PR News

ซัมซุงพลิกเกมการตลาด เลือกพูดภาษาเดียวกับผู้บริโภค เปิดพื้นที่ให้ผู้กำกับ Gen Z สร้างภาพจำใหม่ของ Galaxy Z Series

1.jpg

เมื่อหลายแบรนด์ต่างบอกว่าต้องการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ แต่คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่าแบรนด์เข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากแค่ไหน ความท้าทายคือแบรนด์พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนกำหนดวิธีสื่อสารมากเพียงใด ซึ่งซัมซุงเลือกที่จะใช้วิธีนี้กับแคมเปญ Galaxy Z Series มือถือจอพับได้ที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการทั่วโลกเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา จากเดิมที่แบรนด์เป็นผู้ตีความและพยายามเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายชอบและต้องการเห็นอะไร เป็นการต่อพื้นที่สร้างสรรค์ให้ผู้กำกับที่ใช้ชีวิตอยู่ในวัฒนธรรมเดียวกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยภาษา ภาพ และอารมณ์ ในมุมมองใหม่ ๆ ที่เข้าใจพวกเขาจริง

ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจ Digital Media Trends 2025 ของ Deloitte ในสหรัฐอเมริกาที่พบว่า 56% ของ Gen Z มองว่าคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียมีความเกี่ยวข้องกับตนเองมากกว่ารายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ รวมทั้งใช้เวลากับแพลตฟอร์มโซเชียลและคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นมากกว่าผู้บริโภคทั่วไปถึง 54% หรือประมาณ 50 นาทีต่อวัน สะท้อนว่าการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ ไม่อาจพึ่งเพียงสูตรสำเร็จของโฆษณาแบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างคอนเทนต์ที่มีภาษา ภาพ และมุมมองใกล้เคียงกับความเป็นตัวตนหรือจริตที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่

จากการ “เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย” สู่การให้กลุ่มเป้าหมายเป็นคนเล่า

สำหรับแคมเปญภาพยนตร์โฆษณา Galaxy Z Series ซัมซุงเลือก บูเก้ นภัสสร สมฤทธิ์ ผู้กำกับชาวไทยที่ปัจจุบันทำงานและได้รับการยอมรับที่กรุงโซล เกาหลีใต้ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาตั้งแต่ Z Ray Teaser ก่อนช่วงการเปิดตัว รวมทั้งภาพยนตร์โฆษณาหลังเปิดตัวของทั้ง Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8

บูเก้สำเร็จการศึกษาด้านภาพยนตร์จาก School of Visual Arts ในนครนิวยอร์ก ก่อนเริ่มต้นเส้นทางการทำงานด้านภาพยนตร์โฆษณาและมิวสิกวิดีโอในกรุงเทพฯ ให้วงการ T-POP และย้ายไปกรุงโซล สร้างสรรค์ผลงานร่วมกับศิลปิน K-POP รวมทั้งแบรนด์ และทีมงานนานาชาติ บูเก้เป็นผู้กำกับสาย Maximalist จึงมีลายเซ็นที่เป็นเอกลักษณ์ในการเล่าเรื่องภาพเหนือจริง สีสันสะดุดตา และการผสมผสานเทคนิคการสร้างภาพยนตร์แบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้วยการสร้างโลก อารมณ์ และรายละเอียดที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเข้าไปมีส่วนร่วมและตีความด้วยตัวเอง ผ่านวิธีคิดและความเชื่อมโยงกับผู้ชมในระดับสากล ผ่านภาษาภาพร่วมสมัย

โจทย์ของ Galaxy Z Series ในครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการสื่อสารถึงฟีเจอร์สมาร์ทโฟนจอพับเท่านั้น แต่ต้องการเล่าให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ ความบันเทิง แฟชั่น และการแสดงตัวตนของผู้ใช้อย่างไร นี่จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผู้กำกับ แต่คือการเปลี่ยนมุมมองของคนเล่าเรื่อง ที่สะท้อนความตั้งใจของซัมซุงที่จะเปิดรับมุมมองและวิธีการเล่าเรื่องรูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่าแบรนด์กำลังพูดภาษาเดียวกับพวกเขา

Z Ray Teaser จุดเริ่มต้นของจักรวาล Galaxy Z

เริ่มด้วยภาพยนตร์โฆษณา Z Ray Teaser ที่โดดเด่นด้วยการใช้ภาษาภาพเหนือจริง ที่มาพร้อมการจัดองค์ประกอบที่โดดเด่น และการเล่าเรื่องที่ไม่ได้เร่งอธิบายทั้งหมดในทันที ให้ผู้ชมได้ตีความเรื่องราวด้วยตัวเอง ส่งให้กระแสความตื่นเต้นพุ่งทะยานสู่โลกออนไลน์ว่า สมาร์ทโฟนไซซ์ใหม่จากซัมซุงรุ่นนี้ จะล้ำและทำถึงขนาดไหน พร้อมที่จะเป็นเจ้าของแล้ว! นอกจากนี้ ยังได้รับความสนใจจากทีมงานซัมซุงระดับภูมิภาค นำไปพิจารณาเผยแพร่หรือต่อยอดในตลาดประเทศอื่น สะท้อนความสำเร็จที่ว่างานสร้างสรรค์จากทีมไทยสามารถก้าวข้ามบริบทของตลาดภายในประเทศได้

2.jpg

แนวคิดนี้ยังถูกขยายต่อเป็น Spin-off Content ที่ได้เหล่า Team Galaxy ทั้งนักแสดงและศิลปินชั้นนำของไทยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล Galaxy Z ช่วยให้แคมเปญไม่ได้สื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาชิ้นเดียว แต่กลายเป็นการ Takeover บนโซเซียลมีเดีย ช่วยสร้างกระแสให้กับการเปิดตัวในคืนวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา

เล่า Fold และ Flip ผ่านวิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงรายการฟีเจอร์

แนวคิดเดียวกันถูกนำมาต่อยอดในภาพยนตร์โฆษณาของ Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 ด้วยเส้นเรื่องและวิธีเล่าที่แตกต่างกัน แต่มีวิธีคิดเดียวกันคือ เริ่มต้นจากชีวิตและความรู้สึกของผู้ใช้ แล้วจึงนำผลิตภัณฑ์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว

สำหรับ Galaxy Z Fold8 หนังโฆษณาเลือกตีความสมาร์ทโฟนจอพับผ่านวิธีใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ โดยมองเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหา การทำงาน การเสพคอนเทนต์ และการต่อยอดไอเดีย มากกว่าการนำเสนอฟังก์ชันหรือสเปกแบบแยกส่วน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งบนหน้าจอด้านนอกและหน้าจอหลัก

ส่วน Galaxy Z Flip8 ใช้สีสัน จังหวะ และอารมณ์ ถ่ายทอดความมั่นใจและการแสดงตัวตนของผู้ใช้ โดยเชื่อมดีไซน์ของมือถือเข้ากับแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน แทนการแข่งขันกันด้วยจำนวนฟีเจอร์เพียงอย่างเดียว

3.jpg

ไม่ได้สื่อสารถึงแค่ Gen Z แต่ยังสื่อสารถึงผู้บริโภคที่มีชีวิตร่วมสมัย

แม้ภาพยนตร์ของ Galaxy Z Series จะใช้ภาษาและภาพที่เชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ แต่ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ถูกจำกัดไว้สำหรับ Gen Z เท่านั้น กลุ่มผู้ใช้สามารถครอบคลุมตั้งแต่ Gen X ที่ต้องการอุปกรณ์รองรับการทำงานหลายรูปแบบ ไปจนถึง Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงตัวตน รวมถึงผู้บริโภคทุกช่วงวัยที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่และมีไลฟ์สไตล์ทันสมัย

การแบ่งกลุ่มเป้าหมายด้วยอายุเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะผู้บริโภคที่อยู่ต่างเจเนอเรชันสามารถมีพฤติกรรม ความสนใจ และความคาดหวังต่อเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกันได้ สิ่งที่เชื่อมผู้ใช้เหล่านี้เข้าด้วยกันจึงไม่ใช่ปีเกิด แต่คือความต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยให้พวกเขาทำงาน ใช้ชีวิต สร้างสรรค์ และสื่อสารตัวตนได้ยืดหยุ่นมากขึ้น

จากการรู้ว่าผู้ชมสนใจอะไร สู่การเล่าเรื่องให้เชื่อมโยงกับพวกเขาจริง

ซัมซุงยังคงใช้ข้อมูลผู้บริโภคเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจความสนใจและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้สร้างสรรค์ที่เข้าใจวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้ามาช่วยถ่ายทอดเรื่องราว ด้วยภาษา ภาพ และอารมณ์ที่ใกล้กับผู้ชมมากขึ้น

การปรับแนวคิดและการทำงานร่วมกับผู้กำกับรุ่นใหม่ในแคมเปญ Galaxy Z Series จึงไม่ใช่เพียงการปรับรูปแบบของภาพยนตร์โฆษณา แต่เป็นความตั้งใจที่จะเปลี่ยนจากการสื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ ไปสู่การทำงานร่วมกับคนที่เข้าใจโลกและพูดภาษาเดียวกับพวกเขา และเข้ามามีส่วนกำหนดวิธีเล่าเรื่องของแบรนด์ตั้งแต่ต้น ถือเป็นอีกก้าวของการเรียนรู้และปรับวิธีสื่อสารให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้อย่างลื่นไหล และได้รับการยอมรับจากผู้คนที่มีวิถีชีวิตร่วมสมัยในหลากหลายช่วงวัย

สามารถรับชมวิดีโอฉบับเต็ม ได้ที่Galaxy Z Fold8: https://youtu.be/-WJCiJuXKSk?si=sJTp45Y3cMPO_FWO และGalaxy Z Flip8: https://youtu.be/Cpz1UzGVAz0?si=70Gxb8_3KI_RDguS