PR News

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ขยายการใช้งานโปรโตคอล Agentic Mobile (AMP) ทั่วโลก ร่วมกับกระเป๋าเงินดิจิทัลและผู้ให้บริการรับชำระเงิน

1.png

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้ายกระดับโปรโตคอล Agentic Mobile Protocol (AMP) ให้สามารถทำงานข้ามเครือข่ายได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันโครงการโอเพนซอร์สอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรดาผู้นำด้านฟินเทคและการชำระเงินทั่วโลกต่างเร่งนำโปรโตคอลดังกล่าวไปปรับใช้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์ที่มีความน่าเชื่อถือในภาคการค้าขนาดใหญ่

มุ่งหน้าสร้างเครือข่ายการชำระเงินผ่านเอเจนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ระบบเศรษฐกิจ AI จะเกิดขึ้นได้จริง อุตสาหกรรมการเงินต้องมีขีดความสามารถในการรับรองว่า เอเจนต์ AI จะสามารถโต้ตอบ ตัดสินใจ และทำธุรกรรมแทนผู้บริโภคและภาคธุรกิจได้อย่างครบวงจร โดยทุกขั้นตอนจะต้องมีความปลอดภัย ราบรื่น และผ่านการอนุมัติอย่างถูกต้องในทุกเครือข่ายการชำระเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบการชำระเงินผ่านมือถือที่นิยมใช้กันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการสแกนคิวอาร์โค้ด การรูดบัตร หรือการแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ทโฟน

โปรโตคอล AMP เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน 2569 โดย แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้พัฒนาขึ้นให้เป็นโปรโตคอลการชำระเงินแบบเปิดเพื่อรองรับการทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์ AI บนกระเป๋าเงินดิจิทัล ซูเปอร์แอป สมาร์ทดีไวซ์ และอินเทอร์เฟซบนมือถือรูปแบบต่างๆปัจจุบัน โปรโตคอลดังกล่าวกำลังถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วทั้งระบบนิเวศ Alipay+ ของ แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นเครือข่ายการชำระเงินผ่านมือถือที่เชื่อมโยงพันธมิตรผู้ให้บริการกว่า 50 ราย และระบบคิวอาร์โค้ดระดับชาติกว่า 10 ระบบ ครอบคลุมร้านค้า 150 ล้านแห่งและบัญชีผู้ใช้งานถึง 2 พันล้านบัญชีทั่วโลก

สำหรับการดำเนินการในเฟสแรก พันธมิตรดังต่อไปนี้จะทำงานร่วมกับโปรโตคอล AMP เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้าน Agentic Commerce ของตนเอง:

กลุ่มพันธมิตรกระเป๋าเงินดิจิทัลในเฟสแรก:

พันธมิตรกระเป๋าเงินดิจิทัลบนมือถือของ Alipay+ จำนวน 10 ราย จะผสานรวมโปรโตคอล AMP เข้ากับโครงสร้างระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับเอเจนต์ของตนเองในเฟสแรก ซึ่งประกอบด้วย:

Alipay (จีน), AlipayHK (ฮ่องกง ประเทศจีน), DANA (อินโดนีเซีย), GCash (ฟิลิปปินส์), KakaoPay (เกาหลีใต้), MPay (มาเก๊า ประเทศจีน), TNG eWallet (มาเลเซีย), TrueMoney (ไทย), Toss (เกาหลีใต้) และ Starryblu (สิงคโปร์)

กลุ่มพันธมิตรผู้ให้บริการรับชำระเงิน (Acquirers) ในเฟสแรก:

Adyen, Allinpay, Checkout.com, Fiserv, Global Payments, Nuveiและ Worldline 

ผนึกเครือข่ายผู้ให้บริการบัตรและธนาคารกลางสิงคโปร์ สร้างความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมด้านความน่าเชื่อถือ

การสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ครอบคลุมสำหรับ Agentic Commerce จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ในการร่วมกันกำหนดกลไกด้านความน่าเชื่อถือและการกำกับดูแล

แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล, มาสเตอร์การ์ด และ วีซ่า ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาเฟรมเวิร์ก Know-Your-Agent (KYA) เพื่อยกระดับการทำงานข้ามเครือข่าย ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือเครือข่ายผู้ให้บริการบัตร ระบบนิเวศกระเป๋าเงินดิจิทัล แพลตฟอร์มเอเจนต์ และมาร์เก็ตเพลสต่างๆ ให้สามารถจัดการขั้นตอนการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนของเอเจนต์ข้ามระบบได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาศัยแนวทางปฏิบัติที่เห็นพ้องร่วมกัน แต่ยังคงให้อิสระแก่แต่ละเครือข่ายในการตรวจสอบและตัดสินใจด้วยระบบของตนเองเช่นเดิม

เพื่อเป็นการต่อยอดจากเฟรมเวิร์ก Safeguards for Agentic Finance at Runtime (SAFR)แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล, มาสเตอร์การ์ด และ วีซ่า จะร่วมมือกันผ่านโครงการ BuildFin.ai เพื่อผลักดันแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในด้านการยืนยันตัวตน ความรับผิดชอบ และการบริหารความเสี่ยงของเอเจนต์ AI ทั่วทั้งระบบนิเวศการชำระเงินในประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ BuildFin.ai คือแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับอุตสาหกรรมที่ริเริ่มโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) เพื่อเป็นศูนย์รวมของสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี และนักวิจัย ในการร่วมกันพัฒนาและขยายผลโซลูชัน AI สำหรับบริการทางการเงินอย่างมีความรับผิดชอบ

ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการค้าที่ขับเคลื่อนด้วยเอเจนต์ให้มีความปลอดภัยและพร้อมรองรับการขยายตัว ซึ่งจะช่วยให้เอเจนต์ AI สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ทั่วทั้งระบบนิเวศการชำระเงิน ควบคู่ไปกับการรักษามาตรการป้องกันที่รัดกุม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค ร้านค้า และสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเต็มศักยภาพ ขณะนี้ โปรโตคอล AMP ได้เปิดให้ใช้งานในรูปแบบโอเพนซอร์สอย่างเป็นทางการแล้วบนแพลตฟอร์ม GitHubโดยนักพัฒนาแพลตฟอร์ม AI กระเป๋าเงินดิจิทัล ผู้ให้บริการรับชำระเงิน และสถาบันการเงินทั่วโลก สามารถเข้าถึงซอร์สโค้ด (Source code), เครื่องมือพัฒนา SDKs และเอกสารทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องได้อย่างครบถ้วน

เอเจนต์ในฐานะผู้มีบทบาทที่เชื่อถือได้ ข้ามผ่านทุกตลาดและช่องทางการชำระเงิน

เจียง-หมิง หยาง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรม แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า "AMP ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เอเจนต์สามารถเข้าสู่ระบบการชำระเงินบนมือถือที่มีอยู่ในปัจจุบันในฐานะผู้มีบทบาทที่เชื่อถือได้ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นว่า หลังจากเปิดตัวเพียงไม่กี่เดือน กระเป๋าเงินดิจิทัลและพันธมิตรด้านการชำระเงินจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ได้เร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้าน AI ของตน โดยการนำขีดความสามารถอันน่าตื่นเต้นนี้ไปส่งมอบให้แก่ผู้ใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริง"

คุณสมบัติเด่นของโปรโตคอล Agentic Mobile (AMP) ประกอบด้วย:

·      การทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์ครบวงจรข้ามอุปกรณ์: ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องสลับแอปพลิเคชันหรือเปลี่ยนความเคยชินในการชำระเงิน แม้จะใช้งานผ่านอินเทอร์เฟซมือถือที่แตกต่างกัน เช่น สมาร์ทโฟน หรือแว่นตา AR

·      เชื่อมต่อเอเจนต์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น: ช่วยลดขั้นตอนที่ต้องใช้ในการเชื่อมโยงเอเจนต์การชำระเงินเข้ากับกระเป๋าเงินดิจิทัลลงถึง 50%

·      กำหนดขอบเขตสิทธิ์อย่างชัดเจน: ผู้ใช้สามารถอนุมัติเฉพาะงานที่ต้องการมอบหมาย โดยไม่ต้องส่งมอบสิทธิ์ขาดในบัญชี พร้อมความสามารถในการตรวจสอบและควบคุมการทำงานของเอเจนต์ได้แบบเรียลไทม์

·      เฟรมเวิร์ก KYA (Know Your Agent) แบบครอบคลุมทุกมิติ: ทำหน้าที่สร้างตัวตนดิจิทัลและรับรองขีดความสามารถที่ได้รับอนุญาตของเอเจนต์ โดยมีระบบจัดอันดับความน่าเชื่อถือคอยควบคุมระดับความเป็นอิสระในการทำงานของเอเจนต์แต่ละตัว

·      AgentSafePay:ระบบรับประกันคืนเงินให้แก่ร้านค้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะกับการทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์

·      กลไกการชำระดุลระหว่างเอเจนต์ด้วยกัน (A2A) ระดับนาโนที่มีความถี่สูง: รองรับการทำธุรกรรมอัตโนมัติมูลค่าน้อยมากถึงระดับ 0.000001 ดอลลาร์ ระหว่างเอเจนต์ AI

"ในขณะเดียวกัน Agentic Commerce จะมีเส้นทางไปสู่การใช้งานในวงกว้างอย่างแท้จริงได้ ก็ต่อเมื่อมีรากฐานด้านความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งมารองรับ แม้ว่าปัจจุบันโปรโตคอล AMP จะเดินหน้าลงทุนในโซลูชันด้านความปลอดภัยของเราเองอย่าง AgentSafePayอย่างต่อเนื่อง แต่เราก็ยังคงมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิมในการกระชับความร่วมมือกับเครือข่ายผู้ให้บริการบัตร ผู้นำด้านนโยบายอย่างธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกการตรวจสอบความรับผิดชอบรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกการทำธุรกรรมผ่านเอเจนต์จะได้รับการคุ้มครองด้วยขีดความสามารถด้านการยืนยันตัวตนและการอนุมัติสิทธิ์ที่ทำงานร่วมกันข้ามตลาดและช่องทางการชำระเงินต่างๆ" หยาง กล่าวเสริม