DKSH ประเทศไทย ฉลองก้าวสู่ปีที่ 120 ภายใต้แนวคิด “เคียงข้างคนไทยทุกช่วงเวลา” (Enriching Every Moment) ในฐานะผู้นำด้านการบริการขยายตลาด หรือ Market Expansion Services และพันธมิตรเพื่อสร้างการเติบโตแบบครบวงจร ผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ วัตถุดิบอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี ที่เติมเต็มทุกช่วงเวลาชีวิตของคนไทย ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
DKSH เป็นบริษัทสัญชาติสวิสที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) และเติบโตอย่างมั่นคงมาตลอด 12 ทศวรรษ จนปัจจุบันประเทศไทยกลายมาเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่ม DKSH ทั่วโลก โดยมีพนักงานและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเกือบ 7,000 คน ซึ่งดูแลและสนับสนุนแบรนด์คู่ค้าและซัพพลายเออร์กว่า 840 บริษัท ครอบคลุมจุดจำหน่ายกว่า 135,000 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ สิ่งที่สะท้อนความผูกพันระหว่าง DKSH และสังคมไทยมาอย่างยาวนาน คือการได้รับพระราชทานตราตั้งครุฑพ่าห์ จากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2474 อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ
ภรณี ดาลิลีโอ หัวหน้าคณะผู้บริหารและรองประธานฝ่ายการเงิน บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 120 ปีที่ผ่านมา DKSH ผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย ในฐานะพันธมิตรด้านการขยายตลาด เราพร้อมส่งมอบบริการอย่างครบวงจรเพื่อสนับสนุนแบรนด์ในการเข้าสู่ตลาด ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การวิเคราะห์ข้อมูลตลาดเชิงลึก ไปจนถึงงานขาย การบริหารหน้าร้าน โลจิสติกส์ ระบบคลังและการกระจายสินค้า ตลอดจนบริการหลังการขาย ธุรกิจของเราจึงมีบทบาทอยู่ในทุกช่วงเวลาชีวิตของคนไทย ตั้งแต่อาหารการกิน ของใช้ในบ้าน การดูแลคนในครอบครัว ไปจนถึงยาที่ช่วยปกป้องและรักษาชีวิต สำหรับ DKSH การครบรอบ 120 ปี ไม่ได้เป็นเพียงแค่หมุดหมายทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นรากฐานสู่อนาคตที่ตอกย้ำการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบคุณค่าแห่งความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้คนและสังคมไทย”
เคียงข้างคนไทยทุกช่วงเวลา ผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก
DKSH มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านใน 4 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนฟันเฟืองที่อยู่เบื้องหลังและคอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย
- หน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (DKSH Consumer Goods) มุ่งเติมเต็มชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ด้วยการส่งมอบสินค้าสู่จุดจำหน่ายกว่า 120,000 แห่งทั่วประเทศ ขับเคลื่อนโดยทีมงานขายและการตลาดภาคสนามกว่า 2,000 คน กระจายสินค้าสู่ชั้นวางตั้งแต่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ไปจนถึงร้านโชห่วยตามชุมชน พร้อมขยายบริการคลังสินค้าและจัดส่งอีคอมเมิร์ซ ทั้ง B2B และ B2C ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคอย่างไร้รอยต่อผ่านช่องทาง Omnichannel ทั้งหน้าร้านและแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำ
- หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (DKSH Healthcare) สานต่อพันธกิจ “Healthcare for All” เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาของทุกคน ผ่านระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) มาตรฐานสากล จัดส่งผลิตภัณฑ์สุขภาพกว่า 35,000 รายการ สู่โรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยากว่า 40,000 แห่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ และเพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Super-Aged Society) DKSH มุ่งเน้นการดูแลโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ขยายการเข้าถึงยาที่จำเป็นและส่งเสริมผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีบริหารจัดการสินค้าอัตโนมัติ “A-Frame” และเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาค (Satellite Network) มาใช้เพื่อจัดส่งเครื่องมือผ่าตัดด่วนและยาสำคัญได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
- หน่วยธุรกิจวัตถุดิบอุตสาหกรรม (DKSH Performance Materials) ขับเคลื่อนนวัตกรรมในฐานะพันธมิตรร่วมคิดค้นสูตร ให้แก่ผู้ผลิตกว่า 1,500 ราย ผ่านศูนย์นวัตกรรม 8 แห่งในไทย ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายระดับโลกของบริษัท เพื่อพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ ทั้งกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม เวชภัณฑ์ ของใช้ส่วนตัว เครื่องสำอาง และโซลูชันสำหรับงานอุตสาหกรรม เช่น พัฒนาสูตรหวานน้อย วัตถุดิบในการผลิตเวชภัณฑ์ พัฒนาสูตรสกินแคร์ที่ได้ประสิทธิภาพ หรือนวัตกรรมสารเคลือบสำหรับงานก่อสร้าง ควบคู่กับการเปิดให้ผู้ประกอบการและ SME เข้าถึงสูตรต้นแบบและเอกสารด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องได้ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล DKSH Discover
- หน่วยธุรกิจเทคโนโลยี (DKSH Technology) จัดหาเครื่องมือตรวจวัดและวิเคราะห์ขั้นสูงให้แก่โรงงานผลิตอาหารกว่า 900 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนชื่อเสียงของไทยในฐานะ “ครัวของโลก” ผ่านเทคโนโลยีการประเมินคุณภาพอาหาร คุณค่าทางโภชนาการ การปนเปื้อน และอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้นยังมีบทบาทช่วยยกระดับเทคโนโลยีการแพทย์ ผ่านนวัตกรรม Genomic Screening ที่สามารถตรวจหาโรคพันธุกรรมหายาก นอกจากนี้ยังส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม ผ่านโซลูชันการวิจัยพัฒนาวัคซีนและยา พร้อมร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ

เติบโตอย่างรับผิดชอบ ควบคู่วัฒนธรรมองค์กร People-First
จากจุดเริ่มต้นที่มีพนักงานเพียง 6 คนเมื่อ 120 ปีก่อน สู่บุคลากรเกือบ 7,000 คนในปัจจุบัน การเติบโตอย่างมั่นคงดังกล่าวของ DKSH มีรากฐานสำคัญมาจากการให้ความสำคัญกับบุคลากร ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และความยั่งยืน ในฐานะองค์กรที่ยึดผู้คนเป็นศูนย์กลาง (People-First) และในฐานะนายจ้างสัญชาติสวิสชั้นนำของประเทศไทย DKSH มุ่งส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DE&I) โดยมีสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารสูงถึง 47% ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ DKSH ได้รับการรับรอง Great Place to Work® ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมทั้งคว้ารางวัล “Most Caring Company” และ “Best Companies to Work for in Asia” จาก HR Asia Awards 2025 รวมถึงกวาดอีก 8 รางวัลจากเวที Employee Experience Awards
ในด้านสิ่งแวดล้อม DKSH มุ่งสู่เป้าหมาย Net-Zero ที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในกระบวนการดำเนินงาน ผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยปัจจุบันสามารถลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเกือบ 3% ลดการใช้พลังงานลงราว 10% และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เกือบ 14% และอยู่ในระหว่างการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปขนาด 625 kWp เพิ่มเติมที่ศูนย์กระจายสินค้า SVDC พร้อมขยายฟลีทรถขนส่งไฟฟ้า และเริ่มนำบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 100% มาใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
นอกจากนี้ DKSH ยังตอกย้ำพันธกิจในการ “ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน” (Enriching People’s Lives) ด้วยการสนับสนุนชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับมูลนิธิบ้านเด็ก มอบเงินทุนและสิ่งของจำเป็นกว่า 16 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการศึกษาและสุขอนามัยแก่เด็กและครอบครัวกลุ่มเปราะบางในแคมป์ก่อสร้าง รวมถึงจัดกิจกรรมประจำปี “Patient Purpose Day” เพื่อส่งเสริมการดูแลรักษาที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง สร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขแก่ชุมชนที่ขาดโอกาส โครงการเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงพันธกิจอันแน่วแน่ของ DKSH ที่มีต่อผู้คนและสังคมไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานตลอด 120 ปีที่ผ่านมา
เติบโตเคียงข้างสังคมไทยสู่อนาคต
DKSH จะเดินหน้าขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net-Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) ตามมาตรฐาน Science Based Targets initiative (SBTi) โดยขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ตามศูนย์กระจายสินค้า เพิ่มฟลีทรถขนส่งไฟฟ้า และพัฒนานวัตกรรมซัพพลายเชนที่ยั่งยืน รวมทั้งยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพด้วยระบบควบคุมความเย็นอัตโนมัติ เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจไทยผ่านบริการขยายตลาดครบวงจร
“DKSH ยังคงยึดมั่นในพันธกิจยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านการส่งเสริมการเติบโตของคู่ค้า การพัฒนาชุมชน และการสร้างคุณค่าแห่งความยั่งยืน อย่างที่เราได้ทำมาตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2449 และจะยังคงสานต่อมรดก 120 ปี เพื่อพัฒนาและเติบโตไปด้วยกันกับพันธมิตร บุคลากรของเรา และสังคมไทย ร่วมกันต่อไปในอนาคต”