PR News

มากกว่าแค่การแชท เปิดบทบาท LINE ในวันที่คนไทยเผชิญวิกฤตน้ำท่วม

LINE.jpg

เมื่อเกิดน้ำท่วม หลายคนอาจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเป็นอย่างแรก ไม่ว่าจะเพื่อโทรหาคนที่บ้าน เช็กว่าคนใกล้ตัวปลอดภัยหรือไม่ ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ หรือดูว่ามีถนนเส้นไหนที่ยังสัญจรได้บ้าง

ในช่วงเวลาเช่นนี้ ช่องทางสื่อสารที่ใช้กันอยู่ทุกวันจึงไม่ได้มีไว้เพียงพูดคุย แต่ยังเป็นช่องทางติดตามข่าวสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นต่อการรับมือกับสถานการณ์

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา LINE ประเทศไทย ได้รวบรวมข้อมูลการใช้งานบริการต่าง ๆ ซึ่งทำให้เห็นว่าผู้คนใช้ LINE อย่างไรในช่วงวิกฤต ทั้งการโทรติดต่อกัน การแจ้งสถานะความปลอดภัย และการแลกเปลี่ยนข้อมูลในคอมมูนิตี้ออนไลน์ ขณะเดียวกัน LINE ยังนำข้อมูลเหล่านี้มาทบทวนการทำงาน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ยอดโทรผ่าน LINE Call เพิ่มขึ้น 14% ในช่วงน้ำท่วม

ข้อมูลการใช้งาน LINE Call ระหว่างวันที่ 25 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 พบว่า ปริมาณการโทรในช่วงพีกเพิ่มขึ้นประมาณ 14% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดน้ำท่วม โดยระบบยังสามารถรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากการโทรติดต่อกันแล้ว LINE Safety Check ยังเป็นอีกช่องทางที่ช่วยให้ผู้ใช้แจ้งสถานะความปลอดภัยของตัวเองให้เพื่อนและครอบครัวทราบได้ โดยในช่วงน้ำท่วมเดือนกันยายน มีการรายงานสถานะผ่านฟีเจอร์นี้ประมาณ 1.6 ล้านครั้ง

จากประกาศเตือนภัยถึงข้อมูลในคอมมูนิตี้

การติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เป็นอีกเรื่องที่ผู้คนต้องการในช่วงน้ำท่วม โดย LINE ALERT ได้ส่งต่อประกาศเตือนภัยเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำท่วม และพายุ จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมอุตุนิยมวิทยา ผ่านบัญชีทางการ LINE ALERT เพื่อให้ผู้ใช้ที่ติดตามบัญชีได้รับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน LINE OpenChat ก็เป็นอีกพื้นที่ที่ผู้คนใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยเฉพาะข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์น้ำท่วม จุดจอดรถที่ปลอดภัย หรือการประสานความต้องการความช่วยเหลือ

ในช่วงน้ำท่วม คอมมูนิตี้เกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัยบน LINE OpenChat มียอดเข้าชมรวมประมาณ 3 ล้านเพจวิว และมีผู้ใช้งานในช่วงพีก 241,000 ราย ขณะที่ทุกหมวดหมู่มีปริมาณการส่งข้อความสูงสุดถึง 5.1 ล้านข้อความต่อวัน

การแลกเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผู้คนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่และแบ่งปันสิ่งที่พบเห็นให้คนอื่นรับรู้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อมูลถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว ความถูกต้องและความเป็นปัจจุบันของข้อมูลก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

บทเรียนจากน้ำท่วม และสิ่งที่ LINE ต้องเตรียมพร้อมต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงบทบาทของ LINE ในการเป็นช่องทางสื่อสารที่ผู้คนสามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาสำคัญ ทั้งการติดต่อกับคนใกล้ตัว การรับข้อมูลแจ้งเตือน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในคอมมูนิตี้ โดย LINE สามารถรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ยังทำให้เห็นโอกาสในการพัฒนาบริการให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งต่อข้อมูลแจ้งเตือนให้ทันต่อสถานการณ์ การประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้สะดวกขึ้น

เตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ ผ่านโครงการ LIFELINE

นอกจากการทบทวนการทำงานในช่วงน้ำท่วม LINE ยังมีโครงการ LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต ที่เริ่มดำเนินการมาก่อนหน้านี้ โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้และทักษะในการเตรียมตัวรับมือภัยพิบัติ

หนึ่งในกิจกรรมล่าสุดคือ LIFELINE: ซ้อมท่วม ที่จัดขึ้นในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ทดลองรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมจำลอง ผ่านกิจกรรมที่ต้องคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การอ่านประกาศเตือนภัย การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน การดูแลบ้าน ไปจนถึงการตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรืออพยพ

กิจกรรมนี้ต้องการชวนให้ผู้เข้าร่วมคิดว่า หากเกิดน้ำท่วมขึ้นจริง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรทำอะไร และจะเตรียมตัวอย่างไรในเวลาที่มีจำกัด เพราะการรับมือภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องที่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยเริ่มเรียนรู้

สำหรับ LINE ข้อมูลและประสบการณ์จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลสะท้อนการใช้งานในช่วงวิกฤต แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเรียนรู้และพัฒนาความพร้อมของบริการ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ LINE สามารถทำหน้าที่เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มการสื่อสารในชีวิตประจำวัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการสื่อสารที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนกับข้อมูล ความช่วยเหลือ และคนที่พวกเขาห่วงใย ในทุกช่วงเวลาที่สำคัญ