่อพร้อมสอดแทรกพื้นที่สีเขียวทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง ผ่านดีไซน์สวน (Pocket Garden) และองค์ประกอบธรรมชาติไว้ตลอดเส้นทางสัญจรและทุกชั้นของโครงการอีกทั้งยังศึกษาและคัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นให้เหมาะสมกับสภาพอากาศระดับจุลภาค (Microclimate) ของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ต้นไม้สามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่นและน่าอยู่ในทุกมุมของโครงการ

นอกจากนี้ Happitat ยังเป็นประตูเชื่อมต่อสู่ผืนป่าขนาด 30 ไร่ ด้านหลังโครงการซึ่งเป็นป่ากลางเมืองที่เติบโตจากการเพาะเมล็ดจนพัฒนาเป็นระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของกรุงเทพฝั่งตะวันออกเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็น Bangna's Urban Lung หรือปอดของบางนา ที่ช่วยเติมเต็มสมดุลระหว่างเมืองกับธรรมชาติ และเปิดโอกาสให้ผู้คนใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติได้ในทุกวัน

3.  ที่สุดแห่งโลกแห่งจินตนาการ Happiness Through Imagination

Happitat เชื่อว่าจินตนาการคือจุดเริ่มต้นของความสุขการออกแบบพื้นที่ของ Happitat จึงไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า ‘จะใส่อะไรลงไปในพื้นที่นี้’ แต่เริ่มต้นจากคำถามว่า ‘เราอยากให้ผู้คนรู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ที่นี่’ Happitat จึงได้ร่วมมือกับ ITEC Entertainment อดีตที่ปรึกษาการทำสวนสนุกระดับโลกเพื่อร่วมออกแบบประสบการณ์การมาเยือนและ BUG Studio สร้างสรรค์พื้นที่ที่เรื่องราว จินตนาการ และประสบการณ์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อชวนให้คนทุกวัยออกสำรวจ ค้นพบ และมีส่วนร่วมในทุกการมาเยือน

แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่าน Whimsical Market พื้นที่แฟนตาซีของครอบครัว ที่คัดสรรคาเฟ่และร้านอาหารกว่า 60 ร้านพร้อม Exclusive Characters สัตว์มหัศจรรย์ที่เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุกมุม โดยมีไฮไลต์สำคัญ คือแลนด์มาร์กต้นไม้แห่งจินตนาการความสูงเท่าตึก 3 ชั้นพร้อมยีราฟตัวใหญ่ที่ยืนอยู่คู่กันคอยต้อนรับและชวนผู้มาเยือนให้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ Whimsical Market จะมีโชว์พิเศษในทุกๆ วัน เชื้อเชิญให้ผู้คนได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเดียวกัน เปลี่ยนประสบการณ์การทานอาหารธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจและการค้นพบของทั้งครอบครัว

และอีกหนึ่งไฮไลต์ Lumis Theater Hall ฮอลล์อเนกประสงค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า Lumis หรือ "แสง" ออกแบบให้รองรับทั้งโชว์ การแสดง นิทรรศการ และ Immersive Experiences พร้อมเป็นพื้นที่ที่หลอมรวมแสง สถาปัตยกรรม และเทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์การเล่าเรื่องที่แตกต่างในทุกมิติ

4.  พบโลกดิจิทัลและประสบการณ์คอนเทนต์ระดับโลกตลอดทั้งปี Happiness Through Immersive World

Happitat มุ่งสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล (Phygital Experience) ผ่านการยกระดับการใช้ชีวิตด้วยโลกแห่งประสบการณ์เหนือจินตนาการ (Immersive World) โดยมีจอ LED บริเวณ Grand Stairs ซึ่งเป็นหนึ่งในจอดิจิทัลภายในอาคารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่จะถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน Immersive Experiences เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติซึ่ง Happitat เตรียมจัดแสดง Immersive Experiences บนจอดิจิทัลยักษ์ โดยมีไฮไลต์เป็นผลงาน Immersive ระดับโลกที่จะเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก จากทีมผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น

·      Pixel Artworks สตูดิโอออกแบบประสบการณ์จากสหราชอาณาจักร ผู้อยู่เบื้องหลังผลงานระดับโลก อาทิ การเปิดตัว Netflix's Stranger Things

·      BoraBora Studios สตูดิโอเทคโนโลยีสร้างสรรค์จากเยอรมนี เจ้าของรางวัล Gold – Best Immersive Experience จากเวที Mondo-DR Awards 2026 จากผลงาน The Lost World Aquarium Dubai

·      Idyllias ผู้สร้างประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Gamification ที่เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล

·      Yellaban สตูดิโอสร้างสรรค์ของประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้จัดแสดงในโครงการ Projection Mapping ณ EXPO Hall ภายในงาน World Expo Osaka 2025ผู้เชี่ยวชาญด้านการเล่าเรื่องและการออกแบบประสบการณ์ ที่ผสานการออกแบบ ศิลปะ และเทคโนโลยีพัฒนาคอนเทนต์และประสบการณ์ที่สดใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดทั้งปี

5.  ประสบการณ์สุดพิเศษด้วยร้านอาหารจากเหล่าเชฟมิชลินและเซเลบริตี้เชฟ Happiness Through Culinary Excellence

Happitat เชื่อว่าความสุขเกิดขึ้นได้รอบโต๊ะอาหาร จึงมุ่งสร้างให้ที่นี่เป็น Finest Culinary Destination ครั้งแรกในประเทศไทยที่รวบรวมร้านอาหารจากเชฟมิชลินสตาร์และเชฟชื่อดังไว้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Vuur by Jacob Jan Boerma โดย เชฟ Jacob Jan Boerma เชฟมิชลิน 3 ดาว จากเนเธอร์แลนด์, เชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ เชฟมิชลิน 1 ดาว 9 ปีซ้อน กับร้านใหม่ในเครือ Chim นอกจากนั้น ยังมีร้านอาหารที่ได้รับสัญลักษณ์ บิบ กูร์มองด์ ซึ่ง Lotus’s Eatery ได้รวบรวมเอาไว้หลายร้าน รวมถึงร้านจากเซเลบริตี้เชฟที่รวมตัวกันอีกมากมาย

2.png

นอกจากประสบการณ์ระดับไฟน์ไดนิ่ง Happitat ยังคัดสรรร้านอาหารและคาเฟ่กว่า 100 แบรนด์ มากกว่า 3,000 เมนู ถ่ายทอดความหลากหลายของโลกแห่งอาหารไว้ในจุดหมายปลายทางเดียว มีทั้งร้านคอนเซ็ปต์ใหม่อาทิ CHAGEE คอนเซ็ปต์ Pet-Friendly แห่งแรกของประเทศไทย, Sostare Gelato แบรนด์เจลาโตอาร์ติซานระดับพรีเมียมจากอิตาลีสาขาแรกในศูนย์การค้า รวมงานคราฟต์แบบอิตาเลียน วัตถุดิบพรีเมียม และการบริการอันอบอุ่นเข้าด้วยกัน, Forist Delight ที่เป็นมากกว่าร้านขนมหวาน แต่คือประตูสู่โลกแห่งการค้นพบประสบการณ์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “The Edible Forest” ป่ามหัศจรรย์ที่หลอมรวมธรรมชาติ ความหวาน และจินตนาการไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเมนูสุดพิเศษร้านเปิดแห่งแรกในย่านบางนาอาทิ UORIKI อูโอริกิ (Hokkaido Izakaya) ร้านอาหารญี่ปุ่นสดใหม่จาก CP-Uoriki สัมผัสประสบการณ์ Hokkaido Izakaya เน้นวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพพรีเมียม ในราคาที่จับต้องได้ทั้งเมนูเซ็ตกลางวัน และเมนูอิซากายะช่วงเย็น-ค่ำ, CTM ชาไทยพรีเมียมจากชาตรามือสาขาที่ 4 ของประเทศไทย และเกี๊ยวหยวนจีเกี๊ยวปั้นสด เจ้าดังจากจีนรวมถึงร้านชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Ahjou Tea, Dairy Queen, GAGA, Good Cha, Greek's Cup, 1:2 Coffee, Paul, White Story, เกศเตี๋ยว ฯลฯ ไปจนถึงร้านสตรีทฟู้ดระดับตำนานเพื่อเติมเต็ม Happitat ให้เป็นโต๊ะอาหารแห่งความสุขสำหรับทุกคน

6.  รวมพลังพันธมิตรร่วมสร้างความสุข Happiness Through Curated Partnerships

สำหรับ Happitat ความสุขไม่ได้วัดจากจำนวนร้านค้าหรือแบรนด์ แต่เกิดจากการคัดสรรพันธมิตรที่มีแนวคิดเดียวกันในการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับผู้คน ทุกแบรนด์ใน Happitat จึงไม่ได้เข้ามาเป็นเพียงผู้ประกอบการ แต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นส่วนสำคัญของการสร้างระบบนิเวศแห่งความสุขที่ยั่งยืนร่วมกัน

First Thailand Debuts & Exclusive Destination Concepts

Happitat เปิดตัวพันธมิตรทางธุรกิจที่ร่วมกันสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย รวมถึงคอนเซ็ปต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่พัฒนาขึ้นเพื่อ Happitat โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น

·      Axtra Club ศูนย์รวมสินค้าคัดสรรสุดพิเศษและคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก ในราคาคุ้มค่าสำหรับสมาชิก พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วยร้านอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์โดย Chef Willment Leong ท็อปเชฟระดับโลก และผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียของ World Association of Chefs' Societies (Worldchefs)

·      7-Eleven กับคอนเซ็ปต์ร้านรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน ยกระดับประสบการณ์ร้านสะดวกซื้อในรูปแบบที่แตกต่าง

·      Lotus’s PRIVÉ Market พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตแนวคิดใหม่ กับคอนเซ็ปต์ 'Premium Fresh & Lifestyle Hub' พลิกโฉมพื้นที่กว่า 500 ตร.ม. ให้เป็นไลฟ์สไตล์ฮับพรีเมียมสำหรับ Happitat ภายใต้ปรัชญา "Less, but Better" Curated Excellence: คัดสรรที่สุดของวัตถุดิบนำเข้าชั้นเลิศ เนื้อวากิว ผักผลไม้ออร์แกนิก ไวน์เซลลาร์ และโซนพรีเมียมช็อกโกแลตจากทั่วโลก Modern Experience: ดีไซน์สไตล์บูติกพร้อมนวัตกรรมอัจฉริยะและ Healthy Bar เพื่อตอบโจทย์วันดีๆ และไลฟ์สไตล์ที่คิดมาเพื่อทุกคนโดยเฉพาะ

·      True Branding Shop & True Sphere จุดหมายแห่งใหม่ของการเชื่อมต่อคอมมูนิตี้และการมอบประสบการณ์เหนือระดับ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเติมเต็มทุกช่วงเวลาอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การบริการระดับ Super First Class จาก TrueSphere ควบคู่กับพื้นที่รีเทลที่ครบครันและโดดเด่น ภายใต้บรรยากาศพรีเมียมที่เชื่อมโยงผู้คน ไลฟ์สไตล์ และความหลากหลายของคอมมูนิตี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

·      สุดยอดอาณาจักรของเล่นและเทคโนโลยีแห่งใหม่ เตรียมพบกับประสบการณ์แห่งจินตนาการสำหรับทุกคนในครอบครัวรวบรวมของเล่น เทคโนโลยี AI ของสะสม Art Toy หายาก และสินค้าจาก IP Character ชื่อดังไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์ทั้งนักสะสมและแฟนคลับคาแรกเตอร์ทุกวัย

Exclusive Destination Concept

นอกเหนือจากแบรนด์ใหม่ที่จะมีครั้งแรกในไทยและคอนเซ็ปต์ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก Happitat ยังร่วมพัฒนาประสบการณ์เฉพาะร่วมกับพันธมิตรในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกมิติ

·      สถาบันเสริมทักษะสำหรับเด็ก และศูนย์การเรียนรู้ของครอบครัว

Happitat สร้างจุดหมายปลายทางแห่งการเรียนรู้ที่ใหญ่ที่สุดในย่านบางนา ด้วยการรวบรวมสถาบันชั้นนำกว่า 15 แห่ง ครอบคลุมทั้งวิชาการ ดนตรี ศิลปะ การเคลื่อนไหว และการออกกำลังกาย อาทิ Bagel Swings Social Club, Cymath School, Dinos Drum, Phonic 1st, Top One, The D.T x Math Logik, Yamaha Music School, Chinese Hub Language School, NEXT GEN Success School และสถาบันชั้นนำอีกมากมาย

·      แบรนด์ดูแลสุขภาพและความงาม

Happitat ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย ฟิตเนส และการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม เพื่อให้การดูแลตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวัน จะมีฟิตเนสรูปแบบใหม่ครั้งแรกของเมืองไทยพร้อมสระว่ายน้ำและสนาม Pickleball Court ลอยฟ้าที่เห็นวิวเมืองสุดลูกหูลูกตาพร้อมรวบรวมพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพ ความงาม เพื่อตอบโจทย์ผู้คนทุกช่วงวัยเอาไว้มากมาย อาทิ Kaew Pilates Studio, Flex Rehab, Setai Exclusive, Sarang Hair, HANA STUDIO และ THE LOFT CLINIC

·      แบรนด์ไลฟ์สไตล์

นอกเหนือจากประสบการณ์พิเศษ Happitat ยังให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตในทุกวัน ผ่านการคัดสรรสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เพื่อให้ทุกความต้องการในชีวิตประจำวันสามารถเกิดขึ้นได้ในจุดหมายปลายทางเดียว โดยมีแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Eco Ring Japan,OWNDAYS, LAB PHARMACY, Studio 7, BANANA และ IT CITY | CSC 

·      บริการสำหรับสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร

Happitat เติมเต็มประสบการณ์สำหรับคนรักสัตว์ด้วยการคัดสรรพันธมิตรด้านสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยง อย่างแบรนด์ Jerhigh มาร่วมสร้างบริการPet Serviceควบคู่กับการออกแบบพื้นที่ Pet-Friendly มีพื้นที่ Pet Park ขนาดกว่า 150 ตารางเมตร พื้นที่โล่งที่เปิดให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงสามารถวิ่งเล่นและออกกำลังกายพร้อมกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้ใช้เวลาร่วมกัน ต่อยอดสู่การสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ให้เติบโตไปพร้อมกับ Happitat

7.  เชื่อมโยงความสุขเพื่อทุกวัยในครอบครัว Happiness for Multigenerational Joy

เพราะทุกช่วงเวลาที่ได้ใช้กับครอบครัวและคนที่เรารักคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์และความทรงจำที่มีความหมาย Happitat ได้รับการออกแบบให้เป็น พื้นที่แห่งการใช้เวลาร่วมกัน ที่เชื่อมโยงผู้คนทุกเจเนอเรชัน ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงไลฟ์สไตล์ของคนแต่ละช่วงวัย แต่ยังเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยง ได้เรียนรู้ สนุก ใช้ชีวิต และสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน ผ่านโปรแกรมของร้านค้า เวิร์กช็อปกิจกรรมที่ดีไซน์พิเศษเพื่อให้คนทุกวัยได้มีส่วนร่วม และประสบการณ์ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างตั้งใจเพื่อให้ทุกการมาเยือนกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่แบ่งปันร่วมกัน

ตลอดทั้งปี Happitat จะเติมเต็มพื้นที่แห่งนี้ด้วยเทศกาล งานอีเวนต์ ขบวนพาเหรด การแสดง กิจกรรม Immersive และ Community Gathering ที่ออกแบบขึ้นเพื่อสร้างช่วงเวลาแห่งความสุข พร้อมเชื่อมโยงทุกประสบการณ์ให้ต่อเนื่องผ่าน Happitat Application บน Amaze Super App แพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้เครือซีพีกรุ๊ป เชื่อมต่อบริการ สิทธิประโยชน์ และระบบสะสมคะแนนจากธุรกิจในเครือและพันธมิตรไว้ในระบบเดียวอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Ecosystem) ทำให้ Happitat เป็นส่วนหนึ่งของ Loyalty Program ที่มอบประสบการณ์และสิทธิประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมโลกดิจิทัลเข้ากับประสบการณ์จริงภายในโครงการ

นอกจากนี้ Happitat ยังเปิดพื้นที่ให้แบรนด์ พันธมิตร ครีเอเตอร์ และคอมมูนิตี้จากหลากหลายวงการ ร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ไปพร้อมกัน เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรม ความร่วมมือ และบทสนทนาใหม่ๆ ที่จะช่วยเติมชีวิตชีวาให้ Happitat สร้างมิติและมุมมองใหม่ให้ผู้คนกลับมาใช้เวลาร่วมกันได้ตลอดทั้งปี

"วันที่เราเริ่มออกแบบ Happitat การให้ 'ความสุข' เป็นจุดตั้งต้นของทุกการตัดสินใจอาจเป็นแนวคิดที่หลายคนยังไม่คุ้นเคย แต่วันนี้เรารู้สึกยินดีที่ได้เห็นผู้พัฒนาโครงการหลายแห่งเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับธรรมชาติ สุขภาวะ และประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้น เพราะหากจุดหมายปลายทางต่างๆ สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขให้กับผู้คนได้มากขึ้น ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อทุกคน

เราเปรียบสิ่งนี้เหมือน Butterfly Effect ที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ล้วนเริ่มต้นจากแรงเหวี่ยงของปีกผีเสื้อ แต่สร้างแรงกระเพื่อมที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกหาก Happitat ได้เป็นส่วนหนึ่งของการจุดประกายแนวคิดนี้ และมีส่วนผลักดันให้ 'ความสุข' กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการออกแบบจุดหมายปลายทาง นั่นคือสิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุด" คุณอรดา กล่าวปิดท้าย

Happitat พร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกคนอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เพื่อชวนทุกคนมาสัมผัสอาณาจักรแห่งความสุขรูปแบบใหม่ของโลก ที่ธรรมชาติ จินตนาการ นวัตกรรม ประสบการณ์ และความร่วมมือจากพันธมิตร ได้รับการหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างตั้งใจ เพื่อเป็นอาณาจักรความสุขในใจของทุกคน

ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดของ Happitat เพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: Happitat Thailand หรือเว็บไซต์ www.happitatthailand.com