PR News

SAPPE เพิ่ม Space ใหม่ Digital Transformation ต่อยอดทางธุรกิจ ประกาศเข้าถือหุ้นใน M-Intel บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีชั้นนำ

‘บมจ. เซ็ปเป้’ หรือ SAPPE เดินหน้าฟอร์มธุรกิจ ประกาศเข้าร่วมลงทุนใน บริษัท เอ็มอินเทลลิเจนซ์ จำกัด (M-Intel) บริษัทสตาร์ทอัพไทยที่มีเป้าหมายในการเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีการตลาดชั้นนำในเอเชียแปซิฟิค พาลูกค้าก้าวข้าม Digital Transformation ด้วยศักยภาพที่เทียบเท่า Global So…

1

‘บมจ. เซ็ปเป้’ หรือ SAPPE เดินหน้าฟอร์มธุรกิจ ประกาศเข้าร่วมลงทุนใน บริษัท เอ็มอินเทลลิเจนซ์ จำกัด (M-Intel) บริษัทสตาร์ทอัพไทยที่มีเป้าหมายในการเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีการตลาดชั้นนำในเอเชียแปซิฟิค พาลูกค้าก้าวข้าม Digital Transformation ด้วยศักยภาพที่เทียบเท่า Global Software Platform โดยเข้าถือหุ้นสัดส่วน 16.21% ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 70 ล้านบาท หนุนเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับองค์กรธุรกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่กำลังเป็น Mega trend ในขณะนี้

ปิยจิต

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนซื้อหุ้นใน บริษัท เอ็มอินเทลลิเจนซ์ จำกัด (“M-Intel”) ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM), การวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อช่วยในการเพิ่มยอดขาย ทำการตลาด การขาย การบริการแบบครบวงจร ช่วยยกระดับการดำเนินงานของธุรกิจ และ Customer Experience โดยเข้าถือหุ้น M-Intel จำนวน 116,667 หุ้น โดย SAPPE เข้าซื้อเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 70,000,200 บาท คิดเป็นสัดส่วน 16.21% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ M-Intel โดยเงินจำนวนดังกล่าว จะนำไปใช้ในการขยายธุรกิจให้เติบโตในอนาคต นับเป็นการลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ พร้อมเข้าสู่โลก Digital Transformation ซึ่งไม่ได้แค่นำเอาเทคโนโลยีมาใช้ แต่นับเป็นการเพิ่ม Space ใหม่ในการต่อยอดทางธุรกิจของเซ็ปเป้จากนี้ 

M-Intel ก่อตั้งในปี 2561 ให้บริการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีการตลาด มีความเชี่ยวชาญในการนำโซลูชัน Sales Cloud, Service Cloud, และ Marketing Cloud เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อออกแบบการ Deliver Customer Experience ในยุคที่ทั้งโลกถูก Disrupt ด้วย E-Commerce ซึ่งทุกองค์กรต้องปรับเปลี่ยนเป็น Data Driven Marketing มากขึ้น โดย M-Intel ถือเป็นหนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญในด้าน Digital Transformation ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากมาย ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพราะนอกจากมีทีมงานคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ยังให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่สำรวจ Pain point ของธุรกิจให้แก่ลูกค้า ช่วยคิดโซลูชั่นและมีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทชั้นนำอย่าง ‘Salesforce’ ผู้ให้บริการ CRM อันดับ 1 ของโลก, Tableau, Mulesoft รวมไปถึงแพลตฟอร์มรายใหญ่ในไทยอย่าง  LINE Business Connect และ Pantip โดย M-Intel พร้อมให้บริการเพื่อลูกค้าได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดและเป็นผู้ชนะในสนามธุรกิจยุคดิจิทัล

M-Intel นับอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เป็น Tech Company ซึ่งเป็น Startup ไทยรายใหม่ เป็น Top3 ผู้ให้บริการ Salesforce และเจ้าของ Customer Data Platform (CDP) สำเร็จรูปเจ้าแรกในไทย มีเป้าหมายจะเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีการตลาดชั้นนำในเอเชีย เพื่อนำลูกค้าก้าวข้าม Digital Transformation ด้วยศักยภาพที่เทียบเท่า Global Software Platform ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับองค์กรธุรกิจ ผ่านการออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กรให้ก้าวทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกสังคมออนไลน์และ Social Commerce  นำไปสู่การสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยความเชี่ยวชาญของ M-Intel ส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานที่เติบโตก้าวกระโดดตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และคาดการณ์การเติบโต 5 ปีข้างหน้า เฉลี่ย 48% ซึ่งข้อได้เปรียบนี้เอง ส่งผลให้เซ็ปเป้ได้รับประโยชน์ไปด้วย 

2-126

“ทั้งเซ็ปเป้ และ M-Intel มีวัฒนธรรมองค์กรที่คล้ายคลึงกัน โดยทั้ง  2 องค์กรขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ที่มีอายุเฉลี่ยราว 25-32 ปี มีความเข้าใจและตามทันการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของโลกธุรกิจ เน้นให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นอันดับแรก เปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ มีเวทีให้แสดงฝีมือ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดเวลา มีรูปแบบการทำงานที่เน้นความสนุกและยืดหยุ่นสูง แต่เต็มไปด้วย passion ในการทำงานที่มุ่งหวังความสำเร็จสูงสุด ด้วยวัฒนธรรมองค์กรของทั้งเซ็ปเป้ และ M-Intel ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานคนรุ่นใหม่ จึงทำให้เกิดการ Synergy กันอย่างลงตัว โดยนับจากนี้ DNA ด้านนวัตกรรมและ DNA ของเทคโนโลยี จะถูกผสาน ส่งเสริมซึ่งกันและกันให้เท่าทันและก้าวล้ำไปสู่อนาคต” นางสาวปิยจิต กล่าว 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ปี 2563 บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นขยายงานผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ซึ่งเติบโต 160% ในขณะที่งวด 9 เดือนแรกของปี 2564 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขาย E-Commerce เติบโตกว่า 625% แม้คิดเป็นสัดส่วนน้อย แต่นับว่ามีศักยภาพสูงมาก ผลพลอยได้จากการเข้าถือหุ้นในครั้งนี้ นอกเหนือจากการเติบโตของธุรกิจด้วยการพัฒนาด้าน Digital Marketing & E-Commerce  ยังจะช่วยยกระดับองค์ความรู้ซึ่งกันและกันในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นมิติใหม่ที่ SAPPE ได้เข้าถือหุ้นในบริษัทที่เป็น Customer Data Platform หรือ CDP ที่จะช่วยส่งเสริมให้องค์กรก้าวเข้าสู่ Data Driven Platform ในอนาคตด้วยเช่นกัน