บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด (“โนโว”) ตอกย้ำความมุ่งมั่นต่อผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้สาธารณชนมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับโรคนี้ในฐานะโรคที่เรื้อรัง ร้ายแรง และลุกลาม ซึ่งส่งผลกระทบมากกว่าเพียงระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น ผ่านการเปิดตัวทางเลือกการรักษาด้วยตัวยาโมเลกุลเซมากลูไทด์ (Semaglutide) ขนาดสูงในประเทศไทย ซึ่งเป็นการขยายทางเลือกการรักษาที่มีให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย
เบาหวานชนิดที่ 2: ภาพที่กว้างกว่าระดับน้ำตาลในเลือด
ในปี 2568 ความชุกของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 10.6 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.5 ในการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อปี 25631อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคนี้จำนวนมาก รวมถึงครอบครัว ยังไม่ทราบว่าเบาหวานมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภัยคุกคามด้านสุขภาพที่ร้ายแรงที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือ
- โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในกลุ่มผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 22
- โรคไตเรื้อรัง ส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากถึงร้อยละ 403และเบาหวานเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของภาวะไตวายระยะสุดท้ายในประเทศไทย4
- โรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกินพบมากในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร่วมอื่น ๆ อีกด้วย5
ภาวะที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้ ซึ่งมักเรียกรวมกันว่ากลุ่มอาการหัวใจ–ไต–เมแทบอลิก (cardiovascular–kidney–metabolic หรือ CKM syndrome)ทั้งนี้ การจัดการเบาหวานชนิดที่ 2 ในปัจจุบันจึงต้องอาศัยมากกว่าการลดระดับน้ำตาลในเลือดสะสมในระยะยาว (HbA1c) แต่ต้องใช้แนวทางแบบองค์รวมที่ปกป้องหัวใจและไต ตลอดจนสนับสนุนการมีน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพด้วย
แนวคิดใหม่เกี่ยวกับการดูแลโรคเบาหวานชนิดที่ 2
การวิจัยและพัฒนาได้เปลี่ยนแปลงการดูแลโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การรักษารูปแบบใหม่ได้สร้างประโยชน์ที่มากกว่าการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงการลดน้ำหนักตัวและการลดความเสี่ยงต่อโรคร่วมอื่น ๆ โดยโนโวได้นำทางเลือกการรักษาด้วยตัวยาโมเลกุลเซมากลูไทด์ (Semaglutide) ขนาดสูงมาสู่ประเทศไทยสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การรักษานี้สะท้อนถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทในด้านนวัตกรรมเพื่อผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคเรื้อรังร้ายแรงอื่น ๆ ทั้งนี้ การตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์เสมอ

นายจิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลซิก ผู้จัดการทั่วไป โนโว ประเทศไทย กล่าวว่า “โนโว เป็นผู้นำในการดูแลโรคเบาหวานมานานกว่าหนึ่งร้อยปี และเราตระหนักดีว่าเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสาธารณสุขที่เร่งด่วนที่สุดในยุคปัจจุบัน ในประเทศไทย โรคนี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มอาการ CKM ซึ่งเป็นโรคที่สร้างภาระหนักต่อครอบครัวและต่อระบบสาธารณสุขไทย ที่โนโว จุดมุ่งหมายของเราคือ ‘สุขภาพดีที่ยั่งยืนเริ่มต้น ณ ตอนนี้’ ซึ่งหมายถึงการส่งเสริมให้ผู้คนเริ่มมองโรคเบาหวานไปไกลกว่าเพียงระดับน้ำตาลในเลือด และพูดคุยอย่างเปิดเผยกับแพทย์เกี่ยวกับภาวะสุขภาพแบบองค์รวมของตนเอง รวมถึงสุขภาพของหัวใจและไต เราภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับชุมชนผู้เที่ใช้ชีวิตร่วมกับโรคเบาหวานในประเทศไทยมานานกว่า 40 ปี และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิทยาศาสตร์ สร้างความตระหนักรู้ และทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มผู้ป่วย และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยทุกคนมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น”
ภายในงานมีบุคลากรทางการแพทย์กว่า 500 คน เข้าร่วม เพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับความเข้าใจสมัยใหม่ในการจัดการโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และวิธีที่การรักษาด้วยยาขนาดสูงขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยดำเนินแนวทางการดูแลแบบองค์รวมได้ดียิ่งขึ้น