PR News

“โฟร์โมสต์” ชี้ต้นทุนนมนอกต่ำกว่านมไทย 35-50% แนะต้องปรับตัวก่อนเปิด FTA แดนจิงโจ้-กีวี่ ปี 64

บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายนมพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ “โฟร์โมสต์” (Foremost) คาดการณ์ปริมาณการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์หลังการเปิดเสรีทางการค้าไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (TAFTA - TNZFTA) ในปี 2564 – 2568 จะมีปริมาณการนำเข…

Cows eating hay in cowshed Thailand farm. Dairy cows to producti
Cows eating hay in cowshed Thailand farm. Dairy cows to production milk.

บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายนมพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ “โฟร์โมสต์” (Foremost) คาดการณ์ปริมาณการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์หลังการเปิดเสรีทางการค้าไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (TAFTA - TNZFTA) ในปี 2564 – 2568 จะมีปริมาณการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมเพิ่มขึ้นโดยปัจจุบันต้นทุนการผลิตนมดิบของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีราคาถูกกว่าไทยราว 35 - 50 %จากข้อมูลเดือนมกราคม - กรกฎาคม ปี 63 ไทยมีการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์จากนิวซีแลนด์มูลค่ารวมกว่า 7.9 พันล้านบาทและออสเตรเลีย มูลค่ารวมกว่า 1.9 พันล้านบาททั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านโอกาสการแข่งขันของเกษตรโคนมไทย บริษัทฯ ได้เดินหน้าสนับสนุนโครงการพัฒนาโคนมและคุณภาพน้ำนมผ่านกิจกรรม “เกษตรกรพบเกษตรกร”การถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญจากเกษตรกรโคนมชาวเนเธอร์แลนด์เพื่อสร้างความพร้อมเกษตรกรโคนมไทยให้มีศักยภาพและพัฒนานมให้มีคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ในตลาดโลก ล่าสุดมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 14,000 รายในขณะที่ข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมนมทั่วโลกปี 62 มีการผลิตนม 522 ล้านตัน เป็นการบริโภคราว 187 ล้านตัน ปัจจุบันคนไทยยังมีอัตราการดื่มนมในปริมาณน้อยมากเฉลี่ยเพียงคนละประมาณ 18 ลิตรต่อคนต่อปี หรือเพียงสัปดาห์ละ 2 แก้วเท่านั้นตลาดนมมีมูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังมีแนวโน้มการเติบโตอีก

1-77

ดร.โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายนมพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ “โฟร์โมสต์” (Foremost) เปิดเผยว่า “ในปี 2564 เรื่องความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free Trade Agreement: TAFTA) และความตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand-New Zealand Free Trade Agreement: TNZFTA) ที่ไทยเตรียมปลดล็อคภาษีนำเข้าเป็นศูนย์และไม่มีการจำกัดโควตานำเข้าสินค้ากลุ่มนมผงที่มีไขมันเกิน 1.5% ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนม หางนม (เวย์) เนย ไขมันเนย (AMF) เนยแข็งและในปี 2568 สำหรับกลุ่มสินค้านมและครีม เครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่ง นมผงขาดมันเนย จากข้อมูลเดือนมกราคม - กรกฎาคม ปี 63 พบไทยมีการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากนิวซีแลนด์มูลค่า7.9พันล้านบาท และออสเตรเลียมูลค่ารวมกว่า 1.9 พันล้านบาทประกอบด้วย ชีส  นมผงขาดมันเนยนมผงเต็มไขมันเนย นมแปลงไขมัน ผงเวย์ โยเกิร์ตพร้อมดื่ม นมผงพร่องมันเนยและครีม ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าราคาต้นทุนการผลิตนมดิบของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ปัจจุบันมีราคาถูกกว่าไทยราว 35 – 50% โดยอยู่ที่ราคา 11– 13บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ประเทศไทยราคาอยู่ที่ 17.50 บาทต่อกิโลกรัมทั้งนี้คาดว่าหลังจากที่ไทยเตรียมปลดล็อคภาษีนำเข้าเป็นศูนย์และไม่มีการจำกัดโควตานำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์นมบางกลุ่ม ที่จะเริ่มในปี 2564 จะมีปริมาณการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าไทยมีปริมาณการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นสัดส่วนที่ใหญ่ ซึ่งการเปิดการค้าเสรีดังกล่าวหากเสร็จสมบูรณ์จะส่งผลกระทบโดยตรงกับภาพรวมของอุตสาหกรรมนมและผลิตภัณฑ์นมไทย ดังนั้นประเทศไทยจะต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆเพื่อที่จะสามารถผลักดันให้อุตสาหกรรมนมเติบโตเพิ่มขึ้นทั้งห่วงโซ่อุปทานไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ที่ต้องปรับตัวและพัฒนาการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยสนับสนุนให้เกษตรกรโคนมแข่งขันกันด้วยคุณภาพและต้นทุนพร้อมกับผลักดันให้เกษตรกรมีการพัฒนาศักยภาพอยู่ตลอดเวลาเพื่อการผลิตน้ำนมโคคุณภาพให้กับผู้บริโภคและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพส่วนภาคอุตสาหกรรมผลิตต้องมีการปรับทั้งด้านมาตรฐานในการผลิต การขนส่ง รวมถึงการทำการตลาดและการจัดจำหน่าย เพื่อตอบสนองกับกลไลของตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในขณะที่ภาครัฐควรมีมาตรการสนับสนุนให้มีการเปิดเสรีด้านกลไกราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้อุตสาหกรรมมีการปรับตัวตามกลไกราคาของตลาดเพื่อพร้อมรับการเปิดเสรีการค้า รวมไปถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรโคนม อุตสาหกรรม และผู้ประกอบการในเชิงบูรณาการ ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่าจะได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน

3-15

Close up - Cow milking facility and mechanized milking equipment

ดร.โอฬาร กล่าวต่อว่า จากข้อมูลกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) รายงานภาพรวมอุตสาหกรรมนมทั่วโลกข้อมูลปี 62 มีการผลิตนมปริมาณ 522 ล้านตัน เป็นการบริโภคราว 187 ล้านตัน อัตราเฉลี่ยประชากรทั่วโลกบริโภคนมคนละ113 ลิตรต่อปีภูมิภาคเอเชียประชากรเฉลี่ยดื่มนม 66 ลิตรต่อปี ส่วนคนไทยมีอัตราการดื่มนมปริมาณน้อยเฉลี่ยเพียงคนละประมาณ 18ลิตรต่อปี หรือเพียงสัปดาห์ละ 2 แก้วเท่านั้น จะเห็นได้ว่าคนไทยมีปริมาณการดื่มนมต่ำเมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยการดื่มนมของประชากรในภูมิภาคเอเชีย ในขณะที่ข้อมูลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์และ AC Nielsen ปี 62 พบตลาดนมไทยมีมูลค่า5หมื่นล้านบาทแบ่งออกเป็น 1.นมพร้อมดื่มยูเอชทีและนมสเตอริไลส์ มูลค่า 2.4หมื่นล้านบาท 2.นมเปรี้ยวพร้อมดื่มพาสเจอร์ไรส์ มูลค่า 9.5 พันล้านบาท 3.นมพร้อมดื่มพาสเจอร์ไรส์ 9.1 พันล้านบาท และ 4.นมเปรี้ยวพร้อมดื่มยูเอชที มูลค่า 5.2พันล้านบาท มีปริมาณนมพร้อมดื่มที่ใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรในประเทศจำนวน 1.23 พันล้านลิตร และนมพร้อมดื่มที่ใช้วัตถุดิบจากการนำเข้าจำนวน 1.22 พันล้านลิตรด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์นม ไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์นมหลายชนิดแต่ส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมเพื่อใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์นมประเภทอื่น ๆ แล้วส่งออก ซึ่งสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ นมพร้อมดื่ม นมเปรี้ยว โยเกิร์ตเนยที่ได้จากนมและนมข้นหวาน เป็นต้น โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปยังกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียน เช่น กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ โดยข้อมูลกรมศุลกากรไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์นมปริมาณ 3.24 แสนตัน มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรโคนมไทยต่อสถานการณ์การแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีที่จะเกิดขึ้น ตลอดระยะเวลากว่า 64 ปี ที่โฟร์โมสต์อยู่คู่คนไทยมายาวนานรวมถึงเป็นหนึ่งในผู้รับซื้อน้ำนมดิบรายใหญ่มูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านบาทต่อปีจากสหกรณ์โคนมไทยกว่า98 ล้านลิตรต่อปี โฟร์โมสต์มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องโดยใช้ภูมิความรู้ความเชี่ยวชาญของบริษัทแม่จากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ถูกถ่ายทอดมาสู่ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) ภายใต้หลัก“Nourishing by Nature”เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของเกษตรกรโคนมไทย พร้อมมอบสุขภาพและโภชนาการที่ดีให้แก่ผู้บริโภคในประเทศด้วยการเดินหน้าสนับสนุนโครงการพัฒนาโคนมและคุณภาพน้ำนม (Dairy Development Program) ผ่านการดำเนินกิจกรรม “เกษตรกรพบเกษตรกร”(Farmers to Farmers) การถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตผลิตภัณฑ์จากนมโคที่มีคุณภาพสู่เกษตรกรไทยเพื่อมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพในทุกมิติของเกษตรกรฟาร์มโคนมไทยให้ได้มาตรฐานระดับโลกด้วย7 แนวทางสำคัญสู่การผลิตน้ำคมโคคุณภาพเยี่ยมมาตรฐานเนเธอร์แลนด์ ได้แก่

1.โคต้องได้อาหารและน้ำที่ดี - เพราะอาหารและน้ำต้องสมดุลเหมาะกับการหมักย่อยของจุลินทรีย์ในกระเพาะรวมและต้องมีน้ำที่สะอาดสำหรับให้โคดื่มตลอดวัน 2.ลูกโคดีคือหัวใจ- ลูกโคต้องได้รับนมน้ำเหลืองที่มีคุณภาพทันทีหลังคลอดจากนั้นให้กินนมควบคู่กับอาหารข้นอาหารหยาบและน้ำสะอาดพร้อมติดตามการเจริญของลูกโค 3.พันธุ์ต้องสมบูรณ์ - หลังคลอดลูกแม่โคจะให้น้ำนมส่วนลูกโคเพศเมียจะนำมาเลี้ยงให้สมบูรณ์แข็งแรงเพื่อทดแทนแม่โคที่ปลอดออกหรือขยายฝูง 4.การรีดนมต้องถูกวิธี – ความสะอาดในการรีดนมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องเช็ดทำความสะอาดเต้านม รีดนมต้นเพื่อเช็คคุณภาพน้ำนมและตรวจสอบปัญหาเต้านมอักเสบของแม่โคแบบรายตัว ส่วนเครื่องรีดต้องได้รับการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้และแช่น้ำยาป้องกันเชื้อหลังรีดนมทุกครั้ง 5.สำคัญที่กีบ – ดูแลกีบเท้าโคอย่าให้สึกบางจากพื้นคอกหรือจากอาหารการกินที่ไม่สมดุล พร้อมหมั่นแต่งกีบโคอย่างสม่ำเสมอ 6.การออกแบบโรงเรือน– โรงเรือนต้องออกแบบให้มีความสะอาดปลอดภัยต่อโคและการทำงานของเกษตรกร  อีกทั้งอากาศถ่ายเทได้ดีและจัดสรรพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนเพียงพอต่อจำนวนโค 7.ระบบเดต้าเฉพาะฟาร์ม- มีการบันทึกข้อมูลฟาร์มที่ครบถ้วน พร้อมใช้ครอบคลุมทั้งรายได้ ผลผลิต ตลอดจนข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับโคนม

4-8

Industrial dairy production. Modern conveyor belt with raw of plastic milk bottles.

“โฟร์โมสต์มุ่งสานต่อวิสัยทัศน์ในการส่งมอบนมโคคุณภาพ 100% ให้กับผู้บริโภคพร้อมสนับสนุนเกษตรกรโคนมไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน"

ทั้งนี้ โฟร์โมสต์มุ่งมั่นสนับสนุนให้เกษตรกรโคนมไทยได้รับความรู้อย่างเต็มที่และพร้อมที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองอย่างยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่าง ๆ ล่าสุดมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 14,000 รายตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นรวม 20 ล้านบาทต่อปีควบคู่ไปกับการผลักดันอุตสาหกรรมนมในประเทศไทยให้สามารถแข่งขันกับอุตสาหกรรมนมทั่วโลกในอนาคต ตลอดจนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มและผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณภาพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคดร.โอฬารกล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 02-620-1900เว็บไซต์ www.foremostthailand.com และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/ForemostThailand