ตลาดบ้านแนวราบปี 2569 ยังไม่พ้นแรงกดดัน โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาและกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้ช่วงเดือนกันยายนจะเริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นเล็กน้อย หลังตลาดผ่านจุดต่ำสุดในช่วงกลางปี ณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC Asset กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นในเดือนกันยายน หลังจากชะลอตัวลงในช่วงกลางปี หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตลาดไตรมาส 3 ชะลอตัว มาจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 หลังผู้ซื้อไม่แน่ใจว่ามาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน ซึ่งเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 จะได้รับการต่ออายุหรือไม่ จึงเร่งตัดสินใจโอนก่อนมาตรการหมดอายุ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวได้รับการต่ออายุออกไปอีก 1 ปีในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทำให้ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวในไตรมาส 3 SC มองว่าตลาดแนวราบมีโอกาสกลับมาในช่วงปลายไตรมาส 3 และต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 จึงเตรียม 18 โครงการ มูลค่ารวม 1.45 หมื่นล้านบาท ออกมารับตลาดในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี แบ่งเป็น โครงการเปิดใหม่ 3 โครงการ และโครงการเดิมที่นำกลับมาเปิดตัวใหม่ 15 โครงการ (รีลอนช์) การนำโครงการเดิมกลับมาเปิดตัวอีกครั้ง จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือของ SC ในการเติมสินค้าและกระตุ้นยอดขายช่วงโค้งท้ายปี หลังช่วง 8 เดือนแรก บริษัทไม่ได้เปิดโครงการใหม่ ทำให้ยอดขายได้รับแรงกดดัน ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 พอร์ตโครงการแนวราบของ SC มียอดโอนกรรมสิทธิ์ 5.42 พันล้านบาท ลดลง 11% YoY ขณะที่ยอดขายหรือพรีเซลอยู่ที่ 4.86 พันล้านบาท ลดลง 37% YoY โดยบริษัทตั้งเป้ายอดรายได้จากบ้านแนวราบทั้งปีที่ 1.6 หมื่นล้านบาท
สงครามราคายังไม่จบ แต่ SC เลือกคุมต้นทุนแทนลดราคา
นอกจากกำลังซื้อที่ยังเป็นโจทย์ ตลาดบ้านปีนี้ยังเผชิญการแข่งขันด้านราคาต่อเนื่องจากปีก่อน ผู้ประกอบการจำนวนมากใช้โปรโมชั่นและการลดราคาเป็นเครื่องมือเร่งระบายสินค้า ทำให้การแข่งขันในตลาดแนวราบยังอยู่ในระดับสูง SC ไม่เลือกกลยุทธ์ลดราคา แต่หันมาให้น้ำหนักกับการออกแบบสินค้าและฟังก์ชันบ้านให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เพราะแม้ราคาจะยังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ แต่การลดราคาลงโดยตรงย่อมกระทบต้นทุนและมาร์จิ้นของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน ต้นทุนการพัฒนาบ้านยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง SC จึงใช้วิธี ตัดฟังก์ชันที่ไม่จำเป็นออก แทนการปรับขึ้นราคาบ้าน แต่ยังคงพื้นที่ใช้สอยโดยรวมไว้ในระดับเดิม เพื่อควบคุมต้นทุนโดยไม่ลดพื้นที่ที่ลูกค้าใช้งานจริง
บ้าน 20 ล้านยังไปได้ แต่ตลาด 10–20 ล้านยังเหนื่อย
เมื่อมองแยกตามระดับราคา SC พบความแตกต่างของกำลังซื้อค่อนข้างชัด โดยบ้านราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปต่อยูนิต ยังเป็นเซ็กเมนต์ที่บริษัททำยอดขายได้ดี ขณะที่บ้านราคา 10–20 ล้านบาทต่อยูนิต ยังเป็นตลาดที่ต้องเผชิญการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นสูง สะท้อนว่าการฟื้นตัวของตลาดแนวราบไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกระดับราคา แม้ตลาดโดยรวมจะเริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 แต่ผู้ประกอบการยังต้องปรับทั้ง สินค้า ฟังก์ชัน และราคา ให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของลูกค้าในแต่ละเซ็กเมนต์