PR News

บลจ.ไทยพาณิชย์ โชว์ผลงานจ่ายปันผลกองโกลบอลพร็อพเพอร์ตี้ พร้อมมองมุมบวกเศรษฐกิจโลก หนุน REITs-หุ้นอสังหาฯทั่วโลกยังน่าสนใจลงทุน

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนหุ้นที่ลงทุนในต่างประเทศ 1กองทุน คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ (SCBGPROP) สำหรับผลการดำเนินงานระห…

คุณณรงค์ศักดิ์N

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนหุ้นที่ลงทุนในต่างประเทศ 1กองทุน คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ (SCBGPROP) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2560-วันที่ 30 มิถุนายน 2561 ในอัตราหน่วยละ 0.1556 บาทต่อหน่วย ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 นี้ ซึ่งนับเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 3 รวมเป็นจำนวนเงิน 0.4056 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อ 4 ต.ค. 2559)

โดยกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ เป็นกองทุนที่สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่เป็นบวก มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 6.51% ย้อนหลัง 6 เดือน อยู่ที่ 2.10% ย้อนหลัง 3 เดือน อยู่ที่ 5.67% และตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 0.32% (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ก.ค.61) มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF WORLD REAL ESTATE SECURITIES FUND ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ  (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80  ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งมีนโยบายเน้นบริหารเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนใน REIT ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ภายใต้การบริหารจัดการของ BlackRock Investment Management (UK) Limited  จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS (มาตรฐานเพื่อการซื้อขายกองทุนข้ามประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป: Undertaking for Collective Investments in Transferable Securities)

ทั้งนี้กองทุน BGF WORLD REAL ESTATE SECURITIES FUND ซึ่งเป็นกองทุนหลักเน้นลงทุนใน REITs และหุ้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลให้กองทุนมีความผันผวนต่ำกว่ากองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว โดยกระจายการลงทุนไปยังหลากหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น ที่พักอาศัย สำนักงาน โรงแรม และอาคารพาณิชย์ เป็นต้น อีกทั้งยังมีการกระจายลงทุนในภูมิภาคต่างๆ มากกว่า 10ประเทศทั่วโลก ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ REITs โดยที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจรอบโลกยังคงสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งสหรัฐฯ มีอัตราการเติบโตของจีดีพีอย่างคงที่ในปี 2561 ประมาณ 2.8% รวมถึงปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่ประกาศในไตรมาสแรก ที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ โดยธุรกิจที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่พักอาศัย ส่วนการลงทุนในเอเชียยังคงต้องคัดเลือกเป็นรายอุตสาหกรรมทั้งใน ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ขณะที่ยุโรปตลาดที่โดดเด่น คือกลุ่มอาคารพาณิชย์ และที่พักอาศัย

สำหรับความน่าสนใจของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในตลาดโลก คือผลตอบแทนที่น่าสนใจซึ่งเหนือกว่าอัตราเงินเฟ้อ  และการประมาณการกระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอจากรายได้ค่าเช่า ซึ่งกองทุน SCBGPROPถือเป็นทางเลือกเพื่อการลงทุนในระยะยาวนอกเหนือจากการลงทุนในสินทรัพย์ปกติอย่างเช่นหุ้นและตราสารหนี้ ในช่วงสภาวะตลาดที่ผันผวนและอัตราผลตอบแทนจากตราสารหนี้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อกระจายความเสี่ยงในการลงทุนและสามารถเพิ่มผลตอบแทนเมื่อปรับด้วยปัจจัยความเสี่ยงแล้วของพอร์ตลงทุนโดยรวม ทั้งนี้ลักษณะเฉพาะของหลักทรัพย์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีความสัมพันธ์กับความผันผวนของตลาดต่ำ low beta และมีอัตราเงินปันผลสูงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น ซึ่งสัดส่วนการลงทุนที่แนะนำคือ อยู่ที่ประมาณ 3-4% ของพอร์ตการลงทุน