Strategic Move

EASY! Buddy เสริมเมนูราคาไม่เกิน 200 เตรียมออกแบรนด์ลูกแนวตามสั่ง กินได้ทุกวัน เพราะภาพจำแบรนด์คนนึกถึง 'ข้าวเหนียวผัดกะเพรา'

EASYBUDDY-01.jpg
  • ปีนี้เริ่มปักธงต่างประเทศ เปิดแฟรนไชส์ที่ประเทศฟิลิปินส์ที่แรก และกำลังเจรจากับทางฝั่งฮ่องกง และสิงคโปร์
  • ปรับกลยุทธ์รับพฤติกรรมผู้บริโภครัดเข็มขัด ออกเมนูราคาไม่เกิน 200 บาท ลูกค้าคิดเยอะขึ้น สั่งแต่เมนูหลัก ไม่เพิ่มท็อปปิ้ง
  • อยากออกแบรนด์ลูกอีกแบรนด์เป็นแนวอาหารตามสั่งที่กินได้ทุกวัน เพราะ EASY! Buddy คนจะนึกถึงข้าวเหนียวผัดกะเพราที่เป็นเมนูขายดี ซึ่งไม่ได้ทานทุกวัน
  • ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 250 ล้านบาท

ชูเซ็ตความคุ้มค่า ราคาต่ำ 200 บาท

EASY! Buddy (อีซี่ บัดดี้) ร้านข้าวกะเพราสไตล์โมเดิร์น ที่เกิดจากจุดเริ่มต้นของความไม่ประทับใจในรสชาติข้าวผัดกะเพราทั่วไปที่สั่งจากเดลิเวอรี่ ทำให้ "เชฟบัดดี้" ต้องลงครัวคิดสูตร และทำกะเพราขึ้นมาใหม่ จนกลายมารายการอาหารทดลองเสิร์ฟในร้าน That Fat Kid Buddy ร้านไฟน์ ไดนิ่งย่านเย็นอากาศ จนลูกค้าติดใจอยากให้ทำกะเพราแบบนี้ให้อีก 40 กล่อง จากนั้นได้ทดลองขายบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่จนสามารถขยายสาขาไปทั่วกรุงเทพฯ

625344098_1528309942630942_8213218569586372423_n.jpg

วันนี้ EASY! Buddy ภายใต้การนำของเชฟบัดดี้ผู้บริหารวัย 35 ปี เดินทางมาถึงปีที่ 9 พร้อมเตรียมเปิดฉากการเติบโตครั้งใหญ่ในการขยายสู่ต่างประเทศในรูปแบบแฟรนไชส์ ทั้งการปรับตัวรับกำลังซื้อผู้บริโภคยุคใหม่ที่รัดเข็มขัด รวมถึงการสร้างแบรนด์ใหม่เพื่อเติมพอร์ตให้เต็มมากขึ้น

เชฟบั๊ดดี้ - ถมธนัตถ์ หทโยดม หนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน EASY! Buddy เริ่มเล่าว่า แม้ภาพรวมธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาจะยังเตบโตได้ดี มีฐานลูกค้าสมาชิกแข็งแกร่งกว่า 150,000 ราย ซึ่งมีอัตรา Active สูงถึง 90–95% แต่เชฟบัดดี้ยอมรับว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคปรับลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสาขานอกเมือง เช่น เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ หรือเซ็นทรัล เวสต์เกต เห็นได้จากสเปนดิ้งต่อหัวลดลงจากเดิมที่เคยสูงถึง 350–400 บาท ลดลงมาเหลือเพียง 200 บาทต้นๆ โดยลูกค้าเลือกสั่งเพียงเมนูหลักจานเดียว และงดการสั่งท็อปปิ้งเสริม

"เราเห็นสัญญาณกำลังซื้อน้อยลงชัดเจน แต่ก่อนลูกค้าจะสั่งเมนูหลัก แล้วเพิ่มท้อปปิ้ง แต่ตอนนี้เลือกที่จะสั่งแต่เมนูหลักอย่างเดียว อย่างท็อปปิ้งหมูสไลด์หายไปเลย เลือกกินแต่กะเพราะอย่างเดียว แต่จะมีกลุ่มต่างชาติที่สเปนดิ้งสูงขึ้นมาหน่อย"

581691811_1452387383556532_4373675618880901226_n.jpg

เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจ EASY! Buddy จึงปรับกลยุทธ์หันมารักษาตารางราคาให้อยู่ในระดับ ไม่เกิน 200 บาทต่อเซ็ตแบบรวมทุกอย่าง ทั้งจานหลัก และท็อปปิ้ง พร้อมเปิดตัวเมนูเพื่อสุขภาพ เช่น เมนูที่มีอกไก่ 200 กรัม ในราคา 189 บาท เพื่อเน้นย้ำความคุ้มค่าตั้งแต่แรกเห็น รวมถึงการเพิ่มออปชันตามเทรนด์สุขภาพ เช่น การสั่ง “ผัดน้ำ” หรือเลือกเพิ่มโปรตีน สาขาสั่งผัดน้ำ แทนผัดน้ำมันได้ทุกสาขา

อยากได้แบรนด์ลูกแนวอาหารตามสั่ง กระจายความเสี่ยง

หลายคนอาจจะคิดว่า EASY! Buddy จะมีเมนูขายดีเป็นเมนูผัดกะเพราง่ายๆ กะเพราไก่ ไข่ดาว แต่จริงๆ แล้วเมนูขายดีอันดับ 1 ยังคงเป็น “ข้าวเหนียวผัดกะเพราเนื้อหมัก พร้อมไข่ดาว และข้าวโพด” ซึ่งเป็นเซ็ตคอมโบ้ในราคา 259 บาท

ด้วยความที่เป็นเมนูขายดีตลอดกาล จึงกลายเป็นภาพจำของแบรนด์ไปโดยปริยาย ผู้บริโภคไม่ได้จำเป็นแบรนด์ข้าวกะเพราที่กินง่ายๆ สั่งได้ทุกวัน ประกอบกับเรื่องราคาที่ค่อนข้างไปในทางสูง หลายคนกินทุกวันไม่ได้

เชฟบัดดี้เลยบอกว่า อยากมีแบรนด์ลูกแบรนด์หลานอีกสักแบรนด์ เป็นแบรนด์แนวอาหารตามสั่งที่คุ้นเคย ให้ลูกค้าเข้าใจง่ายมากขึ้น มีราคาคุ้มค่า คาดว่าต้นปีหน้าอาจจะได้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง เพื่อกระจายความเสี่ยง บวกกับอีกโปรเจ็คต์ที่อยากทำร้านอาหารตะวันตก เป็นอาหารที่เข้าใจง่ายๆ ติดแกรมหน่อยๆ บรรยากาศดีๆ เพราะถึงแม้ว่า That Fat Kid Buddy จะมีผสมๆ อาหารสไตล์ตะวันตก แต่เน้นที่เมนูสำหรับเด็กอ้วนมากกว่า

495331399_18378655192191012_3473300024439782883_n-tile.jpg

เมื่อตอนกลางปีที่ผ่านมา ได้รุกตลาดอาหารไทยรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์ “ไทยคูณ” ร้านอาหารไทยสไตล์เท่ๆ Easy & Casual ทำเลย่านสีลม มีพื้นที่ขนาด 110 ที่นั่ง

"จากที่เราทำร้าน That Fat Kid Buddy ที่เป็นไฟน์ ไดนิ่ง พบว่าลูกค้าต่างชาติยุคนี้ไม่ค่อยอยากกินร้านอาหารที่ใช้เวลานานๆ บางคนมีเวลาสั้นๆ แต่อยากกินร้านอาหารไทยดีๆ หน่อย เลยเปิดไทยคูณเป็นแนวๆ Casual อาหารไทยสไตล์กินดื่ม มีบาร์ไวน์ เบียร์วุ้นด้วย ทำให้ได้ลูกค้ากลุ่มผู้ใหญ่มากขึ้น"

เป้ารายได้ปีนี้ 250 ล้านบาท

สำหรับแผนการเติบโตในอนาคต แบรนด์ได้เปิดร้านแฟรนไชส์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ไปแล้วเรียบร้อย โดยตั้งเป้าขยายสาขาไปต่างประเทศอย่างเต็มตัว หลังได้รับการติดต่อจากพันธมิตรในหลายประเทศที่ต้องการนำแบรนด์อาหารไทยไปเปิดในย่านท่องเที่ยว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในฮ่องกง และสิงคโปร์

638207768_1546472660814670_2948593232086101112_n.jpg

ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอในเครือประกอบด้วย 4 แบรนด์ เช่น EASY! Buddy, หุง, ไทยคูณ, That Fat Kid Buddy โดยตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 250 ล้านบาท (ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรอีก) แบ่งสัดส่วนรายได้เป็น EASY! Buddy 180 ล้านบาท ไทยคูณ 30 ล้านบาท That Fat Kid Buddy  และแบรนด์อื่นๆ อีก 15–20 ล้านบาท