กองทรัสต์ LHHOTEL ตอกย้ำการเป็นกองทรัสต์โรงแรมชั้นนำของประเทศไทย โชว์ศักยภาพทรัพย์สิน ภายใต้แบรนด์ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์” ทั้ง 5 โครงการ เตรียมออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 190 ล้านหน่วย เพื่อเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 ในสิทธิการเช่า “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์” หลังสำนักงาน ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง ชูคอนเซปต์ “The Power of Six” นำจิ๊กซอว์ทรัพย์สินแห่งที่ 6 เข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยทำเลที่แตกต่าง ขยายฐานลูกค้าใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับ 5 ดาว ที่ผสานมนต์เสน่ห์ย่านสุรวงศ์เข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ชูจุดเด่นด้วยสระว่ายน้ำลอยฟ้า (sky pool) ท่ามกลางวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเข้าถึงอารมณ์ของนักเดินทางทั่วโลก
นายสุขวัฒก์ ภวสันต์, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายธุรกิจกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ฯ เปิดเผยว่า LHHOTEL เป็นกองทรัสต์ที่มุ่งเน้นลงทุนในโรงแรมคุณภาพ ปัจจุบันมีทรัพย์สินที่ลงทุนรวมทั้งสิ้น 5 โครงการ รวม 2,287 ห้อง ได้แก่ โครงการโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21, โครงการโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ, โครงการโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55, โครงการโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโครงการโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพสูง รองรับดีมานด์จากการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดจะเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 ใน “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์” ซึ่งเป็นทรัพย์สินโครงการที่ 6
ทั้งนี้ การลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำแนวคิด “The Power of Six” ที่จะนำโรงแรมแห่งที่ 6 เข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ กระจายทำเล และขยายฐานลูกค้า เนื่องจากโครงการใหม่มีฐานลูกค้าที่แตกต่างจากความนิยมของนักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศโดยเฉพาะชาวยุโรป และช่วยเติมเต็มความหลากหลายของกลุ่มลูกค้ายิ่งขึ้นกับทรัพย์สินเดิมในกรุงเทพฯ ที่เน้นทำเลศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ย่านสุขุมวิทเป็นหลัก อันเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเอเชีย นอกจากนี้ โครงสร้างรายได้ของกองทรัสต์ยังมีการผสมผสานทั้งค่าเช่าคงที่ (Fixed Rent) และค่าเช่าแปรผัน (Variable Rent) ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามผลประกอบการของโรงแรมอีกด้วย
“เรามองเห็นว่าทำเลสุรวงศ์มีศักยภาพที่โดดเด่นในการมอบประสบการณ์การการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและเข้าถึงอารมณ์ ซึ่งสามารถดึงดูดนักเดินทางกลุ่มใหม่ๆ ที่แตกต่างจากย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) อย่างสุขุมวิท การผนวกทรัพย์สินใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นนี้เข้ามา จะช่วยให้ LHHOTEL ขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้นและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพากลุ่มนักท่องเที่ยวสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง เมื่อผสานเข้ากับโครงสร้างรายได้ของกองทรัสต์ที่ออกแบบไว้ให้มีทั้งค่าเช่าคงที่เพื่อลดความผันผวน และค่าเช่าแปรผันเพื่อเปิดรับโอกาสการเติบโต เราจึงเชื่อมั่นว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขับเคลื่อนกระแสเงินสดให้แข็งแกร่ง และมุ่งสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว” นายสุขวัฒก์ กล่าว
นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ในฐานะผู้ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์แก่กองทรัสต์ LHHOTEL กล่าวว่า “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์” ตั้งอยู่บนจุดตัดของถนนสุรวงศ์และถนนมเหสักข์ โดยย่านสุรวงศ์ถือเป็นย่านชุมชนที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร รายล้อมด้วยย่านสีลม สาทร เจริญกรุง ทรงวาด และชุมชนตลาดน้อย รวมถึงบริเวณท่าเรือแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสามารถมอบประสบการณ์ที่เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสความงดงามทางศิลปะและวัฒนธรรมได้อย่างแท้จริง
โครงการนี้เป็นอาคารโรงแรม จำนวนห้องพัก 399 ห้อง พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก มีบริการที่ครบครันและทันสมัย อาทิ สระว่ายน้ำและภัตตาคารบนชั้นดาดฟ้าที่รายล้อมด้วยทิวทัศน์แห่งมหานครริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงพื้นที่สปาจาก Let's Relax สปาที่ได้รับการันตีคุณภาพ โดยโรงแรมเปิดบริการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 และมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 มีรายได้รวมประมาณ 150 ล้านบาท เติบโตประมาณร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยไตรมาส 3 สูงถึงร้อยละ 84 ส่งผลให้ผลรวม 9 เดือนของปี 2569 มีรายได้รวมประมาณ 442 ล้านบาท เติบโตสูงถึงประมาณร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 9 เดือนสูงถึงร้อยละ 81 (ม.ค.-ก.ย.) สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งของโครงการดังกล่าว
นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า ล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์ (Filing) ของ LHHOTEL เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 4 เพื่อเข้าลงทุนในสิทธิการเช่า “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์” จะมีมูลค่าการลงทุนสูงสุดไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการระดมทุนผ่านการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมไม่เกิน 190,000,000 หน่วย และส่วนที่เหลือจะใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมระยะยาวไม่เกิน 1,265 ล้านบาท และเงินสดภายในของกองทรัสต์ โดยการเข้าลงทุนในทำเลที่มีศักยภาพแตกต่างและโดดเด่นในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กองทรัสต์สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว