PR News

“คชา บราเธอร์ส” ปรับเกมรุกตลาดต่างประเทศ! ส่ง ‘Jérôme Cheesecake’ สู่ปารีส และขยายธุรกิจ Franchise OEM–Event Catering เร่งดันรายได้ทุกช่องทาง

1.png

บริษัท คชา บราเธอร์ส จำกัด ผู้นำธุรกิจของหวานในไทยมากว่า 17 ปี กว่า 50 สาขา กางทิศทางธุรกิจรับไตรมาสสุดท้ายปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว เดินหน้าปรับกลยุทธ์และสร้างโอกาสการเติบโตจากหลากหลายช่องทาง ขยายธุรกิจ Franchise ต่างประเทศ, OEM, Event & Catering และมุ่งหน้าสู่ตลาดต่างประเทศ ล่าสุดขยาย 3 แบรนด์ในเครือสู่นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว พร้อมส่ง Jérôme Cheesecake (เจอโรม ชีสเค้ก) สู่กรุงปารีส ปลายปีนี้

นายฤทธิ์ คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คชา บราเธอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอาหารและขนมหวานในปี 2569 ถือเป็นอีกปีที่มีความท้าทายอย่างมาก จากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยติดต่อกันมาหลายปีและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กอปรกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงใน 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงต้องปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตจากช่องทางธุรกิจใหม่หนึ่งในหมุดหมายสำคัญในปีนี้ คือการเดินหน้าขยายธุรกิจใน สปป.ลาว ต่อเนื่องจากการเปิด Kyo Roll En สาขาแรกในย่านโพนสีนวน นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อปี 2568 ซึ่งเป็นสาขาแรกของแบรนด์นอกประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์การนำแบรนด์ในเครือเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ล่าสุดบริษัท ฯเดินหน้าขยายธุรกิจร่วมกับ Kolao Group พันธมิตรยักษ์ใหญ่ใน สปป.ลาว ในฐานะ Master Franchise ด้วยการเปิด 3 แบรนด์ ได้แก่Kyo Roll En, Kyo – Café & Meal และ Teraoka Gyoza ในนครเวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา

“เมื่อปีที่แล้วเราได้นำร่องเปิด Kyo Roll En สาขาแรกในนครเวียงจันทน์ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าก่อนที่เราจะไปขยาย หลายคนอาจมองว่าทำไมเราถึงเลือกลาวเป็นประเทศแรก เรามองว่าก้าวแรกของเราอยากก้าวแบบมั่นคง จึงเลือกประเทศที่อยู่ใกล้บ้าน เพราะสามารถดูแลและควบคุมคุณภาพของระบบ Franchise ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งตอนนี้พิสูจน์แล้วว่าสำเร็จ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พาร์ทเนอร์ของเราก็พอใจมาก จึงนำอีก 2 แบรนด์ของเรา ได้แก่ Kyo – Café & Meal และ Teraoka Gyozaไปเปิดเพิ่ม ทำให้ปัจจุบันเรามี 3 แบรนด์ 4 สาขา เปิดรวดเดียว 3 แบรนด์เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาใจกลางนครเวียงจันทน์ และทำให้เราเห็นโอกาสในการขยายแบรนด์ต่อไป หลังจากนี้จะศึกษาประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีหลายประเทศติดต่อเข้ามาหลังเห็นความสำเร็จเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นที่ลาวของเรา

2.png

ส่วน Jérôme Cheesecake เป็นแบรนด์ที่เราลงทุนในญี่ปุ่น หลังช่วง Covid-19 และตอนนี้เริ่มเห็นผลในการขยายแบรนด์มากขึ้น หลังจากเมื่อปลายปีที่แล้วเราเปิด Flagship Store ที่ย่าน Ginza East อยู่ติดถนนใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งเรามองว่าเป็นเสมือน Showroom ของแบรนด์ที่สามารถใช้เป็นโมเดลในการขยายไปทั่วโลก ภายในร้านมีทั้งครัวสำหรับผลิตชีสเค้กสดใหม่ มีเมนูชีสเค้กที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่าง Blue Bottle Coffee ที่ใช้ชีสเค้กของเราเสิร์ฟในสาขาที่โตเกียวและเกียวโต ปัจจุบันเรามีพาร์ทเนอร์ที่ซื้อ Franchise ไปเปิดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดเปิดในเดือนพฤศจิกายนนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ เพราะต้องยอมรับว่า ปารีสเป็นเมืองชั้นนำของโลก ไม่ใช่ใครที่จะไปเปิดได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ยังได้เซ็นสัญญาขยายไปยังประเทศเม็กซิโก กำหนดเปิดช่วงต้นปี 2570 ทำให้ Jérôme Cheesecake เป็นแบรนด์ที่จะมีสาขาใน 3 ทวีป และพร้อมที่จะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ต่อไปสำหรับแบรนด์นี้ เราร่วมลงทุนในรูปแบบ Joint Venture (JV) กับ Mr. JérômeQuilbeuf ซึ่งเคยเป็นเชฟในร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน ก่อนมาต่อยอดเป็นแบรนด์ชีสเค้กขึ้นชื่อที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น” นายฤทธิ์ กล่าว

3.jpg

นอกเหนือจากธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่คชา บราเธอร์สยังเดินหน้าสร้างรายได้จากช่องทางใหม่ เพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยหนึ่งในธุรกิจที่ให้ความสำคัญมากขึ้นคือ OEM หรือการรับจ้างผลิตซึ่งเริ่มต้นจากขนมไหว้พระจันทร์ของ Kyo Roll En ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่า 7 ปี และได้รับการตอบรับจากฐานลูกค้าของแบรนด์ทั้งในด้านรสชาติและการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จนเกิดการบอกต่อและต่อยอดสู่การรับผลิตให้กับโรงแรม ลูกค้าองค์กร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง จุดแข็งสำคัญคือการพัฒนารสชาติใหม่ในแต่ละปี เพื่อให้ขนมไหว้พระจันทร์เข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่ม ไม่จำกัดเฉพาะการซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาล แต่ยังเป็นขนมที่ผู้บริโภคเลือกซื้อเพื่อรับประทานเอง โดยปีนี้หนึ่งในรสชาติที่ได้รับการตอบรับดีมาก คือ ‘Tang Yuan’ Black Sesame ขนมไหว้พระจันทร์ที่นำบัวลอยงาดำทั้งลูกไว้ภายในเนื้อโมจิขณะเดียวกัน Kyo Roll En ยังรังสรรค์คอลเลกชันพิเศษ ครั้งแรกในเมืองไทย ขนมไหว้พระจันทร์ระดับเชฟ 3 ดาวมิชลิน ที่ร่วมกับเชฟ Hideaki Sato จากร้าน Ta Vie (ฮ่องกง) ส่วน Kao Nom (ข้าวนม) แบรนด์ขนมไทยร่วมสมัยซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ล่าสุดของบริษัท ได้เข้าสู่ตลาดขนมไหว้พระจันทร์เป็นครั้งแรก โดยนำแนวคิด “ขนมไทย วัตถุดิบไทย โดยเชฟไทย” มาต่อยอดและตีความในรูปแบบร่วมสมัย สะท้อนแนวทางของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตัวตนและกลุ่มเป้าหมายของแต่ละแบรนด์

นายฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันเรารับผลิตขนมไหว้พระจันทร์ให้กับโรงแรมระดับ 5 ดาวหลายแห่ง ถ้าพูดชื่อออกไป ทุกคนคงรู้จัก รวมถึง Luxury Brand ทั้งกลุ่มกระเป๋าและนาฬิการะดับโลกทั้งในไทยและภูมิภาค โดยผลิตผ่านครัวกลางของบริษัท ซึ่งเรามองว่าเราสามารถช่วยโรงแรมลดต้นทุนได้ เพราะทุกวันนี้ค่าจ้างสูงขึ้นมาก หลายโรงแรมไม่คุ้มที่จะจ้างแรงงานมาผลิตขนมไหว้พระจันทร์ เพราะเป็นสินค้าที่ใช้แรงงานสูงและผลิตเพียงปีละ 2 เดือน เราจึงตอบโจทย์ ด้วยมาตรฐานที่รับรองด้วยแบรนด์ Kyo Roll En ขณะเดียวกันเรายังมีจุดแข็งด้านการพัฒนาสูตรและผลิตภัณฑ์ โดยมี คุณเดช คิ้วคชา เชฟขนมหวานคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล Asia’s Best Pastry Chef เมื่อปี 2025 เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทจากศักยภาพดังกล่าว ในอนาคต บริษัทฯ จะรุกหน้าด้วยการรับผลิตให้กับลูกค้าในวงกว้างขึ้นและขยายไปสู่สินค้าอื่น ๆ ไม่เพียงเฉพาะขนมไหว้พระจันทร์”

Chef Dej.png

“อีกหนึ่งทิศทางสำคัญของบริษัท คือการจัดตั้ง Business Unit ใหม่ เพื่อรองรับธุรกิจ Event & Catering ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเชฟเดชเป็นหัวหอกในการนำทีมรับงาน ทั้งงานเปิดตัวสินค้า งานแต่งงาน และโปรเจกต์พิเศษต่าง ๆ ซึ่งในปี 2568 เรารับงาน Catering ในต่างประเทศกว่า 10 งาน รวมถึงงานแต่งงานของอภิมหาเศรษฐีที่ประเทศอินเดีย ซึ่งมีแขกเข้าร่วมงานกว่า 20,000 คน และล่าสุดในช่วงตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทเรานำโดยเชฟเดชได้โอกาสรับงาน Catering ในงาน Formula 1 Singapore Grand Prix (F1) ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยถือเป็นเชฟขนมหวานคนไทยคนแรกที่ได้รับเชิญให้ร่วมงานระดับโลกดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของทีมและความเชี่ยวชาญในการรองรับงานตั้งแต่ระดับหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นคน โดยเฉพาะการสร้างสรรค์เมนูของว่างและขนมหวานที่เป็นความถนัดของเรา เรามองว่าธุรกิจนี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้และขยายเครือข่ายในระดับนานาชาติในอนาคต” นายฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย