Trip.Gourmet แพลตฟอร์มคู่มือแนะนำร้านอาหารของ Trip.com Group ฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยการเปิดรายชื่อ “2027 Fine Dining List” หรือสุดยอดร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งประจำปี 2027 งานประกาศผลจัดขึ้นที่สิงคโปร์ร่วมกับ Resorts World Sentosa (RWS) โดยได้รับเกียรติจากพันธมิตรร้านอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และสื่อมวลชนจากทั่วโลก มาร่วมเฉลิมฉลองหนึ่งทศวรรษแห่งการช่วยให้เหล่านักเดินทางได้ลิ้มรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของจุดหมายปลายทางชั้นนำทั่วโลก
2027 Fine Dining List ครอบคลุมร้านจาก 6 ทวีป รวม 105 เมืองใน 40 ประเทศและเขตการปกครอง โดยเวทีแห่งนี้ประกาศสุดยอดร้านอาหารรวม 744 แห่ง แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ รางวัลสูงสุดระดับ Black Diamond (60 ร้าน), ระดับ Diamond (160 ร้าน) และระดับ Platinum (524 ร้าน) โดยปีนี้ได้เพิ่มจุดหมายปลายทางใหม่ 34 แห่งครอบคลุมยุโรป อเมริกาเหนือ โอเชียเนีย เอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน รายชื่อสุดยอดร้านอาหารนี้เติบโตจากการจัดอันดับในตลาดเดียว สู่ลิสต์ร้านอาหารระดับโลกที่ครอบคลุม 66 ประเทศและเขตการปกครอง และ 462 จุดหมายปลายทาง ช่วยนำทางนักเดินทางไปยังร้านอาหารที่คุ้มค่าแก่การออกเดินทางไปสัมผัส
นางสาวซันนี่ ซัน รองประธานของ Trip.com Group และ CEO ของ Trip.Gourmet กล่าวว่า "ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่ได้แค่ออกไปลิ้มลองอาหารตามสถานที่เที่ยวที่เลือกแล้ว เพราะทุกวันนี้ มีคนจำนวนมากเลือกจองร้านอาหารก่อน แล้วค่อยกำหนดวันและสถานที่เที่ยวทีหลัง และเมื่อคนเริ่มเดินทางระหว่างประเทศบ่อยขึ้น Trip.Gourmet จึงมีเป้าหมายที่จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ผู้คนได้ค้นพบร้านอาหารที่คุ้มค่าการเดินทางและสามารถจองร้านและทริปท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจ"
จากปารีสสู่กรุงเทพฯ เมื่อประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลก2027 Fine Dining List ปีนี้สะท้อนความหลากหลายของวงการไฟน์ไดนิ่งทั่วโลก โดยรางวัลครอบคลุมร้านอาหารจาก 40 ประเทศและเขตการปกครอง ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครองสัดส่วนสูงสุดของลิสต์ ด้วยจำนวนร้านอาหาร 478 แห่ง คิดเป็นเกือบสองในสามของยอดรวมทั่วโลก โดยมีร้านจาก 51 เมืองในภูมิภาค และคว้ารางวัลสูงสุดระดับ Black Diamond ได้ถึง 32 รางวัล นำโดยเมืองศูนย์กลางด้านอาหารอย่างกรุงเทพฯ โตเกียว เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง ด้านยุโรปมีขอบเขตทางภูมิศาสตร์กว้างที่สุดในบรรดาทุกทวีป โดยมีร้านอาหารที่ได้รับรางวัลอยู่ใน 35 เมืองจาก 20 ประเทศและเขตการปกครอง และคว้ารางวัลระดับ Black Diamond รวม 23 รางวัล นำโดยปารีสและลอนดอน ส่วนทวีปอเมริกามีร้านอาหารที่ได้รับรางวัลรวม 63 แห่งใน 14 เมือง นำโดยนิวยอร์ก นอกจากนี้ ลิสต์ปีล่าสุดยังครอบคลุมพรมแดนใหม่อย่างเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยมีร้านอาหารที่ได้รับรางวัลเพิ่ม 17 แห่งใน 5 เมือง รวมถึงดูไบและเคปทาวน์
ในฐานะเมืองเจ้าภาพผู้จัดงานเปิดรายชื่อร้านระดับโลกในปีนี้ สิงคโปร์มีร้านอาหารที่ได้รับรางวัลใน 2027 Fine Dining List รวม 27 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ Black Diamond 3 ร้าน, Diamond 8 ร้าน และ Platinum 16 ร้าน ร้านอาหารระดับ Black Diamond ของสิงคโปร์ ได้แก่ Odette, Les Amis และ Restaurant Labyrinth ถือเป็นหนึ่งในเกียรติยศด้านอาหารสูงสุดที่มอบให้แก่ร้านทั่วโลกในปีนี้ ขณะที่ร้านอาหารระดับ Diamond ซึ่งรวมถึง Zén, JAAN by Kirk Westaway และ Summer Pavilion ก็สะท้อนถึงบทบาทของสิงคโปร์ในการก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่น่าจับตาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
สำหรับประเทศไทย มีร้านอาหารได้รับการจัดอันดับใน 2027 Fine Dining List รวม 25 แห่ง โดยกรุงเทพฯ ยังคงตอกย้ำบทบาทในฐานะหนึ่งในเมืองศูนย์กลางด้านอาหารที่สำคัญของเอเชีย ร้านอาหารจากประเทศไทยที่ได้รางวัล ครอบคลุมทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับ Black Diamond 2 ร้าน คือ Sorn และ Sühring, ระดับ Diamond 4 ร้าน ได้แก่ POTONG, Gaggan, Le Du และ Nusara ส่วนระดับ Platinum มี 19 ร้าน อาทิ Gaa, R-Haan, Samrub Samrub Thai, Chim by Siam Wisdom, Haoma Bangkok, Blue by Alain Ducasse, Purple Laurel, INDDEE และ IGNIV Bangkok เป็นต้น ขณะที่จังหวัดภูเก็ตมีร้านอาหารได้รับรางวัลระดับ Platinum 2 แห่ง ได้แก่ Sam’s Steaks & Grill และ PRU การจัดอันดับในครั้งนี้สะท้อนถึงความหลากหลายและศักยภาพของวงการไฟน์ไดนิ่งไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่น่าจับตาของโลก
นายเฉิน ซี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Resorts World Sentosa กล่าวว่า "สิงคโปร์เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมและรสชาติที่หลากหลาย และ RWS มีความภาคภูมิใจที่ได้สะท้อนจิตวิญญาณนี้ผ่านร้านอาหารในเครือของเรา นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับงานเฉลิมฉลองวงการไฟน์ไดนิ่งระดับโลกของ Trip.Gourmet และหวังว่าจะมีนักเดินทางอีกมากมายที่ได้มาค้นพบประสบการณ์ด้านอาหารในพื้นที่รีสอร์ตของเรา"
RWS เป็นรีสอร์ตแบบครบวงจรชั้นนำของเอเชีย มีร้านอาหารกว่า 60 แห่งรวมอยู่ในพื้นที่ นำเสนออาหารหลากหลายสัญชาติจากเชฟชื่อดัง ครอบคลุมตั้งแต่ร้านไฟน์ไดนิ่งไปจนถึงร้านอาหารรสชาติท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา RWS ได้ต้อนรับแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มชื่อดังที่เข้ามาเปิดให้บริการในรีสอร์ต อาทิ Peking Chamber และ Chagee ตอกย้ำความหลากหลายของบริการอาหารของ RWS
สำหรับผลการจัดอันดับร้านอาหารฉบับเต็มของปี 2027 สามารถดูได้ผ่านแอปพลิเคชัน Trip.com

ปัดหมุด 2027 ปีแห่งการจดลิสต์แล้วออกเดินทางนอกเหนือจากการประกาศลิสต์ร้านอาหารล่าสุดแล้ว Trip.Gourmet ยังเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนการค้นพบร้านอาหารให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางที่จองได้จริง ได้แก่
- Global Table Booking: ปัจจุบันมีร้านอาหารกว่า 43,600 แห่งทั่วโลกเข้าร่วมเครือข่ายการจองของ Trip.Gourmet โดยเกือบ 40,000 แห่งเป็นร้านอาหารในต่างประเทศ และหลายแห่งสามารถจองผ่านระบบได้โดยตรง
- WOW Privileges: โปรแกรมสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับสมาชิกระดับ Black Diamond ของ Trip.com Group เพื่อเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถจองร้านที่จองยากในทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยจะเป็นการจองที่นั่งล่วงหน้าสำหรับเดือนถัดไป โดยปัจจุบันร่วมมือกับร้านอาหารชื่อดังพร้อมมอบที่นั่งในร้านจองยากได้กว่า 320 ที่นั่งตลอดทั้งปี พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม อาทิ สิทธิ์รับบริการที่นั่งก่อนใคร การต้อนรับจากเชฟ และเมนูพิเศษที่มีจำนวนจำกัด
Trip.Gourmet ยังเปิดตัว China Travel Culinary List ลิสต์ใหม่ที่ช่วยให้นักเดินทางต่างชาติที่เดินทางไปประเทศจีน สามารถอ่านเมนูอาหาร แจ้งข้อจำกัดด้านอาหาร สั่งอาหาร และจองร้านได้ง่ายขึ้น โดยชุดแรกเปิดให้ใช้งานแล้วใน 30 เมือง และมีแผนขยายครอบคลุมสูงสุดถึง 100 เมืองในอนาคต
ยอดการค้นหาเกี่ยวกับอาหารพุ่งทั่วโลก สะท้อนคนเลือกร้านอาหารก่อนเลือกเมืองเที่ยวเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงอาหารยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ข้อมูลจาก Trip.com Group ระบุว่ายอดการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับอาหารเพิ่มขึ้น 45% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ขณะที่จำนวนคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับอาหารที่แตกต่างกันเพิ่มขึ้น 46% ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ พบว่านักเดินทางที่มีเอ็นเกจเมนต์กับคอนเทนต์ด้านอาหาร มักจะมีเอ็นเกจเมนต์ที่สูงกว่าผู้ใช้งานโดยรวมอย่างชัดเจน โดยประมาณ 41% ของการมีปฏิสัมพันธ์กับผลการค้นหาด้านอาหาร จะนำไปสู่การค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อเนื่อง เทียบกับ 28% ในทุกหมวดหมู่การค้นหาโดยรวม
ในกลุ่มคำค้นหาด้านอาหาร ความสนใจในร้านอาหารเพิ่มขึ้น 68% ส่วนการค้นหาร้านบุฟเฟต์เพิ่มขึ้น 66% และการค้นหาร้านกาแฟ คาเฟ่ และร้านชาก็เพิ่มขึ้น 67% สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางกำลังมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่หลากหลายมากขึ้นระหว่างการเดินทาง ความสนใจในอาหารทะเลเพิ่มขึ้นถึง 218% ขณะที่การค้นหาอาหารท้องถิ่นเพิ่มขึ้นกว่า 700% นอกจากนี้ นักเดินทางยังนิยมค้นหาโดยใส่ชื่อจุดหมายปลายทางไว้กับความต้องการด้านอาหารโดยตรงมากขึ้น เช่น "บุฟเฟต์มาเก๊า" "ร้านอาหารเซี่ยงไฮ้" หรือ "อาหารฮานอย" ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการค้นหาที่เติบโตเร็วที่สุด
เทรนด์นี้ยังขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดต่างประเทศใหม่ ๆ โดยนับตั้งแต่ขยายเข้าสู่ตลาดยุโรปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ยอดการค้นหาด้านอาหารในยุโรปเติบโตอย่างรวดเร็วในหลายตลาด นำโดยอิตาลีและสเปน ขณะที่เยอรมนีและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตลาดที่มียอดค้นหาสูงสุดในยุโรป ต่างมีอัตราการเติบโตในระดับสามหลัก ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จุดหมายปลายทางหลายแห่งก็มียอดการค้นหาด้านอาหารเติบโตเร็วที่สุดในช่วงเวลาเดียวกัน อาทิ ญี่ปุ่น (+130%) อินโดนีเซีย (+347%) และฮ่องกง (+71%)