เดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias) โครงการเมืองมิกซ์ยูสบนทำเลบางนา-ตราด กม. 7 โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ประกาศความสำเร็จในการเปลี่ยนมาสเตอร์แพลนสู่จุดหมายปลายทางที่เกิดขึ้นจริง พิสูจน์ว่าผืนป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ ที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี และพื้นที่เสริมสุขภาวะ เชื่อมโยงเป็นระบบนิเวศที่ผู้คนอยู่อาศัยและสัมผัสได้จริง ตามวิสัยทัศน์ "A Complete Ecosystem for Wellgevity Habitat"
นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการ The Forestias กล่าวว่า “โครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ มาจากวิสัยทัศน์ของคุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ผู้ก่อตั้ง MQDC ที่เริ่มต้นจากคำถามว่า ‘ความสุขที่แท้จริงคืออะไร’ นำไปสู่การวิเคราะห์แนวทางเพื่อแก้ปัญหาเมืองยุคใหม่ ทั้งธรรมชาติที่เสื่อมโทรม ความเครียด ช่องว่างระหว่างวัย และสังคมสูงอายุ โดยมองว่า ‘ความสุขที่ยั่งยืน’ ต้องส่งผลดีทั้งต่อกาย ใจ คนรอบข้าง และสิ่งแวดล้อม
แนวคิดดังกล่าวตรงกับ 'Wellgevity Habitat' ซึ่งรวม Well-Being, Longevity และ Habitat เข้าด้วยกัน โดยมีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ (Nature of Biodiversity as Infrastructure) ตั้งแต่การศึกษา วางแผน สำรวจ ไปจนถึงการบริหารจัดการ สะท้อนสมดุลระหว่างธุรกิจ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม"

จากวิสัยทัศน์ข้างต้น MQDC ได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ ได้แก่ Foster + Partners (ผังและสถาปัตยกรรม), Atelier Ten (สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ), ITEC Entertainment (ประสบการณ์สันทนาการ) และ Harvard T.H. Chan School of Public Health (วิจัยผลของการออกแบบต่อสุขภาพมนุษย์) รวมถึงศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) และสถาบันการศึกษาชั้นนำในการพัฒนาแนวคิดสู่การสร้างสรรค์โครงการให้สำเร็จตามเป้าหมาย
โครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ เริ่มก่อสร้างในปี 2561 และสร้างที่อยู่อาศัยแล้วเสร็จส่งมอบพร้อมผู้อยู่จริงแล้วบางส่วน นับเป็นการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าขนาดใหญ่ใจกลางโครงการมิกซ์ยูสสำเร็จเป็นครั้งแรกในเอเชีย (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ต.ค. 2569) ประกอบด้วยแกนหลัก 4 ข้อ ได้แก่ 1. 500 shades of nature ผืนป่าใจกลางเมืองที่สมบูรณ์และเกื้อกูลระบบนิเวศ 2. Connecting 4 Generations สถาปัตยกรรมที่เอื้อให้ครอบครัวหลายวัยอยู่ใกล้ชิดกัน 3. Community of Dreams ศูนย์รวมกิจกรรมและสาธารณูปโภคที่ให้ทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน 4. Sustainnovation for Well-Being เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนที่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเสริมสุขภาวะระยะยาว
รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน RISC by MQDC กล่าวเสริมว่า “แนวคิดในการพัฒนาโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในหลายมิติ อาทิ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (SDG 15): ผืนป่า 30 ไร่ (48,000 ตร.ม. หรือ 45% ของพื้นที่โครงการ) ใช้เทคนิคมิยาวากิ ผ่านมาประมาณ 7 ปี ล่าสุดสำรวจพบสิ่งมีชีวิต 714 ชนิด (พืช 533 ชนิด สัตว์ 181 ชนิด)

ด้านพลังงานและคาร์บอน (SDG 7 & 13): อาคารสาธารณูปโภคส่วนกลาง (CUP) ร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (CO₂e) นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมอีก 83,000 ตัน CO₂e ซึ่งส่วนนี้เกี่ยวข้องระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง
ด้านการจัดการน้ำและขยะ (SDG 6 & 12): โครงการดำเนินงานภายใต้แนวคิด Net Zero Discharge โดยมุ่งเน้นการบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโครงการ เพื่อลดการปล่อยน้ำทิ้งเข้าสู่ระบบระบายน้ำของเมืองและโครงการตั้งเป้าหมายในการเบี่ยงเบนขยะก่อสร้างจากการกำจัดไม่น้อยกว่า 90% ผ่านการคัดแยก การรีไซเคิล และการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม
ด้านสุขภาวะและชุมชน (SDG 3 & 11): โครงการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับ 4 เจเนอเรชั่น พร้อมส่งเสริมการเดินทางอย่างยั่งยืนผ่านบริการ Shuttle Bus สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) และการออกแบบพื้นที่ลดการใช้รถยนต์ รวมถึงทางเดินลอยฟ้า Canopy Walk สูงจากพื้นดินประมาณ 8-12 เมตร ซึ่งเปิดให้สาธารณชนเข้าถึง นอกจากนี้ ยังมีโครงการ The Aspen Tree ร่วมกับ Health and Brain Center เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม และ "แฮปปี้แทท" ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และกิจกรรมสำหรับชุมชน สะท้อนแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ความหลากหลายทางชีวภาพที่เราสร้างไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศให้ธรรมชาติกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการปลูกป่าช่วยสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและส่งเสริมการกลับมาของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด จนกลายเป็น ‘ป่าแห่งชีวิต’ ซึ่งมีคุณูปการต่อทุกชีวิต การพบสิ่งมีชีวิตกว่า 700 ชนิด เป็นเครื่องยืนยันว่ามนุษย์และธรรมชาติเติบโตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน หากมีการออกแบบ และบริหารจัดการให้สมดุลระหว่างกันได้อย่างถูกต้อง" รศ.ดร.สิงห์กล่าวสรุป

ปัจจุบัน ความหลากหลายทางชีวภาพภายในโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ (สำรวจในวันที่ 4 ตุลาคม 2569) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องนับจากเริ่มปลูกป่าในปี 2563 ปัจจุบันต้นไม้ยืนต้นที่เป็นไม้เด่นมีความสูงเฉลี่ย 12.23 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางระดับอกเฉลี่ย 16.01 เซนติเมตร และมีต้นที่สูงที่สุดราว 18 เมตร โดยบันทึกพรรณไม้ได้แล้ว 533 ชนิด ขณะเดียวกันป่าแห่งนี้ได้กลายเป็นบ้านของสัตว์ป่าหลากหลาย จำนวนชนิดสิ่งมีชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 127 ชนิดในปี 2563 เป็น 181 ชนิดในปี 2568 แม้โครงการยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
สำหรับกลุ่มนกพบว่าปัจจุบันมี 47 ชนิด แมลงและสัตว์ขาปล้องปัจจุบัน 80, ชนิดสัตว์น้ำ 14 ชนิด, สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 25 ชนิด, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 7 ชนิด และสัตว์หน้าดิน 8 ชนิด
MQDC เปิดโครงการให้ผู้สนใจได้สัมผัสการอยู่อาศัยจริง ผ่านกิจกรรมสำรวจผืนป่า 30 ไร่ เดินชมทัศนียภาพบน Canopy Walk เยี่ยมชมที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ และกิจกรรมด้านสุขภาวะ โดยจำลองการใช้ชีวิตในเดอะ ฟอเรสเทียส์ภายในหนึ่งวัน “A Day at The Forestias" ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายน 2569
สำหรับโครงการที่พร้อมเข้าอยู่อาศัย ได้แก่
Whizdom The Forestias คอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิด “Feel the Wild” แบ่งเป็น 2 โครงการ รวม 3 อาคาร
- Whizdom The Forestias: Destinia & Mytopia Towers ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และครอบครัว พร้อมพื้นที่ธรรมชาติที่เติมเต็มการใช้ชีวิต
- Whizdom The Forestias: Petopia Tower คอนโดมิเนียมสำหรับคนรักสัตว์ ภายใต้แนวคิด “Pets Live Here” นิยามความสุขที่ออกแบบเพื่อสัตว์เลี้ยง ให้ทุกชีวิตมีความสุขร่วมกัน
Mulberry Grove The Forestias ที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวหลายเจเนอเรชั่น ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี Low-Rise ในบรรยากาศรีสอร์ต และวิลล่าระดับอัลตราลักชัวรี ภายใต้แนวคิด Cluster Home โดยมี Foster + Partners เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม
The Aspen Tree เป็นที่อยู่อาศัย สำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องการดูแลร่างกาย จิตใจ โดยโครงการร่วมดำเนินงานกับ Baycrest ประเทศแคนาดาองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านสุขภาพสมองและการดูแลสุขภาพ เพื่อนำองค์ความรู้และมาตรฐานการดูแลมาประยุกต์กับรูปแบบการใช้ชีวิตผ่านแนวทางแบบองค์รวมที่ครอบคลุมการดูแลอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของชีวิต
รวมทั้งยังมีโครงการนอกพื้นที่ ที่อยู่อาศัย (Non Residence) ช่วยเติมเต็มการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์มากขึ้น เช่น แฮปปี้แทท (Happitat) แหล่งรวมไลฟ์สไตล์รีเทลหน้าโครงการ ที่รวมร้านอาหาร ช้อปปิ้ง ความบันเทิง และกิจกรรมพิเศษตลอดปี
เดอะ ฟอเรสเทียส์ จึงเป็นมากกว่าโครงการที่อยู่อาศัย แต่เป็นต้นแบบรูปแบบการใช้ชีวิตที่ธรรมชาติ สุขภาพ ความสัมพันธ์ และความสุข เติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน