PR News

เมื่อ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจไทย จากยุคซื้อซอฟต์แวร์ สู่ยุคสร้างระบบของตัวเอง

496201_0.jpg

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจไทยคุ้นเคยกับการลงทุนในซอฟต์แวร์สำเร็จรูป เพื่อยกระดับการทำงานภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี ระบบบริหารคลังสินค้า ระบบ CRM หรือเครื่องมือด้านการตลาด แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่ก็ต้องแลกกับข้อจำกัดในการปรับแต่งระบบให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานของแต่ละองค์กร

การมาถึงของ Artificial Intelligence (AI) กำลังเปลี่ยนสมการนี้อย่างสิ้นเชิง

เมื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ใช่เรื่องของทีมวิศวกรเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจและผู้บริหารสามารถมีบทบาทในการออกแบบและสร้างเครื่องมือที่ตอบโจทย์องค์กรได้ด้วยต้นทุนและเวลาที่ลดลงกว่าเดิมหลายเท่า

496202_0.jpg

นี่คือเหตุผลที่ SV Academy (Silicon Valley Academy) มองว่า การแข่งขันในยุค AI จะไม่ได้วัดกันว่าองค์กรใดเข้าถึงเทคโนโลยีก่อน แต่จะวัดกันว่าใครสามารถเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจได้เร็วกว่ากัน

จากผู้ใช้เทคโนโลยี สู่ผู้สร้างนวัตกรรม

SV Academy ก่อตั้งโดย พรหม ปาลเดชพงศ์ นักการศึกษา และสองอดีตวิศวกรจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ได้แก่ ไกรรัตน์ (มาร์ช) ไมรินทร์ จาก Amazon และ Databricks และ ชาลี พิสุราช จาก Meta, Google และ Robinhood Markets ซึ่งมีประสบการณ์พัฒนาระบบที่รองรับผู้ใช้งานตั้งแต่หลักล้านถึงพันล้านคน ไกรรัตน์ ไมรินทร์ กล่าวว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไม่ใช่แค่ความสามารถของ AI แต่คือความเร็วในการสร้างนวัตกรรม

"ที่ผ่านมา การพัฒนาผลิตภัณฑ์หนึ่งอาจต้องใช้ทีมงานจำนวนมากและใช้เวลาหลายเดือน แต่ปัจจุบัน AI สามารถช่วยลดขั้นตอนการพัฒนา ทำให้ธุรกิจทดลองไอเดีย สร้างต้นแบบ และนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า"

ผลที่เกิดขึ้นคือ บทบาทของบุคลากรด้านเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนจากผู้เขียนโค้ด ไปสู่ผู้กำหนดโจทย์ ออกแบบระบบ และตรวจสอบคุณภาพของผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น

496204_0.jpg

ยุคใหม่ของ Competitive Advantage

สำหรับองค์กร ความได้เปรียบไม่ได้เกิดจากการใช้ AI เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างระบบที่ตอบโจทย์กระบวนการทำงานของตัวเอง

ชาลี พิสุราช ผู้เชี่ยวชาญด้าน Technical Infrastructure มองว่า AI เปรียบเสมือนทีมงานที่มีศักยภาพสูง แต่สิ่งที่ยังต้องอาศัยมนุษย์ คือการออกแบบกระบวนการทำงานและกำหนดทิศทางของระบบ

"องค์กรที่สร้าง Workflow ของตัวเองได้ จะเคลื่อนตัวได้เร็วกว่าการใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ทุกคนใช้เหมือนกัน"

แนวคิดนี้กำลังกลายเป็นเทรนด์ของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ที่หันมาพัฒนาระบบเฉพาะองค์กร (Custom AI Workflow) เพื่อสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน มากกว่าพึ่งพาแพลตฟอร์มมาตรฐานเพียงอย่างเดียว

496207_0.jpg

เมื่อ AI เปิดโอกาสให้ SME แข่งขันได้

SV Academy เชื่อว่า AI กำลังลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ในอดีตอาจไม่มีงบประมาณในการสร้างระบบของตัวเอง

หลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการของสถาบันจึงออกแบบให้เจ้าของธุรกิจสามารถพัฒนาเครื่องมือที่ตอบโจทย์องค์กร ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการคำสั่งซื้อ ระบบบริหารสต็อก ระบบบัญชี หรือ Workflow Automation โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านโปรแกรมมิง

เป้าหมายไม่ใช่การสร้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจวิธีใช้ AI เพื่อแก้ Pain Point ของธุรกิจ และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้ด้วยตัวเอง

Mindset คือโจทย์ใหญ่กว่าการใช้ AI

แม้ AI จะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ผู้ก่อตั้ง SV Academy มองว่า ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี หากเป็นการปรับวิธีคิดขององค์กร

จากเดิมที่มอง AI เป็นเครื่องมือช่วยทำงาน มาเป็นการมอง AI ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของการสร้างธุรกิจและนวัตกรรม

เพราะในอนาคต ความได้เปรียบขององค์กรอาจไม่ได้อยู่ที่การใช้เครื่องมือเดียวกับคู่แข่ง แต่อยู่ที่การสร้างระบบที่ตอบโจทย์ธุรกิจของตัวเองได้ดีกว่า เร็วกว่า และสามารถต่อยอดเป็นโอกาสใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

ในวันที่ต้นทุนของการสร้างซอฟต์แวร์ลดลงอย่างมากจากการเข้ามาของ AI การแข่งขันจึงกำลังเปลี่ยนจาก "ใครซื้อเทคโนโลยีได้มากกว่า" ไปสู่ "ใครสร้างคุณค่าจากเทคโนโลยีได้มากกว่า" และนั่นอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจไทยในทศวรรษต่อไป

496205_0.jpg

คอร์สรุ่นต่อไปสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ

ทั้งนี้ SV Academy เตรียมเปิดคอร์สรุ่นต่อไปสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะ ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ด แต่จะได้ลงมือสร้างซอฟต์แวร์ใช้งานจริงระดับโปรดักชันด้วยตนเอง พร้อมบลูพรินต์ของกระบวนการและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลต่อเนื่อง คลาสแรกเริ่มวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ sv-academy.org/entrepreneurs