หากสกินแคร์สองแบรนด์มีส่วนผสมคล้ายกัน ราคาใกล้เคียงกัน และสื่อสารคุณสมบัติไม่ต่างกัน อะไรจะทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในแบรนด์หนึ่งมากกว่า?
หนึ่งในคำตอบคือ แบรนด์อธิบายได้ชัดแค่ไหนว่า สิ่งที่บอกบนฉลากมีข้อมูลอะไรรองรับ
นี่คือโจทย์ที่เชื่อมโยงกับแนวคิดIngredient FirstของCHALQUE (ชาลีค)แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวภายใต้บริษัท เซนโซเรียล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ควบคู่กับองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
เมื่อมองไปยังกติกาของตลาดสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป จะเห็นว่าข้อมูลเบื้องหลังสกินแคร์มีความสำคัญทั้งต่อการดำเนินธุรกิจและการสร้างความไว้วางใจ
ทำไมสหรัฐฯ–ยุโรปจึงเข้มเรื่องความปลอดภัย?
สกินแคร์สัมผัสผิวโดยตรง การประเมินความปลอดภัยจึงต้องพิจารณาทั้งส่วนผสม สูตรสำเร็จ และเงื่อนไขการใช้งาน การมีส่วนผสมที่เป็นที่รู้จักเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่ตอบคำถามทั้งหมดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
ในสหรัฐฯ กฎหมาย MoCRA กำหนดให้ผู้รับผิดชอบผลิตภัณฑ์มีหลักฐานสนับสนุนความปลอดภัย และรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรงตามข้อกำหนด แต่เครื่องสำอางทั่วไปไม่ต้องได้รับการอนุมัติจาก FDA ก่อนวางขาย การจำหน่ายในสหรัฐฯ จึงไม่ได้หมายความว่าได้รับการรับรองจาก FDA และการอนุมัติเครื่องสำอาง
ส่วนสหภาพยุโรปกำหนดให้เครื่องสำอางได้รับการประเมินความปลอดภัยทางวิทยาศาสตร์โดยผู้เชี่ยวชาญก่อนวางจำหน่าย ความเข้มงวดอยู่ที่ข้อมูลและกระบวนการประเมิน รวมถึงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ
ในมุมธุรกิจ กติกาเหล่านี้ทำให้การเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์เป็นงานที่ต้องเริ่มตั้งแต่การพัฒนาสูตร และเชื่อมต่อไปถึงข้อความที่ใช้ทำการตลาด

Ingredient First ของ CHALQUE เริ่มจากสิ่งที่อยู่เบื้องหลังสูตร
คุณบี–ชลิตา วาสนานำ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ CHALQUE และ CEO & Founder บริษัท เซนโซเรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงมุมมองในการสร้างความเชื่อมั่นว่า
“ผู้บริโภคในวันนี้ไม่ได้มองเพียงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผิว แต่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่มาของวัตถุดิบ ข้อมูลการวิจัย หรือมาตรฐานการผลิต เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีไม่ควรสร้างเพียงความสวยงาม แต่ต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ด้วย”
CHALQUE จึงให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบและการผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลผิวในชีวิตประจำวันและระยะยาว
แนวคิดนี้เปิดพื้นที่ให้แบรนด์อธิบายผลิตภัณฑ์ได้ลึกกว่ารายชื่อส่วนผสม ตั้งแต่เหตุผลที่เลือกใช้ ไปจนถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของสูตร ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคมีรายละเอียดประกอบการตัดสินใจมากขึ้น
คำว่า “ผ่านการทดสอบ” มีคุณค่าเมื่อบอกได้ว่าทดสอบอะไร
อีกประเด็นสำคัญของการสื่อสารสกินแคร์คือคำว่า Dermatologist Tested และ Clinically Proven สิ่งที่ทำให้ข้อความเหล่านี้มีความหมาย คือรายละเอียดว่าศึกษาเรื่องอะไร ใช้วิธีใด ทดสอบในกลุ่มตัวอย่างแบบไหน และพบผลอย่างไร
ตัวอย่างเช่น การศึกษาการระคายเคืองไม่สามารถใช้แทนหลักฐานเรื่องการลดริ้วรอย และไม่ควรถูกขยายเป็นคำรับรองว่าผู้ใช้ทุกคนจะไม่เกิดอาการแพ้ เช่นเดียวกับคำว่า Clinically Proven ที่ต้องระบุว่าผลการศึกษารองรับคุณสมบัติด้านใด
หลักเกณฑ์ของ EU กำหนดให้คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับเครื่องสำอางมีหลักฐานที่เพียงพอและตรวจสอบได้สนับสนุน การเลือกข้อความบนฉลากหรือในโฆษณาจึงต้องสอดคล้องกับข้อมูลที่มี
สำหรับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ การอธิบายผลทดสอบอย่างตรงไปตรงมาจึงเป็นโอกาสสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ และทำให้ผู้บริโภคเห็นที่มาของแต่ละคำกล่าวอ้าง
จากคุณภาพส่วนผสม สู่ความไว้วางใจในแบรนด์
คุณบีมองว่า ความน่าเชื่อถือและความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวจะมีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันในธุรกิจความงามสำหรับ CHALQUE แนวคิด Ingredient First จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้ากับการสื่อสารแบรนด์ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังสูตรและข้อมูลที่ผู้บริโภคควรได้รับรู้
เพราะความเชื่อมั่นในสกินแคร์เกิดขึ้นได้ เมื่อผู้บริโภคเข้าใจว่าแบรนด์เลือกใช้อะไร เลือกเพราะเหตุใด และมีหลักฐานใดรองรับสิ่งที่สื่อสาร