PR News

เคทีซีจับตา Agentic Commerce กติกาใหม่ของธุรกิจการเงิน เมื่อ AI ก้าวสู่บทบาทผู้ตัดสินใจแทนผู้บริโภค

1.jpg

หลายทศวรรษที่ผ่านมา การแข่งขันของธุรกิจการเงินแทบทุกแห่งมีโจทย์เดียวกัน คือ "ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการของเรา" ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบัตรเครดิต สิทธิประโยชน์ คะแนนสะสม โปรแกรมสมาชิก หรือประสบการณ์การชำระเงินที่รวดเร็วและสะดวกขึ้น ทุกนวัตกรรมล้วนมุ่งตอบโจทย์มนุษย์ในฐานะผู้ตัดสินใจ แต่วันนี้ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่อาจพลิกโฉมทั้งอุตสาหกรรม เมื่อ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กำลังก้าวจากบทบาทผู้ช่วย ไปสู่ผู้ลงมือทำ หรือ AI Agent ผู้ที่ค้นหาสินค้า เปรียบเทียบราคา ต่อรองเงื่อนไข และกดชำระเงินในอนาคต อาจไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็น AI ที่ได้รับสิทธิ์ให้ดำเนินการแทนเจ้าของบัญชี

หากเป็นเช่นนั้น สิ่งที่กำลังเปลี่ยน ไม่ใช่เพียงวิธีซื้อสินค้า แต่คือ "ผู้มีอำนาจตัดสินใจในการใช้เงิน" และเมื่อผู้ตัดสินใจเปลี่ยน กติกาของธุรกิจการเงินก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย AI ไม่ได้กำลังแทนที่คน แต่กำลังได้รับสิทธิ์ให้ตัดสินใจแทนคน ในเวทีเทคโนโลยีระดับโลกปีนี้ คำว่า Intelligence Shift ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เพื่ออธิบายการเปลี่ยนผ่านของ AI จากเครื่องมือที่รอรับคำสั่ง ไปสู่ระบบที่สามารถวิเคราะห์ วางแผน ประสานงาน และดำเนินงานแทนมนุษย์ได้ในหลายขั้นตอน จนถูกเรียกว่า The New Interface for Everything

ตัวอย่างเริ่มเกิดขึ้นจริงแล้ว ร้านอาหารใช้ AI วิเคราะห์การดำเนินงานทั้งร้านและแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ โรงพยาบาลใช้ AI ติดตามผู้ป่วยหลังกลับบ้าน บริษัทเวชภัณฑ์ใช้ AI คัดกรองโอกาสทางธุรกิจ ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ใช้ AI ช่วยเรียนรู้จากสถานการณ์จริงแบบเรียลไทม์ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่มนุษย์ แต่เพื่อรับผิดชอบงานที่เคยต้องอาศัยการตัดสินใจของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ จุดเปลี่ยนที่แท้จริง คือวันที่ AI เริ่ม "ใช้เงิน" ความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาที่สุด คือการเกิดขึ้นของ “Agentic Commerce”

ที่ผ่านมาผู้บริโภคต้องเป็นผู้ค้นหา เปรียบเทียบราคา อ่านรีวิว เลือกโปรโมชั่น และกดชำระเงินด้วยตนเอง แต่ในอนาคต ผู้บริโภคอาจเพียงกำหนดเป้าหมายว่า "หาตั๋วเครื่องบินไปโตเกียวช่วงปลายปี พร้อมโรงแรมที่เดินทางสะดวก ในงบประมาณที่กำหนด และใช้คะแนนสะสมให้คุ้มค่าที่สุด" จากนั้น AI จะเป็นผู้ค้นหา วิเคราะห์ เปรียบเทียบ ต่อรองราคา เลือกข้อเสนอ และดำเนินการชำระเงินโดยอัตโนมัติ ภายใต้สิทธิ์ที่เจ้าของบัญชีอนุญาตไว้ ยิ่งไปกว่านั้น AI ของผู้ซื้ออาจสามารถเจรจากับ AI ของผู้ขายโดยตรง เพื่อหาข้อเสนอที่เหมาะสมที่สุด ทำให้การซื้อขายในอนาคตอาจเกิดขึ้น โดยที่มนุษย์แทบไม่ต้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน นี่คือความหมายของ Agentic Commerce ที่กำลังเปลี่ยน "การซื้อสินค้า" ให้กลายเป็น "การตัดสินใจของ AI" เมื่อผู้ตัดสินใจเปลี่ยน ธุรกิจการเงินก็ต้องเปลี่ยน นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุด

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจการเงินแข่งขันกันเพื่อให้ "คน" เลือกใช้บริการ แต่เมื่อ AI กลายเป็นผู้เปรียบเทียบและตัดสินใจแทนเจ้าของบัญชี การแข่งขันจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง AI ไม่ได้ตัดสินใจเพราะโฆษณาที่น่าประทับใจ หรือความผูกพันกับแบรนด์ AI จะตัดสินใจจากข้อมูลที่วัดผลได้ เช่น ราคา ค่าธรรมเนียม สิทธิประโยชน์ ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย ความเร็ว และเงื่อนไขของบริการ นั่นหมายความว่า การแข่งขันของธุรกิจการเงินกำลังเปลี่ยนจาก Business-to-Consumer (B2C) ไปสู่ Business-to-Agent (B2A) หรือการแข่งขันเพื่อให้ AI เป็นผู้เลือกใช้บริการ การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อทุกมิติของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ โปรแกรมสิทธิประโยชน์ การบริหารความเสี่ยง การตลาด ไปจนถึงการกำกับดูแล เพราะผู้ที่วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และเลือกบริการ อาจไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป

ที่ผ่านมาธุรกิจการเงินแข่งขันกันว่าใครทำให้การชำระเงินเร็วกว่า ง่ายกว่า และไร้รอยต่อมากกว่า แต่ในยุคของ Agentic Commerce สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างอาจไม่ใช่ "ความเร็ว" หากเป็น ความไว้วางใจ (Trust) ระบบการเงินจะต้องตอบคำถามใหม่ๆ ได้ เช่น AI ตัวนี้ได้รับอนุญาตจากใคร ใช้วงเงินได้เท่าใด ซื้อสินค้าอะไรได้บ้าง ใครรับผิดชอบหาก AI ทำธุรกรรมผิดพลาด เจ้าของบัญชีสามารถเพิกถอนสิทธิ์ได้เมื่อใด และระบบสามารถตรวจจับความผิดปกติได้แบบเรียลไทม์หรือไม่ กล่าวอีกนัยหนึ่ง การแข่งขันกำลังเปลี่ยนจาก Payment Infrastructure ไปสู่ Trust Infrastructure ซึ่งความสามารถในการยืนยันตัวตน กำหนดสิทธิ์ กำกับดูแล และตรวจสอบ AI จะกลายเป็นหัวใจของธุรกิจการเงินยุคใหม่

สำหรับ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  การเกิดขึ้นของ Agentic Commerce ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคและระบบการชำระเงิน การติดตามพัฒนาการของ AI จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ แต่เพื่อทำความเข้าใจว่าอนาคตของการใช้จ่ายจะเปลี่ยนไปอย่างไร และออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวก ปลอดภัย โปร่งใส และควบคุมการตัดสินใจของ AI ได้อย่างมั่นใจ

เคทีซีมองว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การแข่งขันของธุรกิจการเงินอาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนธุรกรรม หรือความเร็วของการอนุมัติอีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการสร้างระบบที่ทั้ง "คน" และ "AI" ไว้วางใจให้ทำธุรกรรมได้อย่างปลอดภัย ตรวจสอบได้ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม เพราะในวันที่ AI กลายเป็นผู้ใช้เงินแทนมนุษย์ ผู้ชนะของธุรกิจการเงินอาจไม่ใช่องค์กรที่มี AI ที่ฉลาดที่สุด หากคือองค์กรที่สร้างความไว้วางใจ ให้ AI ตัดสินใจเลือกใช้บริการได้ โดยที่เจ้าของบัญชียังคงมั่นใจว่า เงินของตนจะถูกใช้ไปตามเจตนาที่กำหนดไว้ และนั่นคือเหตุผลที่เคทีซีมองว่า Agentic Commerce ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังเขียนกติกาใหม่ของธุรกิจการเงิน ที่ทุกองค์กรต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้

การแข่งขันของธุรกิจการเงินกำลังเปลี่ยนจาก Business-to-Consumer ไปสู่ Business-to-Agent ความได้เปรียบใหม่ที่ไม่ใช่ความเร็ว แต่คือความไว้วางใจ