PR News

ยูนิโคล่ ประเทศไทย แสดงวิสัยทัศน์ มุ่งสู่ “หนึ่งในบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย” สานต่อแผนปฏิบัติการความยั่งยืนของกลุ่มฟาสต์ รีเทลลิ่ง ภายในปี 2030 ร่วมมือกับพันธมิตร SCGP และกลุ่ม ปตท. สร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านยั่งยืนในระดับประเทศ

ยูนิโคล่ ประเทศไทย สานต่อแผนปฏิบัติการสำหรับความยั่งยืนภายในปีงบประมาณ 2030 ของฟาสต์ รีเทลลิ่ง ผ่านแนวคิดไลฟ์แวร์ (LifeWear) ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ มุ่งสู่ “หนึ่งในบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย” เพื่อเป้าหมายการเป็นเสื้อผ้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้…

a

ยูนิโคล่ ประเทศไทย สานต่อแผนปฏิบัติการสำหรับความยั่งยืนภายในปีงบประมาณ 2030 ของฟาสต์ รีเทลลิ่ง ผ่านแนวคิดไลฟ์แวร์ (LifeWear) ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ มุ่งสู่ “หนึ่งในบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในประเทศไทย” เพื่อเป้าหมายการเป็นเสื้อผ้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นจากมุมมองของผู้คน ชุมชน และโลก พร้อมกันนี้ ยูนิโคล่ ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ บริษัท รีแอค จำกัด (ReAcc) ภายใต้การดูแลของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านสังคมและโลกที่ยั่งยืน ให้เกิดผลลัพธ์ระยะยาวด้านความยั่งยืนแก่สังคมไทยและชาวไทยทุกคน

b-4

เป้าหมายและแผนปฏิบัติการด้านความยั่งยืนในปีงบประมาณ 2030 ของฟาสต์ รีเทลลิ่ง ประกอบด้วยความคิดริเริ่มสำคัญ 2 ประการ คือ ผลิตเสื้อผ้าที่ดีสำหรับผู้คนและสังคม และ ผลิตเสื้อผ้าที่ดี ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

มร. โยชิทาเกะ วาคากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในบริษัทเครื่องแต่งกายชั้นนำระดับโลก เราเห็นว่านี่เป็นหน้าที่ของเราที่จะตอบสนองความต้องการของสังคมในเชิงรุก และช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัท ยูนิโคล่ ประเทศไทย ได้ปรับตัวอย่างจริงจังเพื่อสร้างสังคมและโลกที่ดีขึ้น เราให้ความสำคัญในทุกด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ผู้คน และสังคม โดยเรามีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าสำหรับอนาคต อันรวมไปถึงการเสริมสร้างแรงสนับสนุนจากสังคม การให้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพกับผู้ร่วมงาน ลูกค้า และผู้ผลิตที่มาจากภูมิหลังทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศไทย การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นพื้นฐานในการดำเนินงานของเรา และยูนิโคล่มีความรับผิดชอบอย่างจริงจังในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก แม้ว่าโควิด-19 จะสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก แต่เรายังคงดำเนินตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน ตลอดจนร่วมมือกำหนดมาตรฐานสำหรับชาวไทย”

ด้วยเป้าหมายในการสร้างประเทศไทยที่ดีขึ้นร่วมกับชาวไทยในอนาคต ยูนิโคล่ ประเทศไทยยังคงดำเนินการตามขั้นตอนในการปกป้องและลดภาระต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ จัดการกับความท้าทายของสังคมโดยผ่านการสนับสนุนที่ยั่งยืนมากขึ้นในความคิดริเริ่มดังต่อไปนี้:

  • เพื่อผู้คนและสังคม – ยูนิโคล่ ประเทศไทย สนับสนุนความยั่งยืนเพื่อผู้คนและสังคม โดยได้ร่วมมือกับองค์กรหลายภาคส่วน อาทิ ร่วมกับสถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต จัดทำหลักสูตรอบรมเพื่อพัฒนาทักษะด้านการทำงานให้แก่ผู้บกพร่องทางสติปัญญา เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน หรือ สนับสนุนงานด้านวิชาการ โดยความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันสร้างแผนงานธุรกิจที่มุ่งเน้นกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่ภายใต้งาน CHULA EXPO 2022 หรือ งานจุฬาฯ วิชาการ' 65
  • เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น – ยูนิโคล่มุ่งมั่นสานต่อกิจกรรมต่างๆ เพื่อรณรงค์เรื่องการลดผลกระทบที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนได้นำมาปรับใช้ในทุกกระบวนการด้านธุรกิจของ   ยูนิโคล่ ตั้งแต่การวางแผนสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงขั้นตอนการผลิต การขนส่ง การวางจำหน่าย และการจัดการ รวมไปถึงการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ไฟฟ้า 100% ที่ร้านสาขาของยูนิโคล่ผ่านการแลกใบรับรองพลังงานหมุนเวียน 100%* (I-REC) ภายใต้การทำงานร่วมกับบริษัท รีแอค จำกัด ในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยยูนิโคล่ตั้งเป้าชดเชยการปล่อยคาร์บอน 100% จากไฟฟ้าที่ร้านสาขาและสำนักงานภายในปี 2566 นอกจากนี้ความยั่งยืนสู่ “ขยะเป็นศูนย์” (Zero Waste) ยูนิโคล่ ประเทศไทยได้ร่วมมือกับ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP นำกล่องกระดาษเหลือใช้กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เฟอร์นิเจอร์กระดาษ พร้อมส่งมอบให้ค่ายผู้ลี้ภัยของ UNHCR ใช้ประโยชน์ต่อไป
c-3

คุณประสงค์ อินทรหนองไผ่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.)  กล่าวว่า "การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการใช้เชื้อเพลิงรูปแบบใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญในกลุ่มธุรกิจพลังงานอนาคตของ ปตท. ดังนั้นการให้บริการซื้อขายด้านพลังงานสะอาด และความเป็นกลางทางก๊าซเรือนกระจก ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มให้แก่บริษัทที่ต้องการจัดหาพลังงานหมุนเวียนของบริษัท รีแอค จำกัด (ReAcc) จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรองรับการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนในอนาคต โดยมีบริการหลัก ได้แก่ การซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) การซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบ Power Purchase Agreement (PPA) และการใช้พลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนกับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ปตท. รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทาง ยูนิโคล่ ประเทศไทย เลือกซื้อใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียนจาก ReAcc เพื่อใช้ทดแทนการใช้พลังงานสิ้นเปลืองในร้านยูนิโคล่ทุกสาขาในประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจหันมาผลิตและใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเพิ่มศักยภาพการพัฒนานวัตกรรมพลังงานยั่งยืนของประเทศสู่เวทีโลกในอนาคตต่อไป

คุณดนัยเดช เกตุสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า “SCGP มี ESG เป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อผู้บริโภค ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาสังคม บนพื้นฐานของความโปร่งใสตรวจสอบได้ มีการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 เราชื่นชมวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่สอดคล้องกัน จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ส่งเสริมพฤติกรรมการคัดแยกวัสดุเหลือใช้ตั้งแต่ต้นทาง ภายใต้การดำเนินการของแบรนด์ SCGP Recycle จัดเก็บกล่องกระดาษเหลือใช้ นำมารีไซเคิลเป็นวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์กระดาษที่แข็งแรงและสวยงาม ส่งมอบให้ค่ายผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) ในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี นำไปใช้ประโยชน์ใหม่ และอีกส่วนหนึ่งเปลี่ยนเป็นกระดาษพิมพ์เขียน เพื่อใช้งานในยูนิโคล่ 32  แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 สามารถจัดเก็บกล่องกระดาษเหลือใช้ได้แล้วกว่า 97 ตัน พร้อมขยายผลความร่วมมือไปยังยูนิโคล่สาขาอื่นๆ ทั่วประเทศ”

มร. โยชิทาเกะ วาคากุวะ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ยูนิโคล่ ยังคงมุ่งสร้างประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม ประเทศไทยเป็นประเทศที่เราก่อตั้งธุรกิจและใส่ใจต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของเราจะสร้างสรรค์ในกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงยังเป็นการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งที่อยู่อาศัยของป่าของเรา ลดปริมาณของเสีย พร้อมขยายกิจกรรมการสนับสนุนทางสังคมของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าเราส่งมอบผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับคนไทย”